ภูมิปัญญาที่เขาได้พอทันเห็นนี่แหละค่ะ ได้หล่อหลอมให้เขานำมาใช้ทำให้บ้านของเราซึ่งก็ไม่ได้รอดพ้นจากการถูกน้ำท่วม แต่เราสามารถอยู่ได้อย่างปลอดภัย จึงรู้สึกมีความสุขได้กับการเห็นน้ำมากมาย ความสุขนี้ไม่ได้แค่เกิดจากการมีเงินที่จะสร้างบ้าน ที่จะจัดการกับน้ำท่วม

ผู้เขียนและคนข้างกายนั่งดื่มกาแฟยามเช้าด้วยกันที่ศาลามองดูกลางแม่น้ำป่าสักที่น้ำกำลังไหลละลิ่ว แต่น้ำที่อยู่บริเวณท่าน้ำที่ติดบ้านดูสงบ ไร้พิษภัย แตกต่างจากกลางสายน้ำมาก เราได้สุนทรียสนทนาถึงประเด็นต่างๆเกี่ยวกับการใช้ชีวิตของชาวบ้านอยุธยายามน้ำหลากเมื่อสมัยที่เขายังเป็นเด็กและได้ใช้ชีวิตจริงๆ โดยที่ผู้เขียนเป็นฝ่ายถามเสียมากกว่า

 

เขาเล่าว่าสมัยเขาเป็นเด็ก ฤดูน้ำหลากคือเวลาที่รอคอย เด็กๆจะสนุกกับการได้เล่นน้ำ การใช้ชีวิตจะมีความแตกต่าง การเดินทาง อาหารการกิน งานบุญ งานรื่นเริงจะมีชีวิตชีวาสดชื่นกับสายน้ำ ชาวบ้านไม่ได้ถูกน้ำถาโถม รุกทำลายทั้งทรัพย์สินและชีวิตเหมือนน้ำท่วมสมัยนี้ ประเด็นใหญ่ๆที่เราคุยกันก็คือ

  • วิถีชีวิตของคนยุคนี้ส่งผลกระทบต่อดินฟ้าอากาศ ผลของClimate Change ไม่ใช่เป็นเพียงคำขู่ มนุษย์ทั่วโลกได้ประจักษ์ถึงความถี่ และ ความรุนแรงจากภัยธรรมชาตินานาชนิด ทุกคนต้องช่วยกันเปลี่ยนวิธีที่เราปฏิบัติต่อโลก
  • เมื่อโลกที่ถูกกระทำอย่างหยาบกร้าน ได้เกิดความป่วย แปรปรวนเช่นนี้ นอกจากเราจะต้องช่วยกันเยียวยา เรายังต้องปรับตัวเองให้อยู่ได้อย่างมีความเข้าใจธรรมชาติ เราไม่สามารถกลับไปมีชีวิตอยู่แบบคนยุคก่อนสมัยใหม่ได้ แต่ต้องหารหัสลับให้เจอ นั่นคือ ภูมิปัญญาที่บรรพบุรุษเราใช้ในการดำรงชีวิต มีสติ มีปัญญา มีเมตตา มีความนอบน้อมต่อธรรมชาติ เรียนรู้ที่จะปรับตัวให้อยู่ได้อย่างเหมาะกับจังหวะของฤดูกาลที่แปรเปลี่ยน เข้าใจทั้งภูมิศาสตร์และระบบนิเวศของตน

ประเด็นหลังนี้แหละที่เขาบอกว่าเขายังจำได้และนำมาใช้กับการดำรงชีวิต เขาให้ความสำคัญมากถึงขนาดตั้งชื่อสิ่งที่เขาทำ ประกาศตัวว่าตนและทีมงานมีสถาบันตั้งเอง คือ “อยุธยาศึกษาเพื่อการออกแบบและพัฒนาเอกลักษณ์เมือง” โดย ศึกษา ค้นคว้า ปฏิบัติจริงให้ปรากฏไม่รอให้ใครมาสั่ง หรือ ทำตามคำสั่งใคร เขาบอกว่าเขาได้พบแล้วและพยายามฟื้นฟูปัญญาอันเป็นรหัสลับที่ทำให้กรุงศรีอยุธยารุ่งเรืองถึงขนาดเป็นราชอาณาจักรชื่อเสียงระบือไกล

ภูมิปัญญาที่เขาได้พอทันเห็นนี่แหละค่ะ ได้หล่อหลอมให้เขานำมาใช้ทำให้บ้านของเราซึ่งก็ไม่ได้รอดพ้นจากการถูกน้ำท่วม แต่เราสามารถอยู่ได้อย่างปลอดภัย จึงรู้สึกมีความสุขได้กับการเห็นน้ำมากมาย ความสุขนี้ไม่ใช่เพราะมีเงินที่จะสร้างบ้าน ที่จะจัดการกับน้ำท่วม

 

เราปลูกบ้านสองชั้น เคยโง่ เสียดายพื้นที่ด้านล่างจึงตกแต่งใช้งานเต็มที่ ถูกน้ำท่วมใหญ่มาสองครั้ง เราก็เลยฉลาดขึ้น ตัดสินใจว่าเราจะเลิกใช้ชั้นล่างแบบที่เคยใช้ แต่จะทำเป็นพื้นที่โปร่งๆพอใช้งานได้ยามปลอดน้ำ

ที่ท่าน้ำเราก็มีต้นไม้ที่น้ำท่วมไม่ตาย พวกสนุ่น มะเดื่อ มะกอกน้ำ กอไผ่ใหญ่ เพื่อคอยทอนหรือซับความรุนแรงของกระแสน้ำ และ คลื่น

ยามน้ำมากเพื่อนฝูงสามารถมาเยือนได้ พายเรือในบริเวณท่าน้ำปลอดภัย

แน่นอนค่ะความเสียหายที่เกิดกับผู้คนที่เราพบเห็นตอนนี้ น้ำท่วมเป็นภัยพิบัติอย่างยิ่ง และเราก็ได้เห็นภัยพิบัติเช่นนี้เกิดขึ้นทุกครั้ง ผู้คนโศกเศร้า สูญเสีย นี่หมายความว่าอย่างไร

ปัญหาทางโครงสร้างสังคมที่คนจนจะตกเป็นเหยื่อเสมอเมื่อเกิดความยากลำบากหรือภัยพิบัติทุกครั้ง การตัดไม้ทำลายป่าของนายทุนเป็นเหตุสำคัญประการหนึ่งที่ทำให้ปัญหาน้ำท่วมมีความรุนแรง

ความช่วยเหลือที่เห็นๆก็เป็นแค่การบรรเทาทุกข์ และระยะสั้นๆ รัฐยังไม่ได้ใช้ปัญญาเพื่อแก้ไขปัญหาระยะยาวเลย ชาวบ้านได้ถูกการพัฒนาแบบผลักให้เร่งรีบ แข่งขัน มุ่งหาเงิน จนลืมวิถีการอยู่อย่างเกื้อกูลระหว่าง คนกับคน คนกับธรรมชาติ และคนกับสิ่งเหนือธรรมชาติ

แทบจะกล่าวได้ว่าเราสูญเสีย ความรู้-ปัญญาที่จะเข้าใจพื้นที่ที่เราทำมาหากินและดำรงชีวิต เป็นเหยื่อภัยธรรมชาติครั้งแล้วครั้งเล่าอย่างจำยอม หรือจะสู้ก็จะเอาเทคโนโลยีมาสู้แบบอหังการ แต่เราก็ได้เห็นแล้วว่า ธรรมชาตินั้นมีอานุภาพยิ่งกว่าเทคโนโลยีนัก

คนข้างกายผู้เขียนได้ชี้ว่าเป็นเรื่องเร่งด่วนที่ต้องสร้างความเข้าใจ-ปัญญาไม่ใช่ใช้แต่เงิน หากไม่มีทั้งเงินทั้งปัญญาก็จะทุกข์ซ้ำซาก พึ่งตนเองได้ยาก เราจึงต้องเริ่มที่ตนเองให้ได้ ซึ่งไม่เกินวิสัยที่จะทำได้ คือ

  • ปรับกระบวนทัศน์ในการดำรงชีวิตที่อยู่กับธรรมชาติด้วยความนอบน้อม รู้จักมีชีวิตที่พอเพียงก็จะเบียดเบียนธรรมชาติน้อยลง เช่น แม้ข้าวราคาดี ก็ไม่บ้า ยุให้ปลูกข้าวปีละสามครั้งเพราะอยากได้เงิน
  • ในการสร้างที่อยู่อาศัย เลือกสถาปัตยกรรมให้เหมาะกับทำเลว่าเป็น บ้านริมน้ำ ชายเขา กลางทุ่ง และให้อยู่อย่างเข้าใจภูมิศาสตร์ใช้ต้นไม้ ปรับพื้นดิน จะได้รู้จักรักษา ป้องกันตนเองได้ในระดับหนึ่ง เช่น อยู่ที่ริมน้ำ น้ำท่วมเรื่อยๆ ก็ต้องปลูกบ้านใต้ถุนสูง มีเรือไว้ใช้ อยู่ที่กลางทุ่งก็ต้องรู้จักปลูกต้นไม่ใหญ่ล้อมบริเวณบ้านกันลมพายุ สร้างโคก ทำคูระบายน้ำเป็นต้น
  • การปรับปรุงพันธุ์พืชให้เหมาะสม หรือเลือกปลูกพืชที่เหมาะสมกับถิ่น

บันทึกลาลูแบร์ อัครราชทูตจากราชสำนักฝรั่งเศสเดินทางมาถึงราชอาณาจักรสยาม(กรุงศรีอยุธยา) ในช่วงแผ่นดินสมเด็จพระนารายณ์ฯ ได้บันทึกสิ่งที่พบเห็นเป็นภาษาฝรั่งเศส มีผู้แปลความตอนหนึ่งว่า... “บรรดาที่ดินซึ่งน้ำท่วมนองอยู่นั้นเป็นเนื้อนาดีสำหรับปลูกข้าว และว่ากันว่ารวงข้าวนั้นย่อมหนีพ้นน้ำเสมอ ถ้าน้ำขึ้นสูงหนึ่งฟุตในระยะยี่สิบสี่ชั่วโมง รวงข้าวก็จะงอกขึ้นยาวหนึ่งฟุตในระยะยี่สิบสี่ชั่วโมงเหมือนกัน

 ดร.ขจิต ฝอยทอง ก็เคยคุยให้ฟังว่า กำลังมีการศึกษาวิจัยพืชที่น่าจะเหมาะกับ บางบาล อำเภอหนึ่งของจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ที่มักโดนน้ำท่วมก่อนใคร และท่วมมากทุกปี นักวิจัยเสนอว่าควรปลูกพืชทนน้ำ เช่น มะกอกน้ำ และคงต้องหาวิธีการสร้างมูลค่าเพิ่มให้เหมาะสมด้วย 

ความรู้ทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีควรจะนำมาใช้เพื่อสนธิพลังกับภูมิปัญญาบรรพบุรุษ และอย่างน้อยก็จะเป็นโอกาสให้คนสมัยนี้ที่เคยชินแต่กับความรู้สมัยใหม่ จะได้ไม่หลงทาง อยู่อย่างมีความเป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ เกื้อกูลตน เกื้อกูลชุมชน-สังคม และเกื้อกูลธรรมชาติ

หากผู้คนไม่เปลี่ยนวิธีคิด ปรับวิธีการดำรงชีวิตอย่างรู้คุณธรรมชาติ ทุกคนก็ต้องร่วมรับทั้งผิดและชอบ ถือเป็น กรรมสาธารณะ ที่มาถึงตัวเราได้ไม่ทางตรงก็ทางอ้อม ไม่ว่าจะอยู่แห่งหนใด