วันเสาร์ที่ ๕ พฤศจิกายน ๒๕๕๔

ตื่นมาตีสี่ยี่สิบปุ๊บปับอาบน้ำตักข้าวมุ่งหน้าสู่วัดป่าที่ยโสธร ตั้งใจกับตนเองว่า

"ต้องไปให้ทันขึ้นศาลา"

ออกจากขอนแก่นตีห้ามุ่งหน้าไปยโสธรผ่านทางบ้านบ่อรู้สึกคุ้นเคยกับตนเองค่ะครูเร่งเครื่องอย่างตั้งใจ มีน้ำท่วมให้เห็นตามรายทางและสิ่งกระตุ้นให้วอกแวกแต่สุดท้ายก็มาทัน ขึ้นศาลา ไหว้ทักทายป้าอบและท่านอื่นๆรู้สึกว่าที่นี่มีชีวิตชีวามากขึ้นตั้งป้าอบอยู่

หลังรับข้าวด้วยเห็นขยะถูกวางทิ้งรวมๆกันอยู่ภายนอก  จึงเปรยๆชวนแต่ละท่านแยกขยะ พอลงมือทำก็ลุยคนเดียวส่วนท่านอื่นๆคอยอำนวยความสะดวกและให้กำลังใจ

ใจระลึกถึงครูเข้าใจครูแล้ว งานของครูก็เป็นการแยกขยะแต่เป็นขยะที่อยู่ภายในจิตใจ ขนาดขยะที่กองเห็นๆอยู่ยังแยกยากขนาดนี้ และกิเลสที่อยู่ข้างในจะแยกยากแค่ไหน

 ระหว่างทำงานก็ปรารถนาทำให้ดีที่สุดแต่ก็ทำได้เพียงแยกๆกองไว้

แล้วครูก็เมตตาให้ชาวต้นกล้ามาช่วยกำจัดขยะ โดยช่วยฝังขยะเปียก

 

เสร็จสิ้นภาระกิจอย่างน่าประทับใจ แต่พอสมาชิกเดินไปแล้วมานึกได้

ทำไมติ๋วไม่ออกไปส่งเด็กๆแล้วรายงานครูแบบนี้ไม่ควร กว่าจะนึกได้ก็ช้า เดินออกไปเห็นครูสอนเก็กแล้ว จึงเดินไปล้างกะละมังแล้วออกมา

 บรรยากาศภายในสงบ กัลยาณมิตรที่มาพักภาวนาที่นี่สามสี่ท่าน มุ่งมั่นในเส้นทาง ครูเปรยๆให้ฟังว่า

"น้องเขาขยันและภาวนาดีมาก"

ซึ่งความสะอาด ความเรียบร้อยของบริเวณแม่ชีและครัว สะท้อนภาพที่ครูเอ่ยถึงได้ขัดเจนมาก พอได้เวลาทำความสะอาดทุกท่านก็ออกมาช่วยกันเก็บกวาด จึงเดินไปปรึกษาว่า ออกไปตลาดซื้อของกันไหม

กว่าจะซื้อของแล้วพาแม่ออกไปตัดแว่นแล้วก็ทำธุระ ฟ้าเริ่มมือ รู้สึกกับตนเองว่า

"ไม่ควรล่าช้าให้ฟ้ามืด ตอนออกมากับครูกระชับกว่านี้ คิดได้กับตนเองแล้วรู้สึกไม่สบายใจ"  

ได้แต่อดทน เพราะถ้าจะเร่งตอนนี้ก็ไม่ทันแล้ว ระลึกกับตนเองว่า การละเลยต่อสินัยก็ทำให้ศีลข้อ ๔ ด่างพร้อยและครูก็โทรมาสอบถามระหว่างทางที่ขับรถกลับพอดี ใจระลึกถึงน้องพัช จึงโทรชวนมาพักภาวนาด้วยกัน ไม่นานก็โทรกลับมาว่า รออยู่วัดแล้ว

วันนี้ทั้งวันนอนสองชั่วโมงกว่าค่อนข้างง่วง จึงลองตั้งใจว่า ภาวนาจนกว่าจะห้าทุ่ม ยืนเดินนั่งได้แต่ห้ามนอน เดินๆอยู่วูบจะหลับ อยู่กับความง่วงอย่างเดียวค่ะครู เดินบริเวณหน้ากุฏิครู อีกฝั่งที่เป็นทางจงกรมที่เคยเดินเสียสละให้น้องพัช

 ไปๆมาๆสะดุดรากไม้ที่ดูจะแหลมเอาการ ได้เลือดที่ฝ่าเท้า ระลึกกับตนเองว่า

"ผลของความประมาทขาดสติจึงได้แผล ภาวนาจวบจนห้าทุ่ม น้อมใจระลึกถึงครู ณ ช่วงเวลาที่ครูฝึกฝน"

รับรู้กับตนเองว่า

"สอนยากกว่าจะได้อะไรสักอย่าง สิ่งที่ครูเคยชี้ไว้จึงค่อยๆดึงขึ้นมาเตือนตนเองให้น้อมมาปฏิบัติ ส่วนผลจะเป็นเช่นใดก็ดูเอา สังเกตเอา"

ศีล ข้อ ๑ ไม่ฆ่าสัตว์แต่การไปวัดแล้วได้พาแม่ออกมาซื้อของเห็นความไม่พอใจ ไม่ชอบใจ ผุดขึ้นมา อดทนแล้วก็เงียบเจออีกก็ขึ่นมาใหม่ เห็นท่านก็ได้เห็นตนเองว่า เพราะท่านคิดแบบนี้เลยทำแบบนี้ ก็พอจะสงบลง ใหม่ก็ยังปะทุใหม่ค่ะ ได้แต่อดทน และสรรพสัตว์ที่อยู่ในขยะถูกเบียดเบียนค่ะ

ศีลข้อ ๒ ไม่ได้ขโมยเงินใครค่ะ หยิบจับอะไรใครไม่อนุญาตไหมข้อรี้พอไหวค่ะ

ศีลข้อ ๓ ไม่ยุ่งแฟนใคร แค่ว่าด้วยราคะ เยอะมากค่ะครู น่ากลัวจนคิดว่า วันๆมันมากขนาดนี้เชียวรึ เมื่อก่อนครูเคยชี้ให้ดูแต่ไม่เชื่อแถมโกรธซ้ำวันนี้เห็นแล้วก็ละอาย

ศีลข้อ ๔ อยู่วัดพูดน้อย แต่บางคราน้ำเสียงที่พูดออกมาแข็งเข้มๆไม่ค่อยน่าฟังค่ะครูสะท้อนถึงใจที่มันแน่นๆกระด้างๆค่ะ

ศีลข้อ ๕ ไม่ดื่มเหล้าแต่ก็ยังประมาทอยู่ค่ะ ขาดสติจนได้แผล แต่ก็ดีมีอะไรให้ระลึกกับตนเองให้ระวังค่ะ