ผักโป่งปีนี้สูงท่วมหัว เพราะอะไรหนอ?

หนูไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่าน้ำปีนี้จะท่วมมากขนาดนี้ เตี่ยบอกว่าตั้งแต่เกิดมาน้ำไม่เคยท่วมถึงชั้นสองของบ้านเลย นอนที่ระเบียงอยู่ดีๆตื่นขึ้นมาตกใจ ผักโป่งสูงเลยหัวแล้ว (เตี่ยอายุ64ปี) ตอนนี้ที่บ้านหนูจึงต้องหนุนของกันยกใหญ่ แต่ถ้าท่วมอีกแม่บอกว่าจะปล่อยจมเพราะต้องเอาชีวิตให้รอดก่อน

ท่านบอกหนูเสมอว่าอย่าหวังรอเพิ่งใครต้องดูแลตัวเองไม่ให้เป็นภาระกับคนอื่น คนที่ลำบากกว่าบ้านเรายังมีอยู่มาก นี่ก็ถือว่าโชคดีแล้วที่ยังหาผัก หาปลากินได้ แต่ถ้าเป็นที่ชุมชนก็คงไม่มีอาหารแบบเรา ที่บ้านหนูเวลามีถุงยังชีพมาแจก คนในหมู่บ้านก็ต้องจับใช้วิธีจับฉลากเพื่อรับถุงยังชีพ เพราะไม่พอจำนวนคน ที่บ้านจึงต้องกินง่ายอยู่ง่ายไว้ก่อนเพื่อให้ผ่านวิกฤตนี้ไปให้ได้  หนูโชคดีที่อาจารย์ขจิตและคุณพี่สามารถได้เอาข้าวสาร น้ำ บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ปลากระป๋อง และไข่ไก่ไปให้ ทำให้ที่บ้านไม่ต้องกินผักบุ้งทุกวัน ขอบคุณมากนะคะที่อุตส่าห์เดินทางลุยน้ำไปให้ด้วยความลำบาก

ในหมู่บ้านจะพบคนที่ลำบากเหมือนกันทั่วไปหมด สวนผลไม้ ไร่นาที่อุตส่าห์สู้น้ำไว้ต้องจม เสียหายเป็นจำนวนมากทั้งทุนและที่สำคัญคือสภาพจิตใจ

สวนลำไย ลูกกำลังดกเต็มต้น เจ้าของสวนบอกว่าปีนี้สกัดลำไยให้ออกนอกฤดูได้สำเร็จ คาดว่าจะเก็บได้อย่างต่ำหนึ่งตันถ้าน้ำไม่ท่วม ราคาออกจากสวนคือ35บาทต่อกิโลกรัม แต่เพิ่งเก็บไปได้เพียง3000โลเท่านั้นเพราะลำไยยังไม่แก่  หนูชื่นชมเจ้าของสวนมากเพราะคุณน้าท่านบอกว่า ของจมก็จมไปผืนดินยังอยู่

พวงหนึ่งขนาดยังไม่แก่เกือบหนึ่งกิโลกรัมค่ะ พวงใหญ่มาก

 สวนส้มโอนครชัยศรีแสนอร่อย ตามคำขวัญของนครปฐม หนูอยู่ในอำเภอนครชัยศรีต้องแต่เกิดเท่าที่เคยทานส้มโอมา คิดว่าที่นี่รสชาติดีที่สุดเพราะเนื้อส้มกรอบไม่ใช่หวานเพียงอย่างเดียว(เชียร์เต็มที่) สวนนี้หนูได้ไปช่วยป้องน้ำด้วยประมาณสี่ชั้นค่ะ ผลสุดท้ายก็คือคันหัก(พัง)กระสอบทรายและกระสอบดินที่ป้องไว้หล่นลงมา ขนาดหนูไม่ใช่เจ้าของสวนเองเห็นแล้วก็ยากที่จะทำใจ(แต่แม่บอกว่าหนูชอบขี้ตกใจและร้องไห้ง่าย) สวนนี้ใช้พลั่วแทงดินในร่องที่ปลูกส้มโอใส่กระสอบแทนทรายเพราะรถทรายเข้ามาส่งไม่ได้แล้ว น้ำท่วมปีนี้เสมือนเป็นการปิดตำนานความอร่อยของส้มโอนครชัยศรี เพราะเจ้าของบอกว่าจะไม่ปลูกใหม่อีกเพราะเริ่มต้นใหม่ต้องใช้แรงงานและทุนมาก ก็คงทำไม่ไหวแล้ว คงล้มที่ทำนาและปลูกกล้วย มะพร้าวแทน  ส้มโอสวนนี้บางต้นเกือบยี่สิบปีค่ะเพราะปลูกมาตั้งแต่รุ่นคุณพ่อตอนนี้ลูกบริหารแทน แต่รุ่นหลานไม่มีคนทำต่อแล้วเพราะเห็นว่าลำบากจึงหันไปสนใจด้านการเรียนเสียมากกว่า

บ้านหนูหนูติดแม่น้ำท่าจีนตอนนี้ต้องพายเรือไปตลาดและวัดแทนการใช้รถ น้ำตอนนี้ค่อยข้างแรงพายสวนลำบาก แต่ถ้าพายตามจะสบายมาก เวลาพายเรือมาที่แม่น้ำตอนเย็นๆ(ตอนกลางวันแดดจะร้อน) จะรู้สึกสบายใจและมีความสุขอย่างบอกไม่ถูกไม่รู้ว่าเกิดจากอะไรสงสัยหนูกำลังหลงเสน่ห์ของแม่น้ำเสียแล้ว คงเป็นเพราะว่าอยู่กับแม่น้ำสายนี้มาตั้งแต่เด็กๆ

 

แต่ที่หนูกับแม่เศร้าใจคือขยะที่ลอยในแม่น้ำถุงขาวๆจำนวนมาก แม่บอกว่าน้ำท่วมทำให้หาที่ทิ้งลำบากมากขึ้นซึ่งก็จริงเพราะที่บ้านมักจะกำจัดขยะด้วยการเผาแต่ตอนนี้ไม่มีที่เผา แม้ที่จะทิ้งก็ยังถูกน้ำท่วมด้วย แม่บอกว่าถ้าทิ้งขยะลงแม่น้ำจะทำให้ชีวิตลำบากเพราะเป็นการทำลายพระแม่คงคา ผู้ที่มีพระคุณกับมนุษย์ตลอดมา ถึงแม้น้ำท่วมจะทำให้กำจัดขยะยากขึ้นแต่ท่านก็พยายามแยกขยะที่ขายได้(แม่หนูเรียกแบบนั้น)ใส่ถุงแยกพักไว้ต่างหากเพื่อเก็บไว้ขาย ส่วนพวกถุงพลาสติกและเศษขยะอื่นๆ จะใส่ถุงใหญ่ๆใช้ไม้กดให้แน่นๆเพื่อให้ประหยัดเนื้อที่ ผูกมัดให้แน่นและทำร้านวางขยะเพื่อว่าน้ำแห้งจะได้นำไปเผา

หนูไม่แน่ใจว่าที่อื่นเรียกไม้ที่พาดไว้ของว่าอะไร แต่ที่บ้านหนูเรียกว่าร้านกับห้างค่ะร้านนี้แม่บอกขยับสองเที่ยวแล้วเพราะน้ำขึ้นสูงเรื่อยๆ ส่วนขยะเน่าเปื่อยพวกเปลือกผลไม้ เศษอาหารแม่จะไม่ใส่ปนกับขยะพลาสติกเพราะจะทำให้เผาทำลายยากและเปืองเนื้อที่ในการเก็บอีกด้วย จะทิ้งขยะพวกนี้ในกองสวะ ท่านบอกว่ามันจะเน่าเปื่อยไปได้เองตามธรรมชาติ ท่านบอกว่ายิ่งน้ำท่วมขยะก็จะยิ่งเยอะเพราะไม่มีที่ทิ้ง ถุงใส่อาหารแห้ง อาหารกระป๋องก็ยิ่งเป็นการเพิ่มขยะให้มากขึ้นอีกด้วย

ตอนแรกหนูก็ไม่ได้สนใจที่แม่พูดมากนักแต่ก็ไม่เคยทิ้งขยะนอกถังเพราะแม่จะว่าตลอด(ท่านบ่นได้ถึงสองวันเชื่อหนูไหมคะ) แต่พอท่านพูดบ่อยจนเกือบทุกวันโดยเฉพาะตอนนี้ ก็ทำให้หนูเริ่มเข้าใจความรู้สึกเศร้าใจของท่านมากขึ้น แม่มักพูดว่า “ขยะของคนอื่นช่างเขา ของเราอย่าให้เป็นภาระกับใครโดยเฉพาะพระแม่คงคา”  พูดจนหนูเก็บไปนอนละเมอแล้วจ้าแม่จ๋า

 

หนูเห็นเจ้าถั่วดำ สุนัขที่บ้านมีความสุขเหลือเกิน น้ำจะท่วมสูงแค่ไหนเจ้าก็ไม่เคยสนใจไม่ทุกข์ไม่ร้อน นำภาพมาฝากผู้อ่านด้วยค่ะ

ขอบคุณค่ะ