อันเนื่องจากเหตุการณ์ระทึกเช้าวันนี้..หาแว่นไม่เจอ
เดินวนหาอยู่สามรอบ.."กร๊อบบ."
ใจหายวาบ คิดในใจ ตายแล้ว
สิ่งสำคัญในชีวิตของข้าพเจ้า
ก้มลงมองดูใกล้ๆ (ใกล้มาก)
เป็นฝาพลาสติก..โล่งอก..
ไปๆ มาๆ เจออยู่บนชั้นวางเสื้อ !
เหตุการณ์นี้สอนอะไร..
.
ตรงไปตรงมา คือ เพราะแว่นตาหายเราจึงมองไม่เห็น..
ดังนั้น คงต้องหาแว่นตามาสำรอง หรือไม่ก็เปลี่ยนเป็นคอนแทคเลนส์
.
แต่คิดอีกแง่หนึ่ง เพราะ เรามองไม่เห็นจึงทำแว่นตาหาย
ใจเราเองที่มองไม่เห็น ว่าวางไว้ที่ไหน
หากเรายังปล่อยให้ใจไม่เห็นอยู่อย่างนี้
มีแว่นตา หรือคอนแทคเลนส์กี่อันก็หายหมด
เพราะแว่นตาหายจึงมองไม่เห็น :
เป็นการมองสาเหตุ อยู่ที่ปัจจัยภายนอก
เพราะมองไม่เห็น จึงแว่นตาหาย :
เป็นการมองสาเหตุ อยู่ที่ตัวเรา
###
ข้าพเจ้าชอบหนังสือ "Your brain at work" ของ David Rock ที่กล่าวถึงว่า
อะไรเป็นความรู้สึก "Reward" ซึ่งอธิบายพฤติกรรมมนุษย์ได้อย่างน่าสนใจ
สิ่งที่คนเราใฝ่หา = Novel + SCRAF
.
Novel : ระบบสมองมนุษย์ ที่ติดตั้งมาจากโรงงาน "Default/narrative tract"
มีแนวโน้มชอบฟุ้งซ่าน อยู่เฉยๆ ไม่คิดอะไรจะเบื่อ
.
แว่นตาหายจึงมองไม่เห็น ->
แว่นตาหายจึงมองไม่เห็น ->
หาดูคลิปวีดีโอแปลกๆ ระหว่างทำงานประจำ : (ข้าพเจ้าเอง :-)
.
มองไม่เห็นจึงแว่นตาหาย ->
มองไม่เห็นจึงแว่นตาหาย ->
การฝึกฝน เจริญสติ รับรู้สิ่งที่เกิดรอบตัวตามจริง " Direct experience tract" ให้เข้มแข็งมากพอจะ
อยู่เหนือ default tract
.
Status : สถานะ ลึกๆ เรารู้สึกดี เวลามีอะไรดีกว่าคนอื่นสักอย่าง..
.
.
แว่นตาหายจึงมองไม่เห็น -> ฉันต้อง up status ด้วยการข่ม เอาชนะคนอื่น
คนจึงติดเกมส์ออนไลน์ เพียงเพื่อสะสมแต้มเลื่อนสถานะ
การแต่งตัวด้วยเสื้อผ้ายี่ห้อดัง เพื่ออวดเพื่อน
การพูดดูถูกคนคนอื่น etc.
.
.
มองไม่เห็นจึงแว่นตาหาย -> การ up status คนอื่น คือการ up status เราไปในตัว
การออกปากยกย่อง ชื่นชม คนอื่น เป็นการยกระดับจิตใจ
แม้การคิดถึงส่วนดีของศัตรูเป็นเรื่องยากมากๆ แต่เมื่อไหร่ ทำได้ นั่นหมายถึง จิตใจที่ละเอียดขึ้น
.
Certainty : เราต้องการความมั่นคง แน่นอน
.
.
แว่นตาหายจึงมองไม่เห็น -> ฉันต้องเก็บสะสม สมบัติไว้เยอะๆ เผื่อไว้
แม้เราจะมีรองเท้าใหม่เอี่ยม แต่ก็ไม่ยอมเอาคู่เดิมไปบริจาค "เผื่อไว้..what if I need it.."
ปรากฎว่า ถึงเวลาจะใส่ หาคู่ใหม่ไม่เจอ เพราะตู้ที่เต็มไปด้วยรองเท้า :-)
.
.
มองไม่เห็นจึงแว่นตาหาย -> เมื่อมีสมบัติไม่มาก โอกาสพลัดพรากก็น้อย
เป็นบัญญัติไตรยางค์
หากมีรองเท้า 30 คู่ นั่นคือ โอกาสที่เราต้องพลัดพรากจากมัน 60 ครั้ง
ถ้าเรามีรองเท้่า 3 คู่ คู่ จะมีโอกาสพลัดพราก = ?
.
Relateness : เราต้องการเพื่อน ความเป็นส่วนหนึ่งของสังคม
.
แว่นตาหายจึงมองไม่เห็น -> ฉันต้องมีเพื่อนเยอะๆ เข้าไว้
มี like ใน facebook 1000+ คน แต่ละคนไม่เคยเจอหน้า มีแต่ chat แวบๆ
วันนี้ คนนั้นไม่มาเม้นท์เลย เก็บเอาไปร้องไห้คนเดียว T_T
.
มองไม่เห็นจึงแว่นตาหาย -> คนที่อยู่รายรอบเราล้วนเป็น เพื่อนเกิดแก่เจ็บตาย
หากเรามองโลกอย่างเป็นมิตร โลกก็เป็นมิตรกับเรา ตามหลักการ mirror neuron
.
Autonomy : เรามีความสุข เมื่อมีความสามารถควบคุมชีวิตตัวเอง เลือกทำ และไม่ทำได้ตามต้องการ
.
แว่นตาหายจึงมองไม่เห็น -> เราต้องเรียกร้องสิทธิ
เวลาเด็กเล็กๆ การเรียกร้องสิทธิ เรียกว่า "เอาแต่ใจตนเอง"
.
.
มองไม่เห็นจึงแว่นตาหาย -> เมื่อควบคุมความอยากของตนเองได้ คือ อิสระภาพ ที่แท้จริง..
.
Fairness : เราต้องการเห็น ความยุติธรรม เท่าเทียม
.
.
แว่นตาหายจึงมองไม่เห็น -> กรรมการ/เจ้านาย/สวรรค์ ลำเอียงงง
.
.
มองไม่เห็นจึงแว่นตาหาย -> ความเท่าเทียม เป็นสหสัมพัทธ์..เกิดจากมุมมองของเรา ป่วยการโทษใคร
เวลาเห็นรูปที่แขวนไว้เอียง ก็เพราะภาพจากสมองเราแปล จะไปโทษคนสายตาเอียงก็ไม่ได้
หากอยากให้หายเอียงเพียงไร เราก็ต้องเข้าไปจัดเองคะ..
###
สิ่งที่เรามองเห็นตามสิ่งที่โลกเป็นไปหรือสิ่งที่โลกเป็นไปตามสิ่งที่เรามองเห็น ?
.
ที่แน่ๆ ข้าพเจ้าได้มองเห็นโลกโสภาต่อไป
เพราะบุญรักษา..แว่นตาไม่แตก เย้..:-D
เพราะบุญรักษา..แว่นตาไม่แตก เย้..:-D
สวัสดีวันหยุดที่หลายคนไม่ได้หยุด ครับอาจารย์ หมอ
"แต่คิดอีกแง่หนึ่ง เพราะ เรามองไม่เห็นจึงทำแว่นตาหาย"
เหมือนนั่งเก้าอี้โยก .....เราโยกเก้าอี้ หรือเก้าอี้โยกเรา" คล้ายกันมั้ยครับ
สวัสดีค่ะอาจารย์หมอ
ชอบจังบันทึกนี้
แว่นตาพาให้คิด สะกิดเตือนใจ
อ่ะ ! ท่านสมาชิกแปลก ๆ ;)...
บุญรักษาข้ามบันทึกกันเลย
บันทึกมอบดาวให้ 4 ดาวเลย ส่วนดาวอีกดวงเก็บไว้ก่อน
เพื่อพัฒนาการที่ไม่มีขีดจำกัดในอนาคต
"มองไม่เห็นจึงดาวหาย (ไปหนึ่งดวง)"
;)...
การ up status คนอื่น คือการ up status เราไปในตัว
การมองเห็นส่วนดีของคนอื่น คือการมองเห็นส่วนดี ของตัวเราด้วย
เป็นความจริงแท้และแน่นอน คะ คุณหมอ เย้...ด้วยคน
ช่างคิดจังคะ บัง
โดยนัยยะ คือ
เราจะเป็นผู้กระทำ
หรือผู้ถูกกระทำ (จากโลก) นะคะ :-)
อรุณสวัสดิ์รับข้อคิดดีๆมีหลายมุมค่ะ ..รู้ตน ..รู้คน ..รู้โลก ..รู้ธรรม ..นำพาชีวิตเป็นสุข ..พ้นทุกข์ภัย :)
สวัสดียามเช้าคะ ยินดีด้วยกับรางวัลชนะเลิศเรียงความ ยอดเยี่ยมคะ :-)
555 ถ้าถอดแว่น คงไม่เห็นสักดวงคะ อาจารย์
จะพยายามเรียนรู้ในสิ่งที่ไม่รู้ ตามที่แนะนำคะ
ขอบคุณพี่กระติก ที่เสริมความสมบูรณ์ชัดเจนคะ
เพราะมองเห็นส่วนดีในตัวเอง จึงมองเห็นส่วนดีในผู้อื่นได้ :-)
ขอบคุณคะพี่ใหญ่ เห็นด้วยคะ คิดหลายๆ มุม รู้เขารู้เรา
อ่านแล้วก็มานั่งคิดว่า เออ...เราก็เช่นกัน
เรามองไม่เห็นเขาหรือเขามองไม่เห็นเรากันแน่ เฮ้อ....คงต้องมีสติรู้ตื่นเสมอ
กระมังจึงจะไม่เกิดเหตุการณ์เช่นนี้
เดี๋ยวนี้จึงต้องมีแว่นตาสองอัน อันหนึ่งเอาไว้ใช้ที่บ้าน อีกอันติดกระเป๋าไว้เพราะ
เวลาจะออกจากบ้านมักจะคว้ากระเป๋าแล้วไปเลย....กันลืม
แว่นหาย กุญแจหายเป็นประจำเหมือนกับครับ
ฝากหนังสือที่ลูกสาวชื่นชอบมาให้ดู
เธอเอาติดตัวไปไว้ในหอพักของมหาวิทยาลัย
คุณหมอเจอแว่นตาเจอแล้ว คงพอจะอ่านได้
อ่านแล้วชอบมาก ...กด like ให้พันครั้งครับ
วิธีการน่าสนใจคะคุณครู
อันหนึ่งใส่อ่านหนังสือก่อนนอน อันหนึ่งวางข้างอ่างล้างหน้าตอนเช้าใส่แล้วออกไปเลย :-)
ขอบคุณคะ เล่มสีน้ำตาลรูปทรงคลาสสิค เล่มที่สามจากขวา มองไม่ถนัดคะ น่าสนใจ
หมออดิเรก เป็นตัวอย่างที่ดีของการเสริมแรงบวก ให้กำลังใจ
เห็นผลเลยคะ ที่เขียนบล็อกต่อเนื่องมาได้ ก็ด้วยเหตุนี้ :-D
The big ego is somewhat distorted glasses
Happy weekend :)
เก้าอี้ไม้ กับระแนงโปร่ง ทำให้เวทีดูสบายๆ ได้อย่างลงตัว เหมือนอยู่ชายหาด 55
ภาพจากงาน KKU show & Share หรือเปล่าคะ
ขอบคุณคะ
อัตตาเกิด เมื่อเรามองไม่เห็นความรู้สึกนึกคิดตัวเอง
เมื่อเราหยุดพิจารณา เหมือนเอาไฟส่อง อัตตาก็จางไป