หลักสูตรมีลักษณะเป็น “สัตตวิชชา” ประกอบด้วย 7 โมดูล ครอบคลุมทั้งหลักภาษา วรรณคดี การใช้สื่อและแหล่งการเรียนรู้ การวัดและประเมินผล การวิจัยและปฏิบัติการในชั้นเรียน ในแต่ละโมดูลมีใบงานให้ฝึกทำเพื่อให้เกิดความรู้ที่คงทน
               ผู้เขียนได้รับคำสั่งจาก สพม.เขต 39  ให้เข้ารับการอบรม  โครงการอบรมครูภาษาไทยระดับมัธยมศึกษาตอนต้น  รุ่นที่ 1  ตั้งแต่วันที่ 29 – 31 กรกฎาคม 2554   สนองโครงการยกระดับคุณภาพครูทั้งระบบตามแผนปฏิบัติการไทยเข้มแข็ง ปี 2554 

 

 
            
  วันแรกของการอบรม  เป็นการ Pretest   จำนวน  50  ข้อ  ต่อจากนั้นจะเป็นการบรรยาย  และศึกษาเนื้อหาจากชุดฝึกอบรมครูภาษาไทย ของคณะกรรมการพัฒนาหลักสูตรภาษาไทยระดับมัธยมศึกษาตอนต้น  สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานกับคณะครุศาสตร์  จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย  ชุดฝึกอบรมครูภาษาไทยพัฒนาขึ้นตามมาตรฐานสมรรถนะที่คุรุสภากำหนด  หลักสูตรมีลักษณะเป็น “สัตตวิชชา” ประกอบด้วย 7  โมดูล ครอบคลุมทั้งหลักภาษา  วรรณคดี  การใช้สื่อและแหล่งการเรียนรู้  การวัดและประเมินผล  การวิจัยและปฏิบัติการในชั้นเรียน ในแต่ละโมดูลมีใบงานให้ฝึกทำเพื่อให้เกิดความรู้ที่คงทน

 

 
           
 การได้มายกระดับความรู้ในครั้งนี้  ผู้เขียนได้ทบทวนความรู้เก่า และได้เรียนรู้เรื่องราวใหม่ๆเกี่ยวกับภาษาไทยจากวิทยากรหลายท่าน    รู้สึกชื่นชมความเสียสละและทุ่มเทของอาจารย์ระดับอุดมศึกษาในท้องถิ่น ทั้งคณาจารย์มหาวิทยาลัยนเรศวร  รศ.ดร.สุภาพร  คงศิริรัตน์ รศ.วนิดา  บำรุงไทย   ผศ.ศิริพร  มณีชูเกตุ   ผศ.ดนยา วงศ์ธนชัย   ผศ.ประภาษ  เพ็งพุ่ม และผศ.วิรวรรณ  บุญโญ  จากมหาวิทยาลัยราชภัฎพิบูลสงคราม  
           ผู้เขียนรู้จัก ท่าน รศ.วนิดา  บำรุงไทย และผศ.ประภาษ  เพ็งพุ่ม  มาเป็นเวลาหลายปี  เนื่องจากอาจารย์ทั้งสองท่านได้ทุ่มเทเสียสละเวลาให้เกียรติมาเป็นวิทยากร  และเป็นกรรมการตัดสินการประกวดแข่งขันทักษะด้านภาษาไทยที่โรงเรียนจ่านกร้องหลายครั้ง  ตลอดการอบรมผู้เขียนได้เห็นภูมิปัญญาและความสามารถของอาจารย์ทั้งสองท่านทั้งด้านการพูด และการเขียน  เพราะท่านสามารถสะกดผู้ฟังด้วยศิลปะการเล่าเรื่องประกอบการบรรยายได้อย่างน่าติดตาม ทำให้ผู้ฟังได้ทั้งสาระและความบันเทิง 
            ผู้เขียนได้แนวทางในการจัดกิจกรรมและการจัดการเรียนเรียนรู้จากการนำเสนอแนวคิดของอาจารย์ทั้งสองท่าน  และจะเริ่มนำมาใช้ในการจัดกิจกรรมในวันภาษาไทยแห่งชาติปีนี้   คือ จะจัดการประกวดแข่งขันทักษะภาษาไทยทุกด้าน  เพื่อให้เกิดการพัฒนาต่อยอดแนวความคิดของอาจารย์ และจะมีกิจกรรมที่เพิ่มขึ้นมา  คือ การประกวดพิธีกร  และประกวดการเล่าข่าว  ในการจัดกิจกรรมวันวิชาการของโรงเรียนจ่านกร้อง  ซึ่งได้รวมนิทรรศการวันภาษาไทยแห่งชาติ มาจัดแสดงในวันนี้ด้วย  โอกาสนี้ขอขอบคุณอาจารย์ทุกท่าน ที่มีความมุ่งมั่นและตั้งใจให้ความรู้เพื่อการพัฒนาทั้งผู้สอนและผู้เรียนภาษาไทย 
          ท้ายบันทึกนี้  ดิฉันขอแนะนำหนังสือ ของ รศ.วนิดา  บำรุงไทย ซึ่งมีประโยชน์อย่างยิ่งกับคนที่รักการเขียนสารคดี คือ "หนังสือสารคดีและกลวิธีการเขียนและแนววิจารณ์"  ผู้เขียนกำลังใช้หนังสือเล่มนี้เป็นสื่อในการพัฒนาทักษะการเขียน คงจะมีผลการประเมินมาบอกเล่าในบันทึกต่อๆไปค่ะ