สุขภาพจิตของคนไทยในช่วงน้ำท่วมนี้ ทำให้ดร.ป๊อป ต้องขอบันทึกประเด็นที่สื่อมวลชนไทยควรปฏิบัติเพื่อไม่ให้เกิดวงจรแห่งความสับสนจนเกิดความวิตกกังวลในคนไทยหลายครัวเรือน อันก่อให้เกิดทุกขภาวะทางจิตสังคม ซึ่ง "กลไกการสร้างกระบวนการรู้คิดในการยอมรับความเป็นจริงและการแก้ปัญหาด้วยความคิดเชิงบวกเป็นสิ่งที่ควรสื่อสารมากที่สุด"
ประเด็นที่สำคัญในกลไกข้างต้น ได้แก่
- สื่อสารมวลชนในสภาวะตึงเครียดจากน้ำท่วม ควรประชุมและระดมความคิดในการนำเสนอเหตุการณ์บ้านเมืองแบบ "ชวนให้เกิดการรู้คิด (ดูตัวอย่างจากนักข่าวช่อง B)" มากกว่า "ชวนให้เกิดความตื่นตระหนก (ดูตัวอย่างจากนักข่าวช่อง A)" ยกตัวอย่าง นักข่าวช่อง A สื่อสารด้วยน้ำเสียงดังและตื่นเต้นว่า "น้ำกำลังจะท่วมสูงขึ้นตลอด ถ. รามอินทรา ขอให้ประชาชนติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิด" เปรียบเทียบกับ นักข่าวช่อง B สื่อสารด้วยน้ำเสียงนิ่งและนุ่มนวลเป็นธรรมชาติว่า "น้ำได้ท่วมสูงประมาณ 50 ซม. แล้ว ตั้งแต่ ถ.รามอินทรา กม. ที่ 1-4 ดังนั้นขอให้ประชาชนตั้งแต่ ถ.รามอินทรา กม. ที่ 4 เป็นต้นไป ติดตามป้องกันบ้าน คาดว่าน่าจะสูงไม่เกิน 20 ซม. หากต้องการความช่วยเหลือกรุณาติดต่อ..."
- ข่าวสารที่ติดตามสถานการณ์แล้วรายงานโซนที่น้ำท่วมแล้วแสดงให้เห็นภาพที่น่าสงสาร ก็ทำได้บ้างแต่ไม่ควรทำทุกช่อง การสื่อสารจากภาพที่น่าสลดจะทำให้เกิดความกลัวและตื่นตระหนกมาก ยิ่งบรรยายให้เห็นสภาพการณ์ทางลบมากก็ยิ่งเสียสุขภาพจิตมาก ตัวอย่างข่าวสารในออสเตรเลีย จะทำเพียงหนึ่งช่องที่ดึงนักข่าวที่มีจิตวิทยาดีจากสำนักข่าวช่องต่างๆ มาสื่อสารเชิงบวก (ให้กำลังใจและกระตุ้นให้ผู้ชมผู้ฟังเกิดการรู้คิดแก้ไขปัญหาด้วยตนเอง) แล้วแสดงภาพเคลื่อนไหวที่ชัดเจนพร้อมระบุตัวเลขเชิงสถิติ เพื่อให้ผู้ชมได้เห็นว่า น้ำกำลังจะมาในอีกกี่นาที มีความสูงคาดการณ์เท่าไร และมีเหตุผลในการที่จะอยู่ต่ออย่างไร หรือควรอพยพอย่างไร เป็นต้น นอกจากนี้ยังเสนอตัวอย่างการจัดการปัญหาทุกขภัยทางธรรมชาติที่มีประสิทธิผลมาสื่อสารให้เกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในประเด็นที่น่าสนใจ ผมเห็นทีวีไทยทำได้ดีมากๆ เช่น นำผู้เชี่ยวชาญเรื่องการดูแลรถยนต์ในภัยน้ำท่วม เป็นต้น
- ข่าวสารที่รายงานว่าใคร/หน่วยงานใดทำประโยชน์ให้กับคนไทยกลุ่มใดบ้าง มีดาราบันเทิงช่วยให้บริจาคของต่างๆ ก็ถือว่า "เป็นตัวอย่างของการช่วยเหลือของพลเมืองดีถ้วนหน้า" หากแต่เมื่อมีการช่วยเหลือแบบให้เปล่ามากจนอิ่มและเกินตัวผ่านสื่อมวลชน ก็จะเกิด "ภาวะการรู้คิดช้า หรือ Delayed cognitive condition" คือ ไม่คิดจัดการกับปัญหาในการดำเนินชีวิตด้วยตนเอง หลังพึ่งพาผู้อื่นอยู่ตลอดเวลา" น่าจะนำเสนอระบบการช่วยเหลือทางสังคมที่มีเป้าหมายให้ระดับการช่วยเหลือมากน้อยตามความสามารถในการจัดการการรู้คิดของแต่ละบุคคล แม้ว่าจะมีความบกพร่องทางร่างกาย และ/หรือจิตสังคม ก็มีระดับการรู้คิดที่แตกต่างกัน ดังนั้นความช่วยเหลือจะจัดให้ก็แตกต่างกันด้วย ซึ่งก็มีหลายรายการที่ทำให้ดีมากๆ เช่น ฉันรักเมืองไทย ที่นำเสนอตัวอย่างของชาวต่างชาติที่มีจิตอาสาในรูปแบบต่างๆ พร้อมให้คำชมแฝงข้อคิดให้เกิดกำลังใจในการรับมือกับน้ำท่วมได้ดียิ่ง รายการหนึ่งนำเสนอการจัดกิจกรรมจากคุณลุงจิตอาสาที่ชักชวนให้ผู้ประสบภัยที่สนใจมาสานถักทอเชือก หากฝีมือดีก็จะมีรางวัลเล็กน้อยเป็นถังน้ำนำไปใช้ได้ เป็นต้น
นอกเหนือจากสื่อมวลชนที่นำเสนอข่าวเกินความจริงนั้นดูผิดจรรยาบรรณมาก แต่ก็มีสื่อมวลชนอีกไม่น้อยที่พยายามนำเสนอข่าวเชิงสร้างสรรค์และเสริมสุขภาวะทางจิตสังคมได้ยอดเยี่ยม
อย่างไรก็ตามในกลุ่มคนที่ดี ก็ย่อมมีแบบดีอย่างจริงใจ (จิตวิญญาณเพื่อผู้อื่น) เช่น จิตอาสาที่ดีแบบพี่น้องฝาแฝดบันลือฤทธิ์) หรือมีแบบดีอย่างไม่จริงใจ (จิตวิญญาณเพื่อตนเอง) เช่น ผู้กักตุนของใช้แล้วนำมาขึ้นราคาเอาเปรียบผู้อื่น เป็นต้น
เมื่อมองเชิงบวก "เป็นมิตรกับน้ำท่วม" แต่กระบวนการถ่ายทอดข้อมูลในประชากรไทยยังมีช่องว่างและไม่มีการคัดกรองที่ละเอียดเพียงพอในระดับบทบาทของคนไทย เช่น ประกาศให้ราชการทำงานในวันนี้ แต่มีข้าราชการหลายคนที่น้ำท่วมบ้านแล้วจะเดินทางไปทำงานได้อย่างไร หรือประกาศให้ผู้คนอพยพแต่ความสูงของน้ำท่วมในแต่ละบ้านมีความจำเป็นในการอพยพแตกต่างกัน บางบ้านสามารถอยู่ได้แม้ว่าจะมีน้ำท่วม 1 เดือน เป็นต้น
วันนี้วันเกิดแม่ของดร.ป๊อป เมื่อวานผมตั้งใจไปช่วยแม่ขับรถกลับบ้านจากบางแสนมารามอินทรา เพราะเห็นแม่ตั้งใจจะมาทำบุญที่กทม. ภายหลังจากอพยพหนีน้ำท่วมไปชลบุรีเกือบ 4 วัน (จากการฟังประกาศของสื่อมวลชนหลายช่อง แม้ว่าน้ำยังท่วมมาไม่ถึงบ้าน) และมีความเป็นอยู่แบบ "ทนอยู่" มากกว่า "อยู่ทน" ในสภาวะการณ์เช่นนี้ ของกินของใช้ที่ชลบุรีมีแต่แย่งกันกับพวกที่อพยพเช่นกัน พอข่าวหลายช่องบอกวันนี้ว่าน้ำกำลังจะท่วมรามอินทรา แม่ผมต้องพายายอพยพอีกแล้ว ยายก็ถามว่า "ให้น้ำมาท่วมเพื่อดูระดับน้ำก่อนว่าจะอยู่ทนได้อย่างไร ทำไมต้องรีบอพยพเลยหรือ เพิ่งกลับมาเมื่อวานเอง"
ผมได้แต่ปลอบใจยายว่า "พ่อจะเฝ้าบ้านกับป๊อปเอง จะได้ไม่กังวลว่าจะดูแลยายได้ไม่ดีเมื่อน้ำท่วมจนต้องตัดไฟ ถ้าอยู่ไม่ได้ต้องอพยพหมด หรือถ้าทนอยู่ก็ยังไม่รู้ว่าจะแค่ไหนอย่างไร แต่ยายไปกับแม่เถอะ...พ่อกับแม่จะได้สบายใจ" ผมเองก็พูดไปแบบคิดได้เป็นระบบนัก เพราะจริงๆ เราก็ไม่รู้ว่า "อยู่ทน และทนอยู่ แบบใดที่สมาชิกในครอบครัวจะสบายใจและสบายใจนานแค่ไหน ไม่มีใครทำนายว่า ความจริงของน้ำท่วมถึงบ้านผมแค่ไหนอย่างไร สุขสันต์วันเกิดของทุกคนที่จะรับมือกับภัยน้ำท่วมอย่างรู้คิดครับ"
สุดท้ายคุณยายก็ยอมตามและไปกับคุณแม่ ผมช่วยขนของยังชีพดูเยอะมาก เลยถ่ายภาพให้คุณยายยิ้มสู้ ให้คุณแม่มีความสุขในวันเกิด ให้คุณพ่อดูแลที่บ้านและน้องหมาอย่างปลอดภัย และให้ผมเองมีสมาธิทำงานได้บ้างในช่วงก่อนทำงานจริง 14 พ.ย. ซึ่งก็ไม่รู้ว่าจะได้ทำงานจริงแท้อย่างไร ภาพเหล่านี้คือ "ความจริงที่ชวนให้ทุกท่านเตรียมพร้อมเสมอ ไม่ว่าจะอยู่ทน หรือทนอยู่ แต่ขอให้อยู่ทนในทุกสถานการณ์ชีวิตครับ"

ขอบคุณมากครับ อ.ณัฐพัชร์
สวัสดีค่ะอาจารย์ป๊อป
ขอบคุณมากๆ ครับที่ข้อมูลความคิดเห็นของอาจารย์ณัฐพัชร์กลับมาใหม่ได้โดยสมบูรณ์
ผมลองใส่รองเท้าบู๊ทไปเดินลุยน้ำท่วมที่ตลาดถนอมมิตร โชคดีที่ตลาดสูงและมีของขายเยอะอยู่ครับ ลองดูรูประหว่างทางดูครับ
อีกรูปที่น้ำกำลังจะท่วมจาก ถ.วัชรพล ถึง ซอยบ้านผมครับ รามอินทรา 65
ขอบคุณรองเท้าบู๊ทที่ทำให้ผมหาซื้อข้าวเย็นทานได้ครับ
ขอบคุณมากครับ อ.ดร.จันทวรรณ
ขอบคุณมากครับคุณมะปรางเปรี้ยว
ขอบคุณมากครับท่านอาจารย์ ดร. วิรัตน์ ที่เคารพอย่างสูง
เห็นด้วยกับที่กลุ่ม social supporters ทั้งหลายที่ปิดทองหลังพระและล้วนแล้วแต่ได้รับการฝึกฝนการช่วยเหลือผู้ประสบภัยมากน้อยต่างกันครับ ผมฟังบิณฑ์กับเอกพัน บันลือฤทธิ์ กล่าวว่า ต้องขนย้ายคนไข้ทั้งเตียงลงบันไดที่สูงชันด้วยแรงคนช่วยเหลือกว่า 10 คน เหตุที่เป็นเช่นนี้ เพราะโรงพยาบาลไม่มีระบบการใช้ไฟฟ้าสำรอง ลิฟต์ขนย้ายคนไข้หนักไม่ทำงาน จึงต้องลำบากมากในการช่วยเหลือ
เหตุการณ์นี้ทำให้เห็นว่า ระบบการช่วยเหลือมีแต่ใจ และระบบอื่นๆ ที่ควรจัดไว้ในหน่วยงานที่สำคัญควรเป็นสิ่งที่จำเป็นต่อคนทำงานแนวพัฒนาอย่างแท้จริงนะครับอาจารย์
ขอบคุณมากครับอ.ดร.ธวัชชัย
ขอบคุณมากครับคุณครูปอ
* สุขสันต์วันเกิดคุณแม่ค่ะ
* ขอบคุณเรื่องเล่าสะท้อนภาพชีวิตเกาะติดข่าวน้ำท่วม เป็นเรื่องน่าเห็นใจอย่างยิ่งค่ะ ทางเลือกในยามนี้มีไม่มากนัก
* น้อง Dr.Pop ทำดีที่สุดแล้วค่ะ
* พี่ใหญ่เอง ยังรอลุ้นการแบ่งปันน้ำท่วมที่กำลังจ่ออยู่รอบด้าน ระหว่างนี้ไปทำงานตามปกติ บางเวลาด้วยรถไฟฟ้าใต้ดิน ท่ามกลางความเป็นห่วงของน้องๆที่อพยพออกไปกันหมดแล้ว
บ้านน้องชายอยู่รามอินทราซอย ๕ ได้พบกับน้องน้ำอย่างเต็มพื้นที่ ครูนกก็ต้องคอยสื่อสารเชิงให้กำลังใจไปเพราะคนที่อยู่กับน้ำ ต้องทั้งอยู่ทน (ด้วยความอดทนอย่างสูง) กับต้องทนอยู๋ (ด้วยภาระหน้าที่ความรับผิดชอบ) เป็นกำลังใจห้คุณยาย และครอบครัวของอาจารย์มีความสุขตามสภาวะการณ์ และสุขภาพแข็งแรงนะค่ะ
ขอบคุณคะและชื่นชมการคิดวิเคราะห์ พร้อมข้อเสนอแนะ แนวทางการสื่อสาร คะ
โดยเฉพาะข้อสุดท้าย..
หากแต่เมื่อมีการช่วยเหลือแบบให้เปล่ามากจนอิ่มและเกินตัวผ่านสื่อมวลชน ก็จะเกิด "ภาวะการรู้คิดช้า หรือ Delayed cognitive condition"
ตัวอย่างหนึ่งที่น่าชื่นชมคือ กลุ่ม รู้สู้ flood ที่ยกข้อมูลที่เป็น fact จาก opinion นำเสนอเป็นรูปธรรม
ขอบคุณมากครับคุณหมอ ป. เห็นด้วยครับที่คลิปหลายเรื่องจาก รู้สู้ Flood ทำได้ชัดเจนและช่องทีวีไทยนำมาสื่อสารได้อีกทางหนึ่งครับ
ขอบคุณมากครับสำหรับกำลังใจจากคุณ Noktalay
ขอบคุณมากครับสำหรับความคิดเห็นดีๆ จากคุณนงนาท และขอให้พี่ใหญ่เดินทางทำงานด้วยความปลอดภัยครับ
ขอบคุณมากครับคุณแจ๋ว