ติดต่อ

บัญชาจากสวรรค์

  อ่านเรื่องนี้แล้วขอเชิญชวนแสดงความคิดเห็นเพื่อประเทืองปัญญากันครับ...  
        กาลครั้งหนึ่ง มีสถานที่แห่งหนึ่ง เป็นที่ตั้งของสำนักที่สำคัญ 2 สำนัก คือ สำนักฤษีผู้ปฏิบัติธรรม และสำนักนางโลม สำนักทั้งสองตั้งอยู่ใกล้ชิดติดกัน หัวหน้าสำนักทั้งสองต่างปฏิบัติหน้าที่ตามอุดมการณ์ที่ตนมุ่งหวัง โดยฤษีก็มุ่งปฏิบัติธรรมบำเพ็ญเพียรภาวนา มีผู้มากราบไหว้ฟังธรรมไม่เว้นแต่ละวัน ส่วนสำนักนางโลมก็เปิดกิจการให้บริการลูกค้าชายที่มาเที่ยวเกิดความประทับใจและมาใช้บริการอย่างอุ่นหนาฝาคั่ง
     วันเวลาผ่านไป ทั้งฤษีและหัวหน้าสำนักนางโลมปฏิบัติหน้าที่ของตนด้วยความราบรื่น ไม่เกิดความขัดแย้งหรือบาดหมางกันแต่ประการใด จนทั้งสองแก่เฒ่าและสิ้นอายุขัยในเวลาไล่เลี่ยกัน บุคคลทั้งสองหนีไม่พ้นต้องถูกยมทูตพาดวงวิญญาณมาที่ยมโลกเพื่อให้พญายมพิพากษาตามผลกรรมที่แต่ละคนได้กระทำไว้ ซึ่งมีผู้บันทึกข้อมูลแยกประเภทไว้อย่างละเอียดลออ 2 คน คือ สุวรรณ และ สุวาน(สุนัข) ถ้าใครทำความดี สุวรรณก็จะบันทึกไว้ในแผ่นทอง ถ้าใครทำความชั่ว สุวานก็จะบันทึกไว้ในหนังสุนัข
      เมื่อฤษีและหัวหน้าสำนักนางโลมมาอยู่ต่อหน้าพญายมเพื่อรอรับบัญชาจากท่านด้วยหัวใจที่ระทึก พญายมจึงขอบัญชีจากทั้งสุวรรณและสุวานมาตรวจดูข้อมูลผลกรรมของบุคคลทั้งสอง พลิกไปพลิกมาอย่างถี่ถ้วนแล้วมีบัญชาด้วยสรุปเสียงอันดังว่า
     "ฤษี ไปลงนรก หัวหน้าสำนักนางโลมขึ้นสวรรค์ "
     ฤษีตกตะลึงในคำบัญชาของพญายม พอได้สติฤษีจึงยกมือขึ้นประท้วงทันที
     "ท่านดูข้อมูลถี่ถ้วนแล้วหรือยัง เพราะตลอดอายุของข้าพเจ้า ข้าพเจ้าได้ปฏิบัติธรรมบำเพ็ญศีลภาวนาอย่างเคร่งครัด"
     เมื่อถูกประท้วง พญายมจึงขอบัญชีจากสุวรรณและสุวานมาตรวจดูอีกครั้ง และยืนยันหนักแน่นว่า
     "ฤษีไปลงนรก หัวหน้าสำนักนางโลมขึ้นสวรรค์ "
    ...ผมอยากเรียนถามท่านผู้อ่านว่า..
       "ทำไมพญายมจึงตัดสินเช่นนั้น"
    
...เชิญชวนแลกเปลี่ยนเรียนรู้เพื่อประเทืองปัญญากันครับ...(บอกเสียก่อนว่าเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องสองแง่สองง่าม)

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย 

หมายเลขบันทึก: 45140, เขียน: , แก้ไข, , สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ, ความเห็น: 3, อ่าน: คลิก

คำสำคัญ (keywords) #สาระน่ารู้#จี้ใจได้สาระ

บันทึกล่าสุด 

ความเห็น (3)

พรพรรณ
IP: xxx.128.96.112
เขียนเมื่อ 

ท่านฤษีก้อไม่น่าจะถูกตัดสินถึงกับลงนรก....เพราะไม่มีข้อสังเกตว่าทำผิดประการใด ส่วนสำนักนางโลมอาจอนุโลมได้ว่าช่วยคนให้พ้นทุกข์เป็นกรณีกรณีไปค่ะ

Ping
เขียนเมื่อ 

ลูกค้าที่ออกจากสำนักนางโลมหลังจากคลายเครียดแล้วไปใช้บริการของฤษีต่อยอดเข้าถึงธรรมได้บุญ

นางโลมจึงเกื้อหนุนลูกค้าด้วยหน้าที่ และเป็นกัลยาณมิตรแนะทางสู่การปฏิบัติธรรม

เฉลย...ฤษีกล่าวต่อว่า.. "ข้อมูล ปรากฏชัดเจนว่าระหว่างที่ฤษีปฏิบัติธรรมอยู่นั้น จิตใจของท่านไม่ได้จดจ่ออยู่ที่หลักธรรม แต่กลับวอกแวกมุ่งสนใจแต่สำนักนางโลมที่อยู่ฝั่งตรงกันข้าม ส่วนหัวหน้าสำนักนางโลมนั้น ระหว่างปฏิบัติหน้าที่ของตนด้วยความเหน็ดเหนื่อย ได้ตระหนักอยู่เสมอว่างานในหน้าที่ของตนเป็นงานที่ได้รับการดูถูกเหยียดหยามจากสังคม จึงเกิดความทุกข์ใจและมีจิตที่แนวแน่มุ่งไปที่สำนักฤษีฝั่งตรงข้าม หวังอาศัยธรรมะเป็นที่พึ่ง เป็นที่หล่อเลี้ยงจิตใจมาโดยตลอด ดังนั้น ด้วยจิตที่เป็นกุศลและอกุศลของบุคคลทั้งสอง จึงขอยืนยันคำตัดสินเดิม" ท่านเห็นหรือยังว่า "จิตมนุษย์นี้ไซร้ ยากแท้ หยั่งถึง" จริงๆ ดังนั้นการประเมินคุณลักษณะของคน(ปัญหาอำพรางและซ่อนเร้น) จึงมองเพียงภาพลักษณ์ภายนอกไม่ได้ จำเป็นต้องใช้เครื่องมือตรวจสอบที่ดี ดังนั้นการที่เราจัดอบรมบุคลากรอย่างโปรยหว่านเรื่อง "การพัฒนาจิตสำนึกในการ...." พอกลับจากอบรมแล้วไม่มีการสานต่อให้ซึมซับ...ก็คงเป็นเหมือนเดิมนั่นแหละ...แถมได้เล่ห์เหลี่ยมที่แพรวพราวมากขึ้นอีก