ผมไม่ได้เรียนมาด้านกฏหมาย ถ้ามีมาตราใดที่ต้องไปศึกษาเพิ่มเติม ช่วยชี้แนะด้วยครับ

 

พระราชดำริของ   สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี

สรุปพระราชดำริ   เนื่องจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงมีสายพระเนตรกว้างและยาวไกล ทรงเห็นความสำคัญของการอนุรักษ์พันธุกรรมพืช โดยทรงเริ่มดำเนินงานพัฒนาและอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ และความหลากหลายทางชีวภาพ ตั้งแต่ปี พ.ศ.2503 เป็นต้นมา โดยมีพระราชดำริให้ดำเนินการสำรวจรวบรวมปลูกดูแลรักษาพรรณพืชต่าง ๆ ที่หายากและกำลังจะหมดไป ต่อมาในปี พ.ศ.2535 สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ได้ทรงสานพระราชปณิธาน ต่อจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ 

 

ที่มา

 ปัญหาคือ  ปัจจุบันมีเลื่อยขนาดเล็กโดยมีขนาดความยาวแผ่นบังคับโซ่ต่ำกว่า 1211211234512สิบสอง นิ้ว ซึ่งไม่จำเป็นต้องต้องขึ้นทะเบียนจัดทำบัญชีและหมายเลขแสดงหน่วยการผลิตที่กำหนดในกฏกระทรวง ทำให้มีเลื่อยขนาดเล็ก ออกมาจำหน่ายเป็นจำนวนมาก และพัฒนาให้มีประสิทธิภาพไม่ด้อยไม่กว่าเลื่อยโซ่ยนต์ขนาดใหญ่ หาซื้ออุปกรณ์ในการซ่อมแซมได้ง่าย เป็นที่นิยมของเกษตรกร ซึ่งถ้านำมาใช้เพื่อการจัดการทรงพุ่มไม้นการผลในสวนของตนเองจะช่วยให้ประหยัดแรงงานและต้นทุนการผลิตได้ แต่ถ้านำไปใช้ในการบุกรุกทำลายป่าต้องเกิดความเสียหายขึ้นอย่างแน่นอน


  ผมจึงได้ศึกษาพระราชบัญญติเลื่อยโซ่ยนต์มาเป็นระยะเวลาหนึ่งเพื่อหาแนวทางแก้ไข แต่ด้วยอำนาจและหน้าที่คงจะทำอะไรไม่ได้มาก อย่างน้อยเมื่อมีโอกาสได้ฝึกอบรมให้แก่เกษตรกรคงต้องพูดคุยสร้างความเข้าใจให้ตระหนักถึงการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและที่สำคัญที่สุดเพื่อสนองโครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี และตอบแทนคุณแผ่นดินเท่าที่จะทำได้

 

 

        มาตรา ๑ พระราชชบัญญัตินี้ เรียกว่า "พระราชบัญญัติเลื่อยโซ่ยนต์ พ.ศ. ๒๕๔๕"

 

        มาตรา ๒ พระราชชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

 

        มาตรา ๓ ในพระราชชบัญญัตินี้

          "เลื่อยโซ่ยนต์" หมายความว่า เครื่องมือสำหรับใช้ตัดไม้หรือแปรรูปไม้ที่มีฟันเลื่อยติดกับโซ่ซึ่งขับเคลื่อนด้วยกำลังเครื่องจักรกล และให้หมายความรวมถึงส่วนหนึ่งส่วนใดที่เป็นส่วนประกอบของเครื่องมือดังกล่าวด้วย ทั้งนี้ ตามที่รัฐมนตรีกำหนดในกฏกระทรวง

          "มี" หมายความว่า มีกรรมสิทธิ์หรือมีไว้ครอบครอง

          "ผลิต" หมายความว่า  ทำหรือประกอบเพื่อการจำหน่าย

          "นำเข้า" หมายความว่า นำหรือสั่งเข้ามาในราชอาณาจักร

          "พนักงานเจ้าหน้าที่" หมายความว่า ผู้ซึ่งรัฐมนตรีแต่ตั้งให้ปฏิบัติการตามพระราชบัญญัตินี้

          "นายทะเบียนเลื่อโซ่ยนต์" หมายความว่า อธิบดีหรือซึ่งผู้อธิบดีมอบหมายสำหรับกรุงเทพมหานครและผู้ว่าราชการจังหวัดหรือผู้ซึ่งผู้ว่าราชการจังหวัดมอบหมายสำหรับจังหวัดอื่น

          "อธิบดี" หมายความว่า อธิบดีกรมป่าไม้

          "รัฐมมนตรี" หมายความว่ารัฐมนตรีผู้รักษาการตามพระราชบัญญัตินี้

 

         มาตรา ๔ ห้ามมิให้ผู้ใด ผลิต หรือนำเข้าเลื่อยโซ่ยนต์ เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากนายทะเบียนเลื่อยโซ่ยนต์

          ห้ามมิให้ผู้ได้รับใบอนุญาตตามวรรคหนึ่งเปลี่ยนแปลงเลื่อยโซ่ยนต์ให้มีกำลังเครื่องจักรกลเพิ่มขึ้นจากที่ระบุไว้ในใบอนุญาตจากนายทะเบียบเลื่อยโซ่ยนต์

        การขออนุญาตและการอนุญาตให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กำหนดในกฏกระทรวง

        ผู้ได้รับอนุญาตให้ผลิตเลื่อยโซ่ยนต์ต้องจัดทำบัญชีและหมายเลขแสดงหน่วยการผลิตที่กำหนดในกฏกระทรวง

        การออกใบอนุญาตให้มีเลื่อยโว่ยนต์ ให้นายทะเบียบเลื่อยโซ่ยนต์ทำเครื่องหมายที่เลื่อยโซ่ยนต์ตามแบบที่กำหนดในกฏกระทรวง และระบุพื้นที่อนุญาตให้มีหรือใช้เลื่อยโซ่ยนต์ไว้ด้วย

 

        มาตรา ๕ คุณสมบัติและคุณลักษณะต้องห้ามของผู้ขอรับใบอนุญาตตามมาตรา ๔ ให้เป็นไปตามที่กำหนดในกฏกระทรวง

        ผู้ขอรับใบอนุญาตมีเลื่อยโซ่ยนต์ต้องประกอบอาชีพหรือประกอบกิจการที่ต้องใช้เลื่อยโซ่ยนต์และต้องไม่เคยต้องโทษสำหรับความผิดตามพระราชบัญญัตนี้ หรือตามกฏหมายว่าด้วยป่าไม้ กฏหมายว่าด้วยป่าสงวนแห่งชาติ กฏหมายว่าด้วยอุทยานแห่งชาติ หรือกฏหมายว่าด้วยการสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่ามาก่อน

        ความในวรรคสองมิให้นำมาใช้บังคับกับนิติบุคคลในทางศาสนา และกระทรวง ทบวง กรม ราชการส่วน

ท้องถิ่น รัฐวิสาหกิจ หรือองค์กรอื่นของรัฐ

 

        มาตรา ๖ ในกรณีที่ผู้ได้รับใบอนุญาตประสงค์จะเปลี่ยนแปลงพื้นที่ให้มีหรือใช้เลื่อยดซ่ยนต์ให้แตกต่างไปจากที่ระบุไว้ในใบอนุญาตตามมาตรา ๔ วรรคห้า ให้ผุ้ได้รับใบอนุญาตดำเนินการตามหลักเกณฑ์ดังนี้

        (๑) สำหรับการเปลี่ยแปลงพื้นที่ภายในจังหวัดเดียวกันที่ได้รับอนุญาต ให้ผู้ได้รับใบอนุญาตยื่นคำขอต่อนายทะเบียบเลื่อยโซ่ยนต์ผู้ออกใบอนุญาต

        (๒) สำหรับการเปลี่ยนแปลงพื้นที่ไปยังจังหวัดอื่นให้ผู้ได้รับใบอนุญาตยื่นคำขอต่อนายทะเบียบเลื่อยโซ่ยนต์ผู้มีอำนาจในจังหวันนั้น

        ทั้งนี้ ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กำหนดในกฏกระทรวง

 

        มาตรา ๗ ผู้ใดมีเลื่อยโซ่ยนต์ต้องมีใบอนุญาตหรือสำเนาภาพถ่ายใบอนุญาตสำหรับเลื่อยโซ่ยนต์เครื่องนั้นเพื่อแสดงต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ได้ทันที

 

        มาตรา ๘ ในกรณีที่ผู้ได้รับใบอนุญาตให้มีเลื่อยโซ่ยนต์ประสงค์จะนำหรือให้ผู้อื่นนำเลื่อยโซ่ยนต์ของตนออกไปใช้นอกพื้นที่ที่ได้รับอนุญาตตามมาตรา ๔ วรรคห้า เป็นการชั่วคราว ผู้ได้รับใบอนุญาตจะต้องขออนุณาตโดยระบุพื้นที่ และระยะเวลาที่จะนำไปใช้ต่อนายทะเบียนเลื่อยโซ่ยนต์และให้นายทะเบียบเลื่อยโซ่ยนต์อนุญาตหรือไม่อนุญาตภายในสิบห้าวันทำการนับตั้งแต่วันที่ได้รับการขอ และถ้านายทะเบียนเลื่อยโซ่ยนต์มิได้ดำเนินการและพิจารณาและแจ้งผลการพิจาณาคำขอให้ผู้ยื่นคำขออนุญาตทราบภายในกำหนกเวลาดังกล่าว ให้ถือว่านายทะเบียบเลื่อยโซ่ยนต์มีคำสั่งอนุญาตตามคำขอ และให้ถือว่าใบรับคำขอเป็นเสมือนหนึ่งใบอนุญาต

        ให้นายทะเบียนเลื่อยโซ่ยนต์ผู้อนุญาติแจ้งและส่งสำเนาหนังสืออนุญาตให้แก่นายทะเบียนเลื่อยโซ่ยนต์ในพื้นที่ระบุในหนังสืออนุญาต ทั้งนี้นายทะเบียนเลื่อยโซ่ยนต์ในพื้นที่ที่ระบุในหนังสืออนุญาตประกาศการอนุญาตหรือคำขออนุญาตดังกล่าว ณ ที่ทำการขององค์การบริหารส่วนท้องถิ่นของพื้นที่นั้น

        ในกรณีมีเหตุอันควร ผู้ได้รับใบอนุญาตจะขออนุญาตต่อระยะเวลาที่ให้นำเลื่อยโซ่ยนต์ออกไปใช้นอกพื้นที่อีกได้ แต่ต้องขออนุญาตต่อนายทะเบียนเลื่อยโซ่ยนต์ก่อนวันครบกำหนดระยะเวลาที่ได้รับอนุญาตไว้เดิม

        การขออนุญาตและการอนุญาตให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กำหนดในกฏกระทรวง

 

        มาตรา ๙ ถ้ามีการนำเลื่อยโซ่ยนต์ที่ได้รับอนุญาตในมาตรา ๔ ไปใช้ในการกระทำผิดกฏหมายว่าด้วยป่าไม้ ให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่าผู้ได้รับใบอนุญาตมีส่วนร่วมในการกระทำผิดนั้น

 

        มาตรา ๑O ห้ามมิให้ผู้ใดซ่อมแซมเลื่อยโซ่ยนต์เป็นธุรกิจเพื่อสินจ้าง เว้นแต่จะได้รับใบอนุญาตจากนายทะเบียบเลื่อยโซ่ยนต์

           คุณสมบัติของผู้ได้รับใบอนุญาต การขอใบอนุญาต และการออกใบอนุญาต ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขที่กำหนดในกฏกระทรวง

            ผู้ได้รับใบอนุญาตให้ซ่อมแซมเลื่อยโซ่ยนต์เป็นธุรกิจเพื่อสินจ้างจะกระทำการเช่นว่านี้ได้แต่เฉพาะแก่เลื่อยโซ่ยนต์ที่มีผู้ได้รับอนุญาตให้มีและใช้เลื่อยโซ่ยนต์และเมื่อเลื่อยโซ่ยนต์นั้นมีเครื่องหมายถุกต้องตามใบอนุญาตเท่านั้น

 

        มาตตรา ๑๑ ถ้าผู้ได้รับใบอนุญาตให้มีเลื่อยโซ่ยนต์ตาย ให้ทายาทผู้ครอบครองเลื่อยโซ่ยนต์นั้น หรือผู้จัดการมรดกของผู้ตายแจ้งการตายและการครอบครองต่อนายทะเบียบเลื่อยโซ่ยนต์ตามใบอนุญาตภายในกำหนดหกสิบวันนับแต่วันที่ทราบการตายของผู้ได้รับใบอนุญาต

        นายทะเบียนเลื่อยโซ่ยนต์มีอำนาจสั่งการให้ทายาทหรือผู้จัดการมรดกตามวรรคหนึ่งเก็บรักษาหรือใช้เลื่อยโซ่ยนต์ของผู้ที่ได้รับอนุญาตที่ตายไว้ได้ และถ้ามีข้อโต้แย้งถึงสิทธิของทายาทก็ให้ผู้ที่ได้รับคำสั่งจากนายทะเบียบเลื่อยโซ่ยนต์ดังกล่าวเก็บรักษาไว้จนกว่าข้อโต้แย้งนั้นถึงที่สิ้นสุด

        ภายในกำหนดหกเดือนนับตั้งแต่วันที่ผุ้ได้รับใบอนุญาตตาย หรือถ้ามีข้อดต้แย้งถึงเรื่องสิทธิของทายาทนับแต่วันที่ข้อดต้แย้งนั้นถึงที่สุด ผู้จัดการมรดกหรือทายาทอาจขออนุญาตใหม่ได้ เมื่อนายทะเบียบเลื่อยโซ่ยนต์ได้อออกใบอนุญาตให้แล้ว ให้มอบเลื่อยโซ่ยนต์นั้นแก่ผู้ได้รับใบอนุญาตใหม่ ถ้าไม่ออกใบอนุญาตให้ใหม่ ก็ให้แจ้งให้ผู้ขอทราบและสั้งให้จัดจำหน่ายเลื่อยโซ่ยนต์นั้นภายในกำหนดหกเดือนนับแต่วันรับคำสั่ง มิฉะนั้นให้นายทะเบียบเลื่อยโซ่ยนต์มีอำนาจจัดการขายทอดตลาดเลื่อยโซ่ยนต์นั้น เงินสุทธิทีได้รับจากการขายทอดตลาดให้เปิดบัญชีเงินฝากไว้ให้แก่ผู้ที่มีสิทธิ์มาขอรับต่อไป

 

        มาตรา ๑๒ ในกรณีที่ผู้ได้รับใบอนุญาตตามมาตรา ๔ เป็นนิติบุคคล และนิติบุคคลนั้นเลิกกัน ให้ผู้ชำระบัญชีนำส่งเลื่อยโซ่ยนต์เพื่อเก็บรักษาตลอดระยะเวลาที่ยังคงทำการชำระบัญชีนั้น

        ในการแบ่งคืนทรัพย์สินให้แก่ผู้เป็นหุ้นส่วนหรือผู้ถือหุ้นของนิติบุคคล ให้ผู้เป็นหุ้นส่วนหรือผู้ถือหุ้นที่ได้รับการแบ่งคืนเลื่อยโซ่ยนต์ แจ้งขอรับและขอใบอนุญาตมีไว้ซึ่งเลื่อยโซ่ยนต์นั้นต่อนายทะเบียนเลื่อยโซ่ยนต์ภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ได้รับการแจ้งแบ่งคืนเลื่อยโซ่ยนต์จากผู้ชำระบัญชี

        ในกรณีที่ผู้ชำระบัญชีประสงค์จะขายเลื่อยโซ่ยนต์เพื่อการชำระหนี้ของนิติบุคคลนั้น ให้ผู้ชำระบัญชีแจ้งต่อนายทะเบียบเลื่อยโซ่ยนต์เพื่อทราบ และไม่ว่ากรณีใดจะขายให้แก่บุคคลที่มีลักษณะต้องห้ามตามพระราชบัญญัตนี้ไม่ได้

        ให้ผุ้ประสงค์จะซื้อเลื่อยโซ่ยนต์ตามความในวรรคสามมายื่นคำขอและขอมีใบอนุญาตมีไว้ซึ่งเลื่อยโซ่ยนต์นั้นต่อนายทะเบียบเลื่อยโซ่ยนต์ภายในห้าวันทำการนับแต่วันที่ตกลงซื้อขายกัน

 

        มาตรา ๑๓ ในกรณีที่มีผู้นำจับผู้กระทำความผิดตามพระราชบัญญัตินี้ ให้พนักงานอัยการร้องขอต่อศาล และให้ศาลมีอำนาจพิพากษาให้จ่ายเงินสินบนนำจับแก่ผู้นำจับเป็นจำนวนเงินไม่เกินกึ่งหนึ่งของจำนวนเงินค่าปรับตามคำพอพากษาดดยจ่ายจากเงินค่าปรับที่ชำระต่อศาล ถ้าผู้กระมทำผิดชำระเงินค่าปรับไม่ถึงจำนวนเงินที่ต้องจ่ายค่าสินบนนำจับได้ครบถ้วน ให้จ่ายเงินสินบนนำจับเพียงเท่าที่ผู้กระทำผิดชำระ

        ในกรณีที่ผู้นำจับหลายคน ให้แบ่งเงินสินบนนำจับให้คนละเท่าๆกัน

        การจ่ายเงินสินบนนำจับนั้น จะจ่ายได้เมื่อคดีถึงที่สิ้นสุดแล้ว

 

        มาตรา ๑๔ ผู้ใดมีเลื่อยโซ่ยนต์ในวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ ถ้ามาขอรับใบอนุญาตภายในเก้าสิบวันนับแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ ผู้นั้นไม่มีความผิดตามมาตรา ๔ และให้นายทะเบียบเลื่อยโซ่ยนต์ออกใบอนุญาตให้มีเลื่อยโซ่ยนต์แก่ผู้มาขอรับใขอนุญาตนั้น เว้นแต่จะขาดคุณสมบัติที่กำหนดไว้ตามพระราชบัญญัตินี้

        ให้ผู้ซึ่งปฏิบัติตามวรรคหนึ่งไม่ต้องรับโทษตามกฏหมายว่าด้วยศุลกากร และกฏหมายว่าด้วยการส่งออกไปนอกและการนำเข้ามาในราชอาณาจักรวึ่งสินค้า

        ความในวรรคสอง มิให้ใช้บังคับแก่ผู้ที่ถูกจับกุมและถุกดำเนินคดีก่อนวันทีพระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับและคดียังไม่ถึงที่สิ้นสุด

        ในกรณีที่นายทะเบียนเลื่อยโซ่ยนต์ไม่ออกใบอนุญาตให้ เมื่อผู้นั้นได้นำเลื่อยโซ่ยนต์มามอบแก่เจ้าหน้าที่ ให้ผู้มีสิทธิ์อุทรณืต่อรัฐมนตรีภายในสามสิบวันนับแต่วันทราบคำสั่งใบอนุญาต

        ในกรณีที่ผู้ใดไม่ได้รับอนุญาตตามวรรคหนึ่งและวรรคสี่ ให้เลื่อยโซ่ยนต์ของผู้นั้นตกเป็นของแผ่นดินนับแต่วันที่มีคำสั่งไม่อนุญาตหรือนับแต่วันที่รัฐมนตรีมีคำวินิจฉัย

        เลื่อยโซ่ยนต์ที่ตกเป็นของแผ่นดินตามวรรคห้า ให้นำไปใช้ประดยชน์ในราชการ หรือจำหน่ายให้แก่ส่วนราชการหรือรัฐวิสาหกิจ หรือทำลายตามระเบียบที่อธิบดีกำหนด

 

        มาตรา ๑๕ ภายใต้บังคับมาตรา ๑๔ ในกรณีที่นายทะเบียบเลื่อยโซ่ยนต์มีคำสั่งไม่อนุญาตตามคำขอตามพระราชบัญญัตินี้ ผู้ยื่นคำขออนุญาตมีสิทธิ์อุทรณ์คำสั่งไม่อนุญาตต่อนายทะเบียบเลื่ยโซ่ยนต์ผู้มีคำสั่งไม่อนุญาตภายในสามสิบวันนับแต่วันที่มีคำสั่งไม่อนุญาต

        ให้นายทะเบียบเลื่อยดซ่ยนต์พิจารณาคำสั่งอุทรณ์และแจ้งผลพิจารณาอุทรณ์โดยการอนุญาตคำขอหรือยืนยันคำสั่งไม่อนุญาตให้ผู้อุทรณ์ทราบภายในสามสิบวัน

        ในกรณีที่นายทะเบียบเลื่อยโซ่ยนต์ยืนยันคำสั่งไม่อนุญาต ผู้ขออนุญาตมีสิทธิ์อุทรณ์คำสั่งยืนยันคำสั่งไม่อนุญาตต่อรัฐมนตรีภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ได้รับการแจ้งคำสั่งยืนยันคำสั่งไม่อนุญาต

 

        มาตรา ๑๖ การจับกุมปราบปรามผู้กระทำผิดตามพระราชบัญญัตินี้ ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ที่เป็นพนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจตามประมวลกฏหมายวิธีพิจารณาความอาญา

        มาตรา ๑๗ ผู้ใดฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรา ๔ วรรคหนึ่งและวรรคสี่ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินห้าปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท หรือทั้งจำทั้งงปรับ และให้ศาลสั่งให้ริบโซ่เลื่อยยนต์นั้น เลื่อยโว่ยนต์ที่ศาลสั่งริบ ให้นำไปใช้ประโยชน์ในราชการ หรือจำหน่ายให้แก่ส่วนราชการ หรือรัฐวิสาหกิจ หรือทำลายตามระเบียบที่อธิบดีกำหนด

 

        มาตรา ๑๘ ผู้ใดฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรา ๔ วรรคสอง ต้องระวางโทษปรับไม่เกินห้าพันบาท และต้องแก้ไขให้เลื่อยโว่ยนต์มีกำลังเครื่องจักรกลเท่าเดิมที่ขออนุญาตไว้เดิมภายในเวลาที่ศาลกกำหนด หากไม่ปฏิบัติตามให้ศาลสั่งริบโซ่เลื่อยยนต์นั้น

 

        มาตรา ๑๙ ผู้ใดฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรา ๖ หรือมาตรา ๘ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับไม่เกินสิงหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งประบ

 

        มาตรา ๒O ผู้ใดฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรา ๗ ต้องระวางโทษปรับไม่เกินสองพันบาท

 

        มาตรา ๒๑ ผู้ใดฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรา ๑O ต้องระวางโทษปรับไม่เกินห้าพันบาท

 

        มาตรา ๒๒ ผู้ใดฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรา ๑๑ วรรคหนึ่ง หรือมาตรา ๑๒ ต้องระวางโทษปรับไม่เกิน

หนึ่งพันบาท

 

        มาตรา ๒๓ ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม*รักษาการตามพระราชบัญญัตนี้และให้มีอำนาจแต่งตั้งพนักงานเจ้าหน้าที่ ออกกฏกระทรวง และกำหนดกิจการอื่นเพื่อปฏิบัตตามพระราชบัญญัตินี้

                
     
     

 

 
 
   
   
 

        ขั้นตอนการซื้อเลื่อยโซ่ยนต์

 

          เมื่อลูกค้าทราบความต้องการ(เลือกรุ่นที่ต้องการ)ให้ดำเนินการดังนี้

            1. ทางร้านจะมีเอกสารให้ คือ คำขอให้มีเลื่อยโซ่ยนต์ ลซ. 1 จำนวน 1 ชุด และเอกสารคล้ายกับใบรับรอง ที่ระบุรุ่นที่ต้องการซื้อ จากร้านค้าหรือบริษัท ที่จะทำการซื้อขาย 1 ฉบับ (เพื่อให้มีการระบุในใบรับรองให้มีเลื่อยโซ่ ลซ.2 ตัวจริงให้ถูกต้อง)

            2. ลูกค้ากรอกข้อมูลในแบบคำขอให้มีเลื่อยโซ่ยนต์ ลซ 1 พร้อมแนบสำเนาทะเบียนบ้าน และบัตรประชาชน จำนวน 3 ชุด และนำไปติดต่อขอรับใบรับรอให้มีเลื่อยโซ่ยนต์ ลซ.2 กับทางสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อมจังหวัดทโดยเจ้าหน้าที่จะทำการตรวจสอบประวัติลายนิ้วมือและประวัติบุคคลล้มละลายก่อน และสำหรับผู้ที่เคยขอไว้แล้วอาจจะไม่ต้องตรวจสอบประวัติอีกครั้ง ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของเจ้าหน้าที่

            3. เมื่อลูกค้าได้รับใบรับรองให้มีเลื่อยโซ่ยนต์ ลซ.2 ซึ่งทั้งหมดมี 3 ส่วน โดยส่วนกลางและส่วนปลายจะให้ผู้ขอมาแล้วจึงสามารถยำมาซื้อกับทางร้านได้ การซื้อขายต้องอยู่ในช่วงเวลาที่ใบรับรองให้มีเลื่อยโซ่ยนต์กำหนด หากเลยกำหนดจะไม่สามารถทำการซื้อขายได้

            4. เมื่อเลือกซื้อแล้วทางร้านกรอกข้อมูลการได้มาซึ่งเลื่อยโซ่ยนต์ ซึ่งจะอยู่ด้านหลังใบรับรองให้มีเลื่อยโซ่ยนต์ ลซ.2 ทั้งส่วกลางและส่วนปลาย และคืนตอนกลาง ให้แก่ลูกค้า พร้อมเอกสารเกี่ยวกับเลื่อยโซ่ยนต์ให้แก่ลูกค้า

            5. ลูกค้านำเอกสารตอนกลาง พร้อมเอกสารแนบเกี่ยวกับเลื่อยโซ่ยนต์ และแผ่นบังคับโซ่ ส่งให้เจ้าหน้าที่เพื่อออกใบอนุญาตให้มีเลื่อยโซ่ยนต์ ลซ.3 ต่อไป