เป็นสถาบันการศึกษาระดับหลังมัธยม ที่จัดสำหรับผู้ด้อยโอกาสทางการศึกษา ไม่จำกัดวัย ค่าใช้จ่ายต่ำ และคุณภาพสูงเมื่อมองจากเป้าหมายเพื่อชีวิตและการประกอบอาชีพที่ดีขึ้น

มีวิทยาลัยชุมชนเพื่อประโยชน์อะไร

  วันที่ ๔ ต.ค. ๕๔ ผมไปร่วมประชุมระดมความคิดที่ สมศ. เรื่องการประเมินคุณภาพของวิทยาลัยชุมชน    ทำให้ผมได้เข้าใจเรื่องราวต่างๆ เกี่ยวกับวิทยาลัยชุมชน   ที่ควรนำมาบันทึกไว้เพื่อเผยแพร่แก่สาธารณชน  

 “วิทยาลัยชุมชนไม่ใช่มหาวิทยาลัยย่อส่วน” คือคำพูดของ ดร. กฤษณพงศ์ กีรติกร ประธานคณะกรรมการวิทยาลัยชุมชน   และผมต่อเองว่า ไม่ใช่วิทยาลัยที่รอช่องทางที่จะขอยกระดับเป็นมหาวิทยาลัย   แต่เป็นสถาบันการศึกษาระดับหลังมัธยม ที่จัดสำหรับผู้ด้อยโอกาสทางการศึกษา    ไม่จำกัดวัย  ค่าใช้จ่ายต่ำ  และคุณภาพสูงเมื่อมองจากเป้าหมายเพื่อชีวิตและการประกอบอาชีพที่ดีขึ้น  

“วิทยาลัยชุมชนแตกต่างจากอุดมศึกษาประเภทอื่นๆ ตรงที่ผู้จบการศึกษาดำรงชีวิตต่อในชุมชนหลังจบ การศึกษา   และทำกิจการงานสร้างความเจริญก้าวหน้าให้แก่ชุมชน   ไม่ใช่เพื่อจบออกไปทำงานนอกชุมชน” 

วัดความสำเร็จของวิทยาลัยชุมชนได้ที่ ทำให้ผู้จบการศึกษามีชีวิตที่ดีขึ้น   และทำให้ชุมชนเปลี่ยนแปลงไปใน ทางที่ดีขึ้น   โดยที่งานส่วนใหญ่ของวิทยาลัยชุมชนเป็นการฝึกอบรมระยะสั้น   และงาน facilitate การเรียนรู้ในชุมชน    ส่วนงานจัดการเรียนการสอนระดับอนุปริญญา ๒ ปี เป็นงานรอง

วิทยาลัยชุมชนไม่มุ่งสร้างอาจารย์ของตนเองจำนวนมาก    แต่มุ่งหาทางใช้ประโยชน์ผู้มีความรู้ในพื้นที่หรือ ชุมชน มาเป็นอาจารย์พิเศษ หรือวิทยากรด้านวิชาการ หรือด้าน facilitate การเรียนรู้ของนักศึกษาหรือผู้เข้ารับการ อบรมระยะสั้น   โดยที่การเรียนรู้ควรเน้นแบบลงมือทำ ที่เรียกว่า Project-Based Learning   อาจารย์ประจำต้องมีทักษะ ในการประสานงานความร่วมมือเพื่อดึงศักยภาพของอาจารย์พิเศษเหล่านั้นออกมาใช้ประโยชน์แก่นักศึกษา และแก่ชุมชน

งานวิจัย/วิชาการ ของอาจารย์วิทยาลัยชุมชน มีลักษณะเป็นงานวิจัยเพื่อพัฒนาชุมชน   เน้นการประยุกต์ใช้ความรู้เพื่อพัฒนาชุมชน ในแง่มุมใดแง่มุมหนึ่ง   ที่เรียกว่า translational research   วิทยาลัยชุมชนให้คุณค่าของงานวิจัยเพื่อพัฒนาชุมชนมากกว่างานวิจัยพื้นฐาน (basic research)    การเข้าสู่ตำแหน่งวิชาการหรือการเลื่อนขั้นขึ้นอยู่กับผลงานการพัฒนาชุมชนควบคู่ไปกับการจัดการเรียนการสอน และการวิจัยเพื่อพัฒนาชุมชน  

“ความเป็นเลิศ” ของวิทยาลัยชุมชนจึงอยู่ที่คุณประโยชน์แก่ชุมชน   ไม่ใช่การสร้างสรรค์วิชาการแบบ มหาวิทยาลัย   ความเป็นเลิศนี้ไม่ใช่ระดับสอง หรือด้อยกว่าของมหาวิทยาลัย    แต่เน้นความเป็นเลิศที่การทำงานผูกพัน แนบแน่นกับชุมชน   

สรุปว่า มีวิทยาลัยชุมชนเพื่อการศึกษาระดับหลังมัธยมแก่กลุ่มชนที่ด้อยโอกาส    หากไม่มีสถาบันการศึกษา แบบวิทยาลัยชุมชนเลย เขาจะไม่มีโอกาส

วิจารณ์ พานิช

๖ ต.ค.​๕๔