ติดต่อ

กิจกรรมโรงพยาบาลในฝันของหนู

  จึงได้จัดทำโครงการ"โรงพยาบาลในฝันของหนู" ขึ้นเพื่อเป็นการสร้างความเข้าใจอันดี ระหว่างเยาวชนาและสถานบริการ   

โรงพยาบาลบ้านตากเป็นโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพและโรงพยาบาลที่ผ่านมาตรฐานคุณภาพแต่เหนืออื่นใดสิ่งที่สถานบริการต้องการได้รับมากที่สุด  นั้นคือความพึงพอใจของผู้มารับบริการทุกระดับ  ผู้ให้บริการและทีมสุขภาพควรจะมีการบริการเชิงรุกในการค้นหาช่องทางที่จะสะท้อนถึงความต้องการของผู้มารับบริการและทุกกลุ่มเป้าหมาย  และเพื่อเป็นการสร้างสัมพันธภาพอันดีระหว่างสถานบริการและผู้มารับบริการ   การนำเยาวชนในสถานศึกษาที่จะต้องมีพัฒนาการต่อไปเป็นประชากรที่มีคุณภาพต่อไปในอนาคตจีงเป็นอีกทางเลือกหนึ่ง ดังนั้นการสร้างแนวร่วมที่ดีและให้เยาวชนมีแนวคิดรวบยอดในเรื่องการพัฒนางานบริการสาธารณสุขให้ดียิ่งขึ้น    การจัดกิจกรรมด้วยการสร้างประสบการณ์ที่แท้จริง จึงเป็นกระบวนการเรียนรู้ที่สมบูรณ์   และเป็นอีกกิจกรรมหนึ่งที่สามารถผลักดันอำเภอบ้านตากให้บรรลุเป้าหมายเมืองไทยแข็งแรง ที่มีหลักการ  ในการบูรณาการทุกภาคส่วน  สร้างกระบวนการเรียนรู้สู่วิถีชีวิตชุมชน  งานสุขศึกษาและประชาสัมพันธ์ได้ตระหนักถึงปัญหาดังกล่าว จึงได้จัดทำโครงการ"โรงพยาบาลในฝันของหนู" ขึ้นเพื่อเป็นการสร้างความเข้าใจอันดี  ระหว่างเยาวชนาและสถานบริการ  เกิดการจัดคั้งเครือข่ายและแกนนำในสถานศึกษาระดับประถมศึกษาและสามารถดำเนินกิจกรรมด้านสาธารณสุข โดยนำ เยาวชนในสถานศึกษาระดับชั้น  ป 3  -  ป. 6 จำนวน  5  โรงเรียน  ๆละ   50 รวม   250   คน มาอบรมเพื่อเพิ่มความรู้ความสามารถของกลุ่มเป้าหมายทางด้านสุขภาพ  ศึกษาดูงานในหน่วยต่างๆของรพ.จัดการประกวด เรียงความ,และวาดภาพชิงทุนการศึกษา  ในหัวข้อ “โรงพยาบาลในฝันของหนู” ในช่วงวันที่ 15-19 สิงหาคมที่ผ่านมา ปรากฎว่าเด็กๆสนุกสนานและชื่นชอบกันมากที่ได้รับทราบกิจกรรมต่างๆเกี่ยวกับสุขภาพของโรงพยาบาลและที่สำคัญเด็กๆยังได้ไปดูห้องต่างๆที่ให้บริการของโรงพยาบาล ได้เรียนรู้ระบบต่างๆของโรงพยาบาลและได้ถ่ายทอดออกมาเป็นความฝันที่ช่วยกระตุ้นเตือนเจ้าหน้าที่ของโรงพยาบาลได้เป็นอย่างดี ได้อ่านแล้วก็ยอมรับว่าเด็กเล็กๆป.3-ป.6 มีความคิดที่ดีมองปัญหาและความต้องการต่างๆของชุมชนได้ เช่นต้องการคุณหมอใจดี อยากให้มีที่กว้างๆ อยากให้มีโรงพยาบาลที่สะอาด ร่มรื่น  อยากให้มีบริการที่รวดเร็ว มีเครื่องมือทันสมัย พยาบาลพูดเพราะๆ และมีอยู่คนหนึ่งเขียนว่าอยากให้เจ้าหน้าที่โรงพยาบาลให้ความเข้าใจ เป็นแรงใจให้ผู้ป่วยต่อสู้โรคร้าย เป็นต้น

สำหรับผลการประกวดวาดภาพป.3-4 รางวัลชนะเลิศคือดญ.พุทธิดา ทิมอ่วม ร.ร.ชุมชนวัดสันป่าลาน ระดับป.5-6 คือ ดญ.จุฑามาศ ทับเอี่ยม ร.ร.บ้านตากประถมวิทยา

ผลการประกวดเรียงความ ป.3-4 คือ ดญ.นภักษร เขตตขาม ร.ร.ชุมชนวัดสันป่าลาน ระดับป.5-6 คือ ดญ.ลลิตา กรพาหา ร.ร.บ้านตากประถมวิทยา

นี่ก็เป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรมที่เราเข้าสู่กลุ่มนักเรียนประถมศึกษาเพื่อพยายามสร้างให้เกิดพฤติกรรมสุขภาพที่ดี เผื่อีก10 ปีข้างหน้าจะได้ลดจำนวนคนที่เจ็บป่วยด้วยโรคเรื้อรังต่างๆลงไป  

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย 

หมายเลขบันทึก: 4574, เขียน: , แก้ไข, , สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ, ความเห็น: 1, อ่าน: คลิก

คำสำคัญ (keywords) #kmกับงานประจำ

บันทึกล่าสุด 

ความเห็น (1)

ทดลองเรียน
IP: xxx.155.1.246
เขียนเมื่อ 

ที่หาดใหญ่ ทดลอง นำเด็กเรียนรู้ เรื่องอุบัติเหตุ กับ  นร. ป5 เด็กสนุก และสัมผัส ของจริง  บังเอิญ มี รร.ประถม ขนาดใหญ่ อยู่ข้าง รพ. เพียงเดิน ข้ามถนนซอย การจัดการเลยง่าย   คิดว่า จะขยายรร.ที่สนใจ เพิ่มในปี 49

ถามเด็กว่า จะมาอีกมั้ย ทุกคน อยากมาอีก

ถามว่า เรียนเรื่องเดิม จะมามั้ย  .. เด็กบอกว่า มา

ข้อสรุปคือ คือ การเรียน เรื่องอะไร ต้องสัมผัสของจริง ให้มากที่สุด   ผู้เรียนจะสนุก   เราผู้เอื่อการเรียนรู้ จึงต้องพยายาม จัดฉาก ให้ได้ผลต่อการเรียนรู้มากที่สุด และ คิดสะสม การเรียนรู้

การเรียนรู้ในห้องเรียน เริ่มจะถูกลดทอนความสำคัญ และ จัดการเรียนรู้ในห้องเรียน( ห้องตรวจแพทย์ ) อาจจะไม่สนุก และไม่ได้เอาไปใช้ประโยชน์

ปี แรกที่เราจัด ครูเป็นฝ่ายสังเกตุ  ทีมเรา   ปี ต่อไป  เราจะขอเชิญให้ครู มีส่วนร่วม  ร่วมออกแบบการเรียนรู้มากขึ้น

 

เราจะเริ่มกิจกรรม เรียนอย่างนี้  โดยฝันไว้ว่า

 (หากทีม ทันตแพทย์ พร้อม )   จัดการเรียนรู้ เรื่องฟันกับการกิน  ในเด็กประถมต้น

ป4-ป5  เรียนสัมผัส การใช้ถนน ปลอดภัย  อวัยวะบาดเจ็บ

ป6.- ม1  เรียนเรื่องสัมพันธภาพ  ความรัก อนามัยเจริญพันธ์

สิ่งท้าทาย เราจะจัดการอย่างไร ทรัพยากรคน แรง เราจำกัด แต่กลุ่มเด็ก มีมาก  เราจะเลือกเชิญใครมาเรียน 

ข้อสรุป คือ ควรจัด ให้กับ เด็กที่เสียเปรียบกว่า ยากจนกว่า เสี่ยงกว่า รร. ลูกคนรวย  เช่น เรื่องเด็กขี่ จยย.                       ( แต่อย่าไป ตรงๆ ว่า เด็กรร.นี้เสี่ยง   เดี๋ยวเสียมวลชน )

หากสนใจโรคอ้วน ก็ต้องหาข้อมูล เด็ก ในแต่ละโรงเรียน ที่อ้วนมาก  ซึ่งแต่ละพื้นที่ ไม่เหมือนกัน