เฉลย…ฤษีกล่าวต่อว่า.. “ข้อมูล ปรากฏชัดเจนว่าระหว่างที่ฤษีปฏิบัติธรรมอยู่นั้น จิตใจของท่านไม่ได้จดจ่ออยู่ที่หลักธรรม แต่กลับวอกแวกมุ่งสนใจแต่สำนักนางโลมที่อยู่ฝั่งตรงกันข้าม ส่วนหัวหน้าสำนักนางโลมนั้น ระหว่างปฏิบัติหน้าที่ของตนด้วยความเหน็ดเหนื่อย ได้ตระหนักอยู่เสมอว่างานในหน้าที่ของตนเป็นงานที่ได้รับการดูถูกเหยียดหยามจากสังคม จึงเกิดความทุกข์ใจและมีจิตที่แนวแน่มุ่งไปที่สำนักฤษีฝั่งตรงข้าม หวังอาศัยธรรมะเป็นที่พึ่ง เป็นที่หล่อเลี้ยงจิตใจมาโดยตลอด ดังนั้น ด้วยจิตที่เป็นกุศลและอกุศลของบุคคลทั้งสอง จึงขอยืนยันคำตัดสินเดิม” ท่านเห็นหรือยังว่า “จิตมนุษย์นี้ไซร้ ยากแท้ หยั่งถึง” จริงๆ ดังนั้นการประเมินคุณลักษณะของคน(ปัญหาอำพรางและซ่อนเร้น) จึงมองเพียงภาพลักษณ์ภายนอกไม่ได้ จำเป็นต้องใช้เครื่องมือตรวจสอบที่ดี
ดังนั้นการที่เราจัดอบรมบุคลากรอย่างโปรยหว่านเรื่อง “การพัฒนาจิตสำนึกในการ….” พอกลับจากอบรมแล้วไม่มีการสานต่อให้ซึมซับ…ก็คงเป็นเหมือนเดิมนั่นแหละ…แถมได้เล่ห์เหลี่ยมที่แพรวพราวมากขึ้นอีก