น้ำท่วมครั้งใหญ่ในปี ๒๕๕๔ ที่กำลังเกิดขึ้นกับประเทศไทย ทำให้มักนึกถึงการเพิ่มพื้นที่ป่า กับการมุ่งอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและธรรมชาติอย่างที่คุ้นเคยกันโดยทั่วไป แต่นอกจากแนวคิดเพื่ออนุรักษ์และสร้างพื้นที่ป่าให้มากขึ้น ซึ่งดีและมีความจำเป็นอยู่แล้ว เมื่อหาวิธีมองเพิ่มขึ้นอีกมุมหนึ่งเพื่อช่วยเสริมกำลังสิ่งที่อยู่ โดยหันออกจากด้านที่เป็นเรื่องการเพิ่มพื้นที่ป่า แล้วมองไปยังพื้นที่คนอยู่อาศัย ซึ่งเป็นอีกด้านที่น่าสนใจสำหรับส่งเสริมให้เกิดการริเริ่มเพื่อมีส่วนร่วมสร้างสุขภาวะสาธารณะด้วยกันได้อย่างกว้างขวาง ก็ทำให้ได้วิธีคิดอีกด้านหนึ่งขึ้นมาอีกว่า การสูญเสียความสมดุลของทรัพยากรธรรมชาติในอีกทางหนึ่งนั้น ไม้ได้เกิดจากการลดลงของทรัพยากรและสิ่งแวดล้อมอย่างเดียวเท่านั้น ทว่า เกิดจากการขยายตัวของเมือง พลเมืองประชากรบนถิ่นอาศัย กิจกรรมเศรษฐกิจสังคม ตลอดจนวิทยาการและเทคโนโลยีที่ชุมชนต่างๆนำเอามาใช้ในชีวิตประจำวัน เพิ่มสัดส่วนจนเสียสมดุลมากขึ้น
ด้วยหลักการดังกล่าว จึงทำให้เราสามารถนำเอาปัจจัยระบบนิเวศและการจัดการสิ่งแวดล้อม มาคิดปรับปรุงการดำเนินชีวิตและการสร้างแหล่งอาศัย ให้มีความสอดคล้องเกื้อหนุนกันกับระบบของธรรมชาติ ได้อีกวิธีหนึ่งด้วย ซึ่งก็สามารถคิดทำและเรียนรู้จากของจริงไปบนการดำเนินชีวิตได้ ได้ทั้งการพัฒนามรรควิถีชีวิต มีส่วนร่วมสร้างสุขภาวะส่วนรวม และได้ทักษะปฏิบัติที่เชื่อมโยงกับความรู้ ไปใช้ในโอกาสต่างๆของการทำงาน
บ้านผู้เขียน ที่สันป่าตอง จังหวัดเชียงใหม่ ลองออกแบบเพื่ออยู่อาศัยกับน้ำ ศึกษาศิลปะการจัดสวนน้ำและการจัดภูมิสถาปัตย์ที่อาศัยองค์ประกอบจากความหลากหลายของต้นไม้ใบหญ้า รวมทั้งอาศัยทำเป็นแหล่งเฝ้าศึกษาแบบเพลินๆไปด้วยในแง่มุมต่างๆของระบบนิเวศ รวมทั้งมิติสังคมวัฒนธรรม ที่เชื่อมโยงออกไปจากเรื่องราวของบัวกับแหล่งน้ำ ที่ทำให้ต่อเนื่องไปบนเงื่อนไขชีวิต
เมื่อมองในแง่นี้ และหากต้องการริเริ่มขึ้นในชีวิตประจำวันของเรา ในการสร้างบ้านเรือน การจัดสภาพแวดล้อมการอยู่อาศัย เราก็จะสามารถเรียนรู้ที่จะพัฒนาระบบนิเวศชีวิต ให้ปรับตัวไปกับปัจจัยธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมได้อย่างกลมกลืนเหมาะสมมากขึ้น ได้เพิ่มพื้นที่แหล่งรองรับน้ำและสร้างระบบนิเวศในการจัดการตนเองของธรรมชาติ เพิ่มมากขึ้นบนพื้นที่ชีวิตเราเอง เช่น การออกแบบภูมินิเวศในบ้าน การจัดสวนน้ำและสภาพแวดล้อม เพื่อเพิ่มพื้นที่ดูดซับน้ำ
สัดส่วนที่เพิ่มขึ้น อีกสอดแทรกอยู่กับการขยายตัวของชุมชนและพลเมืองประชากรตามแหล่งต่างๆดังกล่าวนี้ จะทำให้พื้นที่การดูดซับน้ำในแหล่งที่เกิดปัญหา อันได้แก่ในชุมชนถิ่นอาศัยต่างๆ มีสัดส่วนมากขึ้น ชุมชนและถิ่นอาศัยตามเขตชุมชนและเมืองหนาแน่นต่างๆ จะมีพื้นที่สำหรับรองรับน้ำ และเกิดความสมดุลในระบบนิเวศเพื่อการจัดการตนเองของธรรมชาติ มากกว่าแยกส่วนคนและชุมชนเมืองออกจากป่ากับระบบธรรมชาติ
ขณะเดียวกัน ทักษะการอยู่กับน้ำ สำนึก วิธีคิด และวิถีชีวิตการอยู่ร่วมกับน้ำ ก็จะมีความสอดคล้องกลมกลืนกันมากยิ่งๆขึ้น โอกาสในการจัดการปัญหาน้ำท่วม และวิธีคิดเชิงเป็นปฏิปักษ์กับน้ำ ก็อาจจะมีประสบการณ์จากชีวิตประจำวันเป็นฐาน ให้โน้มไปในทิศทางที่ต่างออกไป.
สวัสดีครับอาจารย์ดร.ขจิตครับ
ที่นำมาเป็นภาพประกอบบันทึกนี่ ก็เป็นการสื่อสารและบอกกล่าวกันทางอ้อมอย่างหนึ่งว่าที่ดูเหมือนว่ากำลังทำโน่นทำนี่นี่ ก็เหมือนผมกำลังหุงข้าวรอเพื่อนเลยล่ะครับ หากผ่านไปก็แวะไปนอนคุยกันนะครับอาจารย์ ประเดี๋ยวจะผัดหน่อไม้หวานให้กินริมสระบัว แต่สภาพมันชนบทเต็มที่เลยนะอาจารย์
สวัสดีครับคุณอุ้มบุญครับ
ผ่านไป ก็แวะไปให้เลี้ยงข้าวนึ่งสักเตื้อหนึ่งนะครับ
สวัสดีครับอาจารย์ณัฐพัชร์ครับ
ตอนนี้อยากได้ร้านกาแฟที่มีมุมนั่งคุยกับมุมศิลปะและงานเชิงความคิดสร้างสรรค์
ทั้งของชาวบ้านกับคนใจรักสมัครเล่นอย่างเราๆ
กัดฝันสะสมเป็น ๒-๓ ปีแล้วเนี่ยครับ ยังไม่สำเร็จสักที