31 กรกฎาคม 2554

 

พอผมมาถึง...บ้านน้อยหลังนี้...ที่ทิมดาบมาเรียนเปียโน

ผมสัมผัสถึงเสียงหัวเราะ  เสียงพูดคุยกันของเด็ก ๆ  และเสียงดนตรีนานาชนิด

เสียงเปียโน...ขลุ่ย...กีตาร์ ...ไวโอลิน...และที่เสียงที่ขาดไม่ได้

คือ...อาคูเลเล่....ชนิดใครไม่ใครหิ้วมาหล่ะก็...Out จัง

 

 

 

เด็กก็คือเด็ก เบื่อง่าย...ต้องหลอกล่อ

กระโดดไปทางนั้นที...ทางโน่นที...เข้าห้อง...ออกนอกห้อง

มาระบายสี...วาดรูป...พร้อมถ้อยคำจำนรรจาอย่างน่าเอ็นดู

"คุณลุงขา...วาดรูป ...ภูเขา...กับทะเลให้ทีค่ะ..."

 

 

 

แน่นอนครับ...เด็กในยุคของผม...ในรูปภาพต้องมี

ภูเขาสองลูก...พระอาทิตย์โผล่ตรงกลาง...เบื้องล่างเป็นทะเล...หาดทราย

มองเห็นเรือลำน้อยสองลำ...และนกน้อยสองตัว

เด็กทุก  ๆ คน...ในยุคนั้น....อยู่ภายในกรอบคล้าย ๆ กัน

 

 

เด็กยุค 2012....มีความมั่นใจ...กล้าแสดงออก

มีฮีโร่...หลายท่าน...ที่เป็นแบบอย่าง...อย่างไม่ซ้ำใคร

แต่สิ่งหนึ่งที่เด็ก ๆ ในทุกยุคคล้ายกัน คือ

ความฝัน....จินตนาการ....ผู้พิทักษ์โลก....นางฟ้า....อธรรม...

 

 

รำพึงรำพันเรื่องเด็กไปมากมายแล้ว...

ผมชอบวัยเด็กครับ...ความไร้เดียงสา...แสนซื่อ...บริสุทธิ์

แต่คำพูด...เต็มเปี่ยมไปด้วย...สัจธรรม...ธรรมดา...

ผมให้ผมสะอึด...แบบไม่ตั้งตัว...รู้ต่อ

 

 

เหมือนผม...เช่นกัน...ผมหลงรัก R2R เมื่อไหร่ไม่รู้...

Routine to Research ....

เมื่อหลงรัก...เหมือนใจ...ลมหายใจเข้าออก...

R2R สำหรับผมคือใจ...ไม่ใช่เพียงงานประจำสู่งานวิจัย

แต่ R2R คือ ชีวิต...

 

 

ผมตั้งคำถามกับชีวิต...งาน...ครอบครัว...สังคมเสมอ ๆ

งานวิจัย...สำหรับผมมันเป็นเรื่องยาก...เป็นเล่ม...เป็นตั้ง ๆ

ทำแล้วเป็นเล่ม...ขึ้นหิ้ง...หยากไย่ฝุ่นเคราะ...

ไม่นานก็จะเป็นวัตถุโบราณ...ตกยุคตกสมัยแล้ว

 

 

R2R สำหรับผม...มันทำให้ผมคิดไปได้เรื่อย ๆ เหมือนเด็กพูด...

อิสระในการคิด...และใช้ใจในการก่อประโยชน์กับสิ่งที่ทำ....

ทำสิ่งเล็ก ๆ ...สบาย ๆ ... จะมีความสุขใจกับสิ่งที่เราทำ

 

 

นาฬิกาขายาว ๆ ได้ก้าวมาถึงเวลาเที่ยงแล้ว...

ทิมดาบเดินออกมาพร้อม...สมุดภาษาที่ 3 ของเขา คือ ภาษาดนตรี

หิวข้าวจัง....เราแวะทานข้าวที่ห้างสรรพสินค้ากันก่อนดีไหมลูก ?

โอเค...เดินดุ่ย ๆ โลกของเรากลมดิ้กเสมอ ๆ ...ไกลกันหลายกิโลแล้วนะ...

เจอคุณน้าของทิมดาบ...ผมยังไม่อนุญาต...เจ้าทิมดาบเข้าไปนั่งโต๊ะแล้ว

 

 

 

 

ผมฝากเจ้าทิมดาบต่อกับคุณน้าเขาด้วย....เดี๋ยวมารับ

ผมก็ตรงลิ่ว...ไปศูนย์อาหาร....จานข้าวมันไก่...นั่งใกล้ ๆ ตรงนี้หล่ะ

 

 

 

 

 

มองไปมา...เห็นชั้นวางแก้วน้ำ...

สะดุดปั๊บ...เอะ...เอะ...ที่วางแก้วน้ำที่แล้วใช้...

ทำไมอยู่ข้างบนอยู่นะ...

เพราะสัปดาห์ที่แล้ว...วิญญาณ R2R เข้าสิงครับ

อยากทราบว่า...ทำไมห้าง...เอาแก้วน้ำที่ใช้แล้วอยู่ข้างบน

แก้วน้ำที่ยังไม่ใช้....ผมก็เขียนใบข้อเสนอแนะใส่ในกล่องความพึงพอใจแล้วนะ

พร้อมให้ชื่อ...ที่อยู่...อีเมล...ติดต่อ

 

 

ผมนักสาธารณสุข...ปกติเห็นแก้วน้ำที่ใช้แล้ว...จะอยู่ข้างล่าง

หรือแยก...พื้นที่ออกชัดเจน....จากแก้วน้ำที่สะอาด

ถ้าทำแบบนี้...น้ำจากแก้วน้ำที่ใช้แล้ว...ผ่านรอยปากหลายปาก

เปื้อนสู่แก้วน้ำที่สะอาด....อาจจะแพร่เชื้อโรคได้...

 

 

เมื่อทานข้าวเสร็จ...ผมเขียนข้อเสนอแนะเรื่องนี้อีกครั้ง....

ถ้าไม่ได้คำตอบ...

ผมคงจะขอทราบคำตอบ...จากผู้ที่ตอบคำถามได้...

ว่า...ท่านมีวิธีคิด...ปฎิบัติ....อย่างไร ?

 

 

ผมเชื่อแน่ว่า...ทุกคน...อยากจะแบ่งปันสิ่งที่ดี ๆ

ให้กับผู้อื่นเสมอ ๆ

และผมเชื่ออีกว่า...

R2R ก็มีอณูเล็ก ๆ แทรกซึมอยู่ในนั้นเสมอ ๆ ....