เมื่อผู้อพยพจากการหนีน้ำท่วมมาใช้ชีวิตที่ อำเภอโชคชัย จังหวัดนครราชสีมา ตั้งแต่วันที่ 26 ตุลาคม 2554 เป็นเวลา 1 สัปดาห์แล้ว จึงทำให้ทุกคนเกิดความเคยชินกับสถานที่ และ บริบทอย่างรวดเร็ว อาจจะเป็นเพราะ พื้นฐานดั้งเดิมของคุณพ่อคุณแม่เป็นชาวชนบทด้วย
*****
ดังนั้น ความเป็นอยู่ ประกอบกับเรื่องอาหารการกินของท่านจึงง่ายๆเรียบๆ จึงไม่ได้ทำให้ครูอ้อยมีความกังวลมากนัก ท่านทั้งสองพยายามทำความเข้าใจ พร้อมกับผูกมิตรกับญาติของพ่อบ้านของครูอ้อยทุกคน รวมทั้งหลานน้อยสองคนในวัยเรียน ก็เริ่มเข้ามาหา ลูกสาวคนเล็กของครูอ้อยให้สอนการบ้านให้ และเล่นเกมคอมพิวเตอร์ด้วยกัน วันละเล็กน้อยในตอนหัวค่ำก่อนนอน
*****
ในตอนเช้า ทั้งครูอ้อยและคุณแม่ต่างสลับสับเปลี่ยนกันไปดูร้านค้าใกล้เพื่อซื้ออาหารมาประกอบเพื่อให้สมาชิกทั้งวัน ครูอ้อยชอบให้คุณแม่ออกไปสังสรรค์กับชาวบ้าน ไม่อยากให้จับเจ่ากับน้องหมาเท่านั้น
*****
พยายามเรียนท่านทั้งสองว่า ท่านจะต้องใช้ชีวิตอยู่ที่นี่อีก ประมาณ 1 เดือน เพราะ น้ำที่ท่วมอยู่ ยังไม่ลด และครูอ้อย พร้อมทั้งน้อง และหลาน ต้องไปทำงานแล้ว คุณพ่อคุณแม่ และน้องหมา ต้องดำเนินชีวิตที่นี่ต่อไปสักระยะ
*****
ครูอ้อย ได้รับความเมตตาจากญาติพ่อบ้านมาก ด้วยครูอ้อยสร้างความสัมพันธ์มานานด้วยการเยี่ยมเยือนครอบครัวของพ่อบ้านเสมอๆไม่ขาด ทุกคนรัก และเอ็นดูครูอ้อยและครอบครัวมาก ผลัดกันมาเยี่ยม และนำ ข้าวสาร อาหารแห้ง ผักหญ้ามาให้ นำความสุขมาให้ครูอ้อยและครอบครัวมากๆๆ จึงเป็นอุทาหรณ์สอนใจ ครูอ้อยและลูกๆว่า ญาติของสามี ก็คือ ญาติสนิทของเราเช่นกัน
*****
เมื่อวานนี้ มีเพื่อนบ้าน ตรงกันข้าม นำกล้วมน้ำว้า หวีใหญ่มาให้ คุณแม่เป็นคนรับ ท่านเข้าใจว่า ซื้อแล้ว ลืม ไม่ได้นำกลับบ้าน แต่ที่แท้ เพื่อนบ้านเธอให้ คุณแม่น่ะ ยังไม่ชินกับชีวิตในชนบทเลย
*****
น้าคนเล็กของพ่อบ้าน นำข้าวสารอาหารแห้ง มีปลาร้ามาให้ด้วย พริกป่น ปลาป่น ที่ประกอบเป็นน้ำพริกมาให้ และนั่งคุยกับคุณแม่นานพอสมควร คุณแม่ของครูอ้อย มีอัธยาศัย ชอบพูดคุย และคุยอวด ซึ่งครูอ้อยต้องกระซิบเสมอว่า......คุยแบบนี้เรียกว่า ยกตนข่มท่าน ซึ่งชาวบ้านในชนบท เขาไม่เข้าใจ หรือ ไม่ต้องการฟังการพูดคุยแบบนี้ ครูอ้อยคงจะคิดมากไป เพราะ ไม่อยากให้ท่านทั้งสองตกอยู่ในอันตราย เวลาที่ครูอ้อยและน้องๆไม่อยู่ เกี่ยวกับชีวิตและทรัพย์สิน ดังนั้นเวลาพูดคุย ต้องระวังวาจา ไว้ใจใครไม่ได้เลย ต้องสำเหนียกเสมอ
*****
ครูอ้อยกลัว เรื่อง ความเจ็บป่วย ซึ่งระยะนี้ ย่างเข้าฤดูหนาว คุณพ่อคุณแม่ จะเจ็บไข้หรือไม่
*****
ครูอ้อย ก็มีงานเร่งด่วนที่จะต้องทำ บ้านของครูอ้อย รถที่ยังหาที่จอดไม่ได้อีกคันหนึ่ง สารพัดที่จะคิด แต่ครูอ้อยก็ทิ้งไปหมด หันมาใส่ใจกับครอบครัวอย่างเดียว
สวัสดีค่ะพี่ครูอ้อย
มาเป็นกำลังใจให้พี่ครูอ้อยและครอบครัวค่ะ
สิ่งที่สำคัญดีที่สุดในชีวิต.....คือครอบครัวค่ะ ^^