ผมสอนเรื่องวิวัฒนาการให้ชั้นม.6/1 มาทุกปีการศึกษา รูปแบบปรับเปลี่ยนไปเรื่อย เมื่อปีก่อนโน้นให้เล่านิทาน โดยแบ่งนักเรียนออกเป็นกลุ่ม กลุ่มละ 4-5 คน หรือแบ่งให้ได้ 5 กลุ่ม เพราะเนื้อหาวิวัฒนาการตามหลักสูตร ประกอบด้วย 5 เรื่องย่อย ได้แก่ หลักฐานวิวัฒนาการ แนวคิด(ทฤษฎี) พันธุศาสตร์ประชากร ปัจจัยที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงความถี่ยีน และกำเนิดสปีชีส์

เพิ่งผ่านมาหมาดๆนี้ ผมแบ่งนักเรียนเป็นกลุ่มเช่นเดิม แล้วให้แต่ละกลุ่มจับฉลากเลือกเรื่องย่อยที่จะศึกษากลุ่มละ 1 เรื่อง หลังจากนั้น แต่ละกลุ่มต้องอธิบายขยายความรู้ให้เพื่อนกลุ่มอื่นฟังจนเข้าใจด้วย โดยใช้สื่อหรืออุปกรณ์การเรียนรู้ที่ต้องดำเนินการจัดทำมาล่วงหน้าประกอบการอธิบาย นอกจากนั้น ผมกำหนดให้ทดสอบความเข้าใจของเพื่อนที่ฟัง ว่าฟังแล้วเข้าใจมากน้อยเพียงใด ดังนั้น อีกอย่างหนึ่งที่แต่ละกลุ่มต้องจัดเตรียมไว้ ก็คือแบบทดสอบ

ผมถามนักเรียน ถ้าไม่ทำสื่อด้วยการนำภาพหรือเนื้อหามาแปะติดบนฟิวเจอร์บอร์ดอย่างที่เคยทำประจำแล้ว พวกเราคิดว่าจะทำสื่ออะไรได้บ้างที่ต่างไปจากนั้น ที่สำคัญต้องช่วยให้เพื่อนเข้าใจเรื่องของเราได้ดีขึ้นด้วย

ไม่ใช่การที่เรานำภาพหรือเนื้อหาแปะบนฟิวเจอร์บอร์ดนั้นไม่ดีนะ แต่มันบ่อยแล้ว ลองเปลี่ยนใหม่บ้าง อาจน่าสนใจขึ้น เป็นpowerpointได้มั้ย? เราก็ยืมเครื่องที่ห้องคอมพิวเตอร์ 5 เครื่อง หรือกลุ่มละเครื่องมาใช้ในการนำเสนอ พร้อมกับทดสอบไปด้วยเลย โดยทุกคนกระจายไปรับฟังความรู้จากเพื่อนทีละกลุ่ม จนครบทั้งหมด

อ้าว! อาจารย์ ทำไมไม่ให้นำเสนอทีละกลุ่มที่หน้าชั้นเลย ครูว่ารูปแบบที่เป็นทางการ ทำให้คนอธิบายเกร็ง คนฟังกลุ่มใหญ่ด้วย เลยไม่ค่อยสนใจ ลองอย่างครูบ้างเผื่อจะดี นำเสนอพร้อมกันทั้งหมด คนฟังเป็นกลุ่มย่อยๆ เวียนไปฟังให้ครบ

อย่างนั้น คนอธิบายของแต่ละกลุ่มต้องมีหลายคนสิคะ เพราะคนพูดต้องไปฟังกลุ่มอื่นๆให้ครบด้วยเช่นกัน นั่นแหละ! ที่ครูต้องการล่ะ สมาชิกแต่ละกลุ่มต้องสามารถอธิบายความรู้ได้หลายคน

นักเรียนบางคนสงสัยวิธีการของครูครับ แต่คงเข้าใจเหตุผล เพราะเมื่อฟังคำชี้แจงแล้ว ก็เห็นเงียบไป ส่วนคะแนนที่จะได้ จะเฉลี่ยมาจากผลการทดสอบในทุกกลุ่ม ซึ่งแต่ละคนไปฟัง ถูกวัดความรู้ พร้อมบันทึกคะแนนไว้แล้ว

เด็กๆต่อรอง ต้องใช้เวลาศึกษาและจัดเตรียมพอสมควร โดยเฉพาะการสร้างไฟล์powerpoint ในเรื่องที่กลุ่มตัวเองจับฉลากได้ สัปดาห์หน้าที่ต้องเรียนเรื่องวิวัฒนาการนี้แล้ว คงไม่ทัน งั้นเมื่อไรได้ผมกระตุ้นให้นักเรียนคิดและนัดหมายเอง จะได้เป็นสัญญาประชาคม หรืออายถ้าไม่รักษาคำพูดที่ได้ลั่นไว้ต่อสาธารณชนแล้ว(ฮา) สรุปเป็นสัปดาห์ถัดไปอีกหนึ่งสัปดาห์ครับ ผมจึงนัดหมายอย่างนั้นสัปดาห์หน้าเราจะเรียนเรื่องอื่นไปก่อน เพื่อรอผลงานชิ้นนี้ของพวกเธอ

ถึงเวลาเรียนจริง ทุกกลุ่มเตรียมตัวมาเป็นอย่างดี ผมบอกให้นักเรียนแนบไฟล์งานที่ได้จัดทำมา ส่งให้ครูก่อนเลยในอีเมล์แอดเดรส นักเรียนผมส่วนใหญ่มิได้มีอินเทอร์เน็ตใช้ที่บ้านนะครับ ที่มีบ้างก็ส่วนน้อย ส่วนใหญ่จึงใช้กันที่โรงเรียนหรือที่ร้าน ถ้าใช้ที่ร้านหมายถึงนักเรียนต้องเสียเงินค่าบริการเป็นรายชั่วโมงด้วย เข้าใจความไม่พร้อมของลูกศิษย์ในประเด็นนี้ดี

นักเรียนทุกคนตั้งใจอธิบายและฟังความรู้ ซึ่งกันและกันเป็นอย่างดีครับ แม้แต่นักเรียนที่เรียนไม่ค่อยดีนัก แถมปกติชอบพูดคุยแข่งกับครูขณะเรียน แต่วันนี้สามารถอธิบายให้เพื่อนกลุ่มอื่นฟังได้ แม้จะติดอ่านเนื้อหาจากจอคอมพิวเตอร์มากไปหน่อยก็ตาม และยามตัวเองต้องมีหน้าที่ฟัง ก็ตั้งใจฟังอย่างน่าชื่นชม โดยเฉพาะเมื่อพิจารณาคะแนนเฉลี่ย ซึ่งแต่ละคนทำได้ จากคะแนนเต็ม 10 แล้ว แทบทั้งห้องจะได้เกินครึ่งหรือผ่านเกณฑ์ คนสูงสุดได้ 9 คะแนน

นานมาแล้ว เคยนึกสนุก ตั้งชื่อวิธีจัดการเรียนรู้ในลักษณะนี้ของตัวเองไว้เท่ๆครับว่า Cooperative Learning ; Exhibition หรือ การเรียนรู้ร่วมกันแบบนิทรรศการ