วันที่ ๒๖ ตุลาคม ๒๕๕๔
รศ.ดร.ลดาวัลย์ ประทีปชัยกูร และ ผศ. ดร.ปรีดิ์มน นครินทร์ เป็นผู้ประเมินฯ สำนักวิชาพยาบาลศาสตร์ ซึ่งใช้เวลาตั้งแต่ก่อน ๐๙.๐๐ น. จนถึงเกือบ ๑๓.๐๐ น.เริ่มต้นด้วยการที่ดิฉันแนะนำสำนักวิชาฯ นำเสนอผลการดำเนินงาน ๓ ปีที่ผ่านมา และผลการประเมินตนเอง (SAR)
หลังจากนั้น ผศ.ดร.ปรีดิ์มน กล่าวว่าเชื่อว่าสำนักวิชาฯ เน้นคุณภาพอย่างสูงเพราะมีการควบคุมด้วยองค์กรวิชาชีพ ที่มาดูเพราะ สมศ. กำหนดเกณฑ์ใหม่ เหมือนมา try out เกณฑ์ใหม่ จึงประเมินแบบกัลยาณมิตร เหมือนวิจัยซ้อนวิจัย เป็นความสบายใจของกรรมการ... มีบางจุดของตัวบ่งชี้ที่ต้องตรวจสอบความเข้าใจเกณฑ์ เช่น งานวิจัย เพราะ สมศ. ทำเกณฑ์ที่ซับซ้อน... หลายๆ ตัวบ่งชี้กรรมการจะไม่สนใจ แต่จะสนใจคุณภาพวิชาการ เพราะเป็นมหาวิทยาลัย เน้นที่อาจารย์ และอาจารย์ต้องรู้ด้วยว่าต้องทำตัวให้ดีขึ้น ให้รู้มากขึ้น...
คณะกรรมการฯ แบ่งงานกันทำโดย ผศ.ดร.ปรีดิ์มน ทำหน้าที่พบปะพูดคุยกับชุมชน ผู้ใช้บัณฑิต ศิษย์เก่าทั้ง ป.ตรี และ ป.โท นักศึกษาปัจจุบัน บุคลากรสายสนับสนุน ซึ่งเราได้รับความร่วมมืออย่างดียิ่งจากทุกคนที่มาให้ข้อมูล ทั้งๆ ที่วันนี้มีฝนตก และศิษย์เก่า ป.โท ต้องเดินทางไกลมาจากจังหวัดระนอง
รศ.ดร.ลดาวัลย์ ทำหน้าที่ตรวจเอกสารหลักฐานของตัวบ่งชี้ต่างๆ ซึ่งมีจำนวนมาก แม้ว่าเราจะจัดเอกสารหลักฐานเอาไว้อย่างเป็นระบบ (กรรมการบอกว่าประทับใจมาก การจัดเอกสารของเราช่วยให้กรรมการทำงานได้สะดวกขึ้น) แต่เนื่องจากมีเป็นจำนวนมาก จึงใช้เวลาตรวจจนเลย ๑๒ น.
ดิฉันสังเกตเห็นว่ามีอาจารย์ของเราหลายคน ทั้งที่เป็นคณะกรรมการประกันคุณภาพการศึกษาของสำนักวิชาฯ และคนอื่นๆ คอยช่วยค้นหาหลักฐานอยู่ตลอด บางชิ้นที่กรรมการบอกว่าไม่ใช่ไม่ตรง ก็พากันไปหาหลักฐานใหม่มาแสดงได้อย่างรวดเร็ว ช่วยกันคนละไม้คนละมือ น่าประทับใจยิ่งนัก และแสดงให้เห็นว่าเราไม่ได้ยกเมฆเรื่องการทำงาน
เวลา ๑๒.๒๕ น. คณะผู้ประเมินนำเสนอข้อสังเกตและข้อเสนอแนะด้วยวาจา... ภาพรวมส่วนใหญ่ไม่มีปัญหา... ผลงานวิจัยที่มีการตีพิมพ์ต้องพัฒนาให้สูงขึ้น ชื่นชมที่มีผลงานวิจัยตีพิมพ์ในวารสาร ISI มีการนำไปใช้ประโยชน์เยอะมาก...ส่วนของผลงานที่มีการนำเสนอในการประชุมต่างๆ ที่เป็นแค่ Abstract ต้องตัดออก ต้องหากลยุทธ์เพื่อเพิ่มจำนวนการตีพิมพ์ เช่น ตีพิมพ์ก่อนแล้วจึงให้ทุนไปนำเสนอ
ผลงานวิชาการที่ผ่านการรับรองคุณภาพ การพิมพ์เผยแพร่ต้องมีผู้ทรงคุณวุฒิอ่าน
การบริการวิชาการ สำนักวิชาพยาบาลศาสตร์ขึ้นชื่ออยู่แล้วว่าทำได้ดี ชื่นชมว่ามีการบูรณาการครบทั้งกับการเรียนการสอนและการวิจัย...ขยายความว่าการที่กำหนดเกณฑ์เช่นนั้น เพื่อให้มีการสร้างความรู้ใหม่ แล้วเอาไปใช้ในชุมชน แล้วเอากลับมาพัฒนาอีก...อยากให้อาจารย์ในมหาวิทยาลัยสร้างองค์ความรู้แบบนี้ตลอดเวลา... จากการสัมภาษณ์ชุมชน ตรงนี้เป็น Best practice ในเรื่องสร้างความเข้มแข็งแก่ชุมชน
การพัฒนาคณาจารย์ ไม่มีวันจะได้อะไรเต็มที่ อนาคตจะมีอาจารย์วุฒิปริญญาเอกเพิ่มขึ้น ถ้าเรียนไม่ได้ควรใช้การทำงานประจำในการขอตำแหน่งทางวิชาการ... การสัมภาษณ์นักศึกษาได้ข้อมูลว่าชอบ อาจารย์ตั้งใจสอนดี แต่กระบวนการบริการ เช่น การลงทะเบียนเรียนยังไม่ดี นักศึกษา ป.โท อยากให้มีการจัดลำดับรายวิชาใหม่ เช่นวิชาวิจัยควรสอนโดยเร็ว เป็นต้น
สำหรับตัวบ่งชี้ที่ ๑๘.๑ และ ๑๘.๒ ซึ่งเป็นเรื่องของการชี้นำ ป้องกัน หรือแก้ปัญหาของสังคม อยากให้แก้ปัญหาข้างในมหาวิทยาลัยด้วย
วัลลา ตันตโยทัย