ลุงน้อมตอบคำถามและเล่าอะไรหลายอย่างที่ทำให้รู้สึกว่า ชีวิตหลังมีเขื่อน และชีวิตหลังจากมีการส่งเสริมการทำนำปีละหลายครั้ง ซึ่งทำให้มีการบังคับ เปลี่ยนแปลงการไหลของน้ำอย่างที่มนุษย์ต้องการ ทำให้ระบบนิเวศเสียหายมาก

แทบทุกวันไม่ว่าจะเป็นฤดูกาลใด น้ำจะมาก จะน้อย หรือแม้แต่ฤดูน้ำหลากปีนี้ ที่น้ำท่วมมากมายหลายจังหวัดแม้กระทั่งกรุงเทพมหานครก็ไม่รอดพ้น จะมีเรือของชายผู้หนึ่งพายลัดเลาะอยู่ที่แนวตลิ่งที่ท่าน้ำหน้าบ้านผู้เขียน แกไม่ได้มาเป็นเวลาแน่นอน บางทีมาค่ำๆมืด น้องหมาเห่ากันเสียงขรม แรกๆผู้เขียนกลัวอยู่เหมือนกัน คิดไปว่าโจรจะพายเรือมาด้อมๆมองๆดูลาดเลาหรือเปล่าหนอ คุยกับพี่น้อย-แม่บ้าน แกบอกว่า ไม่ต้องกลัวหรอก นั่นคือ “ลุงน้อม” อยู่เลยโค้งน้ำขึ้นไปหน่อย แกหาปลาเก่ง

ช่วงน้ำท่วมที่บ้านผู้เขียนล้อมรอบด้วยน้ำ ยังได้เห็นลุงน้อมมาที่แถวหลังบ้าน

 

ซ้ายมือตอนน้ำสูงสุด ตอนนี้น้ำค่อยลดลงแล้ว

วันหนึ่งเห็นแต่เรือลอยอยู่...นึกว่าแกตกน้ำตายหรือเปล่า ที่แท้แกผูกเรือไว้ ตัวแกปีนข้ามรั้วที่อีกแปลงของผู้เขียนที่เรามีดินกองสูงเป็นโคก อยู่ติดต้นแจง น้ำท่วมกลายเป็นเกาะน้อยๆ มีต้นอะไรต่อมิอะไรงอกขึ้นเต็มไปหมด แกก้มๆเงยๆ เอามือคุ้ยดิน“เก็บไส้เดือน” ไปเป็นเหยื่อตกปลานั่นเอง

 

 

เก็บไส้เดือน

แกเป็นคนหาปลาอิสระ คือหาปลาคนเดียว จะไปตรงไหนไปได้ทั่ว พายเรือลัดเลาะคล่องแคล่วมาก ได้เห็นแกจอดเรือเกือบกลางแม่น้ำ ทั้งๆที่น้ำไหลแรง แต่เรือแกซึ่งเป็นเรือพลาสติกสามารถจอดได้นิ่ง ไม่โคลงเคลง ไม่ไหลไปกับน้ำ ก็นึกทึ่งแกทีเดียวค่ะ

วันนี้แกพายผ่านมาทางหน้าท่า เลยร้องเรียกคุยกับแก วันนี้แดดแรง แกสวมงอบเสียด้วย

 

ลุงน้อมบอกว่าชอบใจเรือไฟเบอร์มากกว่าเรือไม้เสียอีก

 ถามแกว่าเห็นลอยเรืออยู่กลางน้ำได้นิ่งเชียว ทำอย่างไร แกบอกว่าก็เอาเรือยึดกับ ราวเบ็ดที่ลงไว้ บวกกับใช้ “หางเสือ” ทำเองช่วย

หางเสือนี้น่าทึ่งมาก แกนยึดจะวางพาดอยู่ตอนท้ายเรือ เป็นท่อพีวีซีสีฟ้า ปลายของแกนแต่ละข้างจะมีแผ่นไม้แบนทำไว้รูปร่างคล้ายพาย เมื่อต้องการใช้ก็โยก แผ่นไม้สองข้างลงน้ำ เลิกใช้ก็ยกขึ้น แผ่นไม้แบนนี้ยกขึ้นลงได้อิสระแก่กัน

 

 

ลุงน้อมหัวเราะที่เห็นเราสนใจ และบอกว่า “ทำเอง ก็เห็นพ่อทำใช้ ก็จำมาทำต่อ...” คนข้างกายส่งน้ำดื่มให้แกขวดหนึ่งดับกระหาย แล้วแกขอตัวพายเรืออ้อมไปเก็บไส้เดือน ด้านหลังบ้านเรา ผู้เขียนเดินตามไปดูและไปคุยต่อ

ลุงน้อมตอบคำถามและเล่าอะไรหลายอย่างที่ทำให้รู้สึกว่า ชีวิตหลังมีเขื่อน และชีวิตหลังจากมีการส่งเสริมการทำนำปีละหลายครั้ง ซึ่งทำให้มีการบังคับ เปลี่ยนแปลงการไหลของน้ำอย่างที่มนุษย์ต้องการ ทำให้ระบบนิเวศเสียหายมาก ชีวิตผู้คนที่ถูกดึงให้ห่างจากธรรมชาติ ชาวนาที่ใจถูกดึงให้ฝันถึงเงิน ความร่ำรวย จนไม่สนใจ “พระแม่โพสพ” ผู้คนจากชนบทที่หลั่งไหลไปอยู่ในเมืองใหญ่ ชุมชนใหญ่ๆที่มีระบบการอำนวยความสะดวกทุกอย่าง ทำให้ไม่รู้สึกว่า “การพัฒนา” จะไปเกี่ยวอะไรกับต้นไม้ สายน้ำ หรือจะมีผลต่อธรรมชาติทั้งระบบ ชีวิตคนชนบท และท้ายสุดจะย้อนมามีผลกระทบต่อทุกคนไม่ว่าจะอยู่ที่ใด อย่างไร

 

ต้นไม้รู้ภูมิ ...ต้นมะขาม

 

เมื่อใช้คำว่า “ระบบนิเวศ” ฟังดูราวกับพวกนักกิจกรรมต่อสู้เพื่อสิ่งแวดล้อม แต่แท้จริง มันคือความสัมพันธ์ของมนุษย์เรากับธรรมชาติที่อยู่รอบตัว เพราะเดี๋ยวนี้มนุษย์เราชินกับของสำเร็จรูป เราไม่เคยแม้แต่จะหวนคิด หรือหยุดคิดสักเศษเสี้ยววินาทีว่า ชีวิตสะดวกสบายที่เราได้มีอยู่ แม้ว่าอาจมาจากสัมมาชีพ แต่ เบื้องหลังความสะดวกสบายทุกอย่างในโลกนี้มิใช่ได้มาเปล่าๆ ถึงเราจะไม่รู้ มองไม่เห็น แต่รับรองได้ว่ามันแลกมาด้วยความเบียดเบียน บังคับควบคุมธรรมชาติไม่มากก็น้อย

ผู้เขียนเองเพิ่งเริ่มตระหนักได้มากขึ้นก็ตอนมาใช้ชีวิตที่ คิดช้า ทำช้า ได้ เลยได้มองเห็นชัดขึ้น ยิ่งได้อ่าน ได้ชมสารคดี ถึงการทำลายสมดุลธรรมชาติทั่วโลกที่ทำให้โลกเปลี่ยนแปลงไปในทางที่นับวันจะทำให้มนุษย์อยู่อย่างยากลำบากขึ้น ก็ยิ่งเข้าใจ และเห็นว่า วิถีพอเพียง เท่านั้นเป็นเรื่องที่จะช่วยโลกได้

 

 

ลุงน้อม

 “...อยู่ที่นี่ (ตำบล ปากท่า อยุธยา) มาตั้งแต่เป็นเด็ก ตอนนี้อายุ ๗๒ แล้ว

สมัยก่อนหน้าน้ำ น้ำก็มากก็ท่วมทุกปีนั่นแหละ แต่มันไม่มาก น้ำไม่สูงอย่างเดี๋ยวนี้ เมื่อก่อนเขาไม่กั้น น้ำมาก็ค่อยๆหลาก ลาดเข้าทุ่งนาไป ตอนหลังเขากั้นน่ะซี น้ำมันเลยเอ่อ ก็ตั้งแต่มีเขื่อน นาแต่ละที่เขาก็กั้นด้วย น้ำไม่มีทางไป เข้าทุ่งไม่ได้ มันก็เอ่อมาก แล้วท่วมนานกว่าเมื่อก่อนด้วยซี

เมื่อก่อนปลาหลายชนิด มากมาย โอ๊ย พอน้ำเริ่มลด ปลาจากนาก็จะไหลลงแม่น้ำ ก็ตอนน้ำหลากนะปลาจะไปวางไข่ เกิดลูกในท้องนา พอน้ำในทุ่งลง ลูกปลาก็มาตามน้ำ มาลงแม่น้ำ เดือนสิบสองจับปลากันไม่หวาดไม่ไหว ปลาเต็มแม่น้ำ อย่าง ปลาสร้อยมากันเป็นฝูงๆเลย ยังมีปลาเค้า ปลาตะเพียน แล้วอีกหลายอย่าง เยอะจริงๆ

ตั้งแต่เขากั้นน้ำเข้านาไม่ได้ ปลาก็เข้าไปวางไข่ในนาไม่ได้ แม่น้ำเราก็เลยมีแต่ปลาท้องที่ พวกปลาสวาย ปลาตะโกก

ตกปลาสวาย ต้องตกบ่ายๆ ปลาตะโกกต้องตกค่ำๆหน่อย ตกปลาแต่ละชนิดก็มีเวลาเหมือนกันนะ (หัวเราะ)...”

เห็นลุงน้อมเป็นผู้เชี่ยวชาญปลาท้องน้ำนี้ ผู้เขียนเลยถามว่า หมู่นี้ที่น้ำค่อยๆลงจะเห็นปลาโผลงขึ้นมาดังพอน้องหมาสะดุ้ง บ่อยมาก มักเป็นปลาอะไร ลุงน้อมบอกว่า "ส่วนใหญ่ก็ ปลาสวาย... เมื่อวานก็มี ปลาจะละเม็ด มาติดแห นานๆจะเจอสักที" เพิ่งจะทราบว่ามีปลาจะละเม็ดน้ำจืดด้วย

แล้วยังมีเหมือนตัวอะไรเล็กๆดีดตัวทำผิวน้ำเป็นวงเล็กๆ เหมือนเม็ดฝนตกต้องผิวน้ำ คิดว่าเป็นพวกกุ้งฝอย ลุงน้อมบอกว่า “ไม่ใช่หรอก นั่นมันพวก ปลาขี้แตก  เกิดมาเพิ่งเคยได้ยิน พี่น้อยบอกว่าเหมือนลูกปลาซิวค่ะ

แมลงปอ

คนตัวเล็กๆแต่ผ่านกาลเวลามาจนแกร่ง อย่างลุงน้อม ยังคงเป็นคลังปัญญาให้คนรุ่นหลังได้ สืบสาว... เชื่อมต่ออดีตที่ชีวิตผูกพันกับธรรมชาติ ร่องรอยยังแจ่มชัด กับ ปัจจุบัน ที่โลกก้าวหน้า แต่ทว่าอนาคตดูจะเลื่อนลอยในการหาความสุขสงบ มั่นคงให้แก่ชีวิต

ขอร่วมส่งกำลังใจให้แก่ผู้ประสบภัยจากน้ำท่วมใหญ่ทั้งแผ่นดินทุกท่านนะคะ