ได้อ่านข่าวจากผู้จัดการ ออนไลน์ หัวข้อข่าว “ศิริรัตน์” ผู้ป่วยขาพิการฟ้อง “ศิริราช” เรียกค่าเสียหาย 17 ล้านบาท ฐานประมาทเลินเล่อ รักษาโรคภูมิแพ้ SLE จนกลายเป็นคนขาพิการ ควบคุมระบบขับถ่ายไม่ได้ ชี้มีเงื่อนงำพยามปกปิดไม่ให้ดูเวชระเบียน ทั้งที่ต้องการทราบสาเหตุเผื่อจะเอารักษาต่อที่อื่น สุดท้ายได้รับคำตอบว่าหายได้มาบางส่วน เอาไปให้แพทย์ท่านอื่นดูพบการรักษามีความประมาท ทำให้กลายเป็นคนขาพิการ ยืนยันจะสู้เพื่อความเป็นธรรมจนถึงที่สุด

      “ถ้าโรงพยาบาลศิริราชยอมให้เวชระเบียน ดิฉันอาจจะมีโอกาสหาย แต่กลับปกปิดไว้ ก่อนหน้านี้เคยยื่นฟ้องขอเวชระเบียนมาแล้วเมื่อประมาณเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา คดียังอยู่ในชั้นศาล และการตัดสินใจยื่นฟ้องครั้งนี้ขอบอกว่าทำเพราะไม่มีอะไรจะเสียแล้ว ชีวิตนี้หมดสิ้นทุกอย่าง แต่ถึงอย่างไรก็ยังมีความหวังอยู่ ไม่อยากให้พ่อแม่ต้องมาลำบากหาเลี้ยงลูก ทั้งที่ควรจะเป็นเราที่ต้องเลี้ยงดูพ่อแม่ ส่วนจะเป็นอย่างไรต่อไปนั้น เชื่อว่าศาลคงมีความเป็นธรรม”

     จากนั้นมาดูตัวอย่างความคิดเห็นส่วนหนึ่งที่เกิดขึ้น (ขณะที่ผมเขียนบันทึกอยู่นี้มี 113 ความคิดเห็นแล้ว)

     ความเห็นลำดับที่ 111
     เชิญชวนแพทย์ทั่วประเทศลาออกไปทำอาชีพอื่นให้หมด เพราะช่างไม่มีความสุข ความปลอดภัย ในการทำงานเอาซะเลย

     ความเห็นลำดับที่ 108
     เห็นใจ ทั้งคุณหมอและคนไข้เพราะคุณหมอนั้นงานหนักเหลือเกิน คุณหมอคนหนึ่งต้องตรวจคนไข้เยอะมากๆในทุกๆวัน ความเหนื่อยความล้าย่อมมี เพราะหมอก็คือคน ไม่ใช่เครื่องจักร ความผิดพลาดเกิดขึ้นได้ทุกเวลา แต่เชื่อในเจตนาของคนเป็นแพทย์ว่า ไม่ได้มีความตั้งใจจะให้เกิดความผิดพลาด ส่วนคนไข้นั้น ก็น่าเห็นใจ เพราะในความผิดพลาดนั้น ทำให้เกิดความพิการไปตลอดชีวิต สงสารและเห็นใจทั้งสองฝ่ายให้อภัยซึ่งกันและกันเถอะนะ ขอให้ตกลงกันได้ด้วยดี จะดีมากๆเลย

     ความเห็นลำดับที่ 86
     คดีดอกรัก (กรณีคุณดอกรักฯ ที่บันทึกอยู่ในบล๊อกนี้) ยังไม่เห็นสัจจะธรรมของวงการนี้เหรอครับ ทำงานมานานจนเห็น และเห็นชัดขึ้นทุกวัน คนมีอำนาจเขาเล่นตามกระแส ไม่มีหลักการ ขอเพียงเอาตัวรอด คาตำแหน่ง น้องนุ่งจะเป็นอย่างไร ตัวใครตัวมันมันเป็นมานานแล้ว อยู่ได้ก็อยู่ อยู่ไม่ได้จะไปไหนก็ไป เรื่องแบบนี้จะมีอีกมาก พอออกตามสื่อให้มันดัง กี่ล้านก็จ่าย ไม่ต้องเรื่องมาก ต่อไปจะโดนไล่เบี้ยแน่นอน

     ผมจึงมาเรียกร้องเช่นเดิมว่า จากกรณีปัญหาที่เกิดขึ้นจึงเชื่อว่าจะไม่ทำให้ใครต้องสูญเสียเพิ่มขึ้นอีก หากความสูญเสียที่ผ่านมาได้ถูกนำมาใช้เป็นพื้นความรู้ในการจัดการเพื่ออนาคตที่ดีและเป็นการช่วยกันสร้างสังคมที่มีแต่ความเข้าอกเข้าใจกัน (trustfulness) ให้อภัยกันและกัน (excuse) เมื่อมีการสูญเสียก็มีการเยียวยากันอย่างทันท่วงที ดังรายละเอียดที่เคยนำเสนอไว้แล้วที่ กรณี คุณดอกรัก เพ็ชรประเสริฐ ด้วยเพราะผมเชื่อว่ายังมีประชาชนและผู้ให้บริการอีกมากมายที่ได้รับผลกระทบฯ แต่เงียบ... ทั้ง ๆ ที่ระบบดี ๆ จะช่วยเยียวยาสังคม ในเรื่องนี้ได้ ขอเรียกร้องครับ และจะเรียกร้องต่อไป...