การหลงทางทำให้เราค้นพบเส้นทางใหม่

        "รู้หน้า ไม่รู้ใจ"  แต่พอคบกันไปรู้ใจ รู้หน้า ใจของคนอาสายิ่งใหญ่มหาศาล เหมือนที่เขาบอกว่า

"คนจะงาม งามจิตใจใช่ใบหน้า

คนจะสวยสวยจรรยาใช่ตาหวาน

คนจะแก่แก่วิชาใช่อยู่นาน

คนจะรวยรวยสินทานใช่บ้านโต

      เยาวชนกะพ้อกลุ่มนี้แม้พบกันเพียงไม่เกินสามเดือน ก็ผูกพัน บางคนถึงกับยึดเอา อาจารย์หนานเกียรติของพวกเขาเป็นต้นแบบในงานอาสา และครั้งที่ทำค่ายเมื่อ6-7กรกฎาคม2554 ที่ผ่านมา พวกเยาวชนก็มาส่งอาจารย์ถึงสนามบินและ พอรู้ข่าวจากผู้เขียนว่า อาจารย์ประสบอุบัติเหตุ พวกเขาทั้งสองกลุ่ม คือกลุ่มนักเรียนในระบบและกลุ่มเยาวชนที่เรียนวิทยาลัยชีวิต ก็ส่งข้อความถามข่าวกับผู้เขียนผ่านทางโทรศัพท์และเฟสบุ๊ก 

       จนกระทั่งรู้ข่าวว่าผู้เขียนจะขึ้นไปร่วมไว้อาลัย ก็ขอขึ้นไปด้วย ทางน้องๆพยาบาลโรงพยาบาลกะพ้อและโรงพยาบาลรามัญ  ก็จัดเช่าเหมารถตู้เพื่อเดินทางไกลไปเคารพอาจารย์ที่เขารัก เทิดทูน ........

นายกผู้ยึดอ.หนานเกียริเป็นต้นแบบ(หมวใบนี้อยู่กับหนานเกียรติมา 15 ปี ก็ต้องถอดมอบให้นายก

         สองทุ่มครึ่งรถตู้ถึงมาพัทลุง แล้วรถตู้ก็พาคนสามวัยร่วมใจเดินทางไกลไปร่วมอาลัยหนานเกียรติ ผู้เขียนอาวุโสสุด ตามด้วยน้อง กัลยา น้องแคทสุคนธ์ ป้ามะลิและยัยศิล๊ะ จากโรงพยาบาลรามัญ  ส่วยเยาวชนที่ร่วมเดินทางมี ลิโพ ผู้ไม่ยอมถอดแว่น น้องบีม และนายก (น้องคนนี้ชื่อโยะ ตอนประชุมทำกิจกรรมเขาให้รายงานตัวบอกชื่อเสียงเรียงนาม แต่ด้วยน้องพูดไทยไม่ชัด คนที่ฟังจึงฟังออกว่า"ผมชื่อนายกครับ จึงได้ชื่อนายกมาตลอด วาทะของเขาเวลา AAR คือ โอเคจารย์)

พิมเสนน้ำที่ลูกศิษย์ช่วยกันทำนำมาให้ในงาน

           จากคืนสู่วันนายหัวรถเพียงพักผ่านพอหายเหนื่อยก็ขับมาเรื่อยๆ ลุมาสู่สุพรรณบุรี ณ.ที่นี้เส้นทางสายในทำให้เราหลงทางแต่ดูเหมือนทุกคนมีความสุขสนุกกับการหลงทาง การหลงทางบางทีก็ไม่เลวร้ายนักและมักทำให้เราพบเส้นทางใหม่ และเพลิดเพลินกับเส้นทางสายใหม่ในเมืองเก่าของสุพรรณ แล้วก็หาทางออกถนนใหญ่มุ่งหน้าไปจังหวัดตากตามเส้นทางหลักมิพักต้องหลงทางเหมือนที่ผ่านมา.....

หลงแต่หนุก

         จากยะลามาสู่ตาก ร่วม 25 ชั่วโมงแล้วเราก็มาถึงจุดหมายวัดน้ำหัก  ตักศิลาที่หนานเกียรติเคยศึกษาวิทยายุทธทางธรรม  ผู้เขียนเรียนอาจารย์กวางว่า ลูกศิษย์ หนานเกียรติจากยะลาปัตตานี มาคารวะครั้งสุดท้าย....

เบิ้มมาต้อนรับแขก

     หนุ่มใหญ่เข้ามาทักทายแนะนำตัวว่าชื่อเบิ้ม....เบิ้มชื่อนี้คุ้นชินดี  เพราะหลายครั้งที่ผู้เขียนกับหนานเกียรติ  พูดคุยและตกลงในหลักการ เรื่องกิจการไดๆ  ในงานอาสา หรืองานโครงการชุมชน  เขาเป็นต้องหยิบโทรศัพท์ โทรหาคนชื่อเบิ้มเป็นประจำ

       สักพัก  เฌวา ก็มาต้อนรับกับผู้มาเยือนเสมือนหนึ่งรับแขกแทนพ่อ.....

น้องเฌวา

          น้องหนาน.....หนานเกียรติ....เกียรติศักดิ์   ม่วงมิตร  วันนี้ผู้เขียนมีความตื่นตันที่เห็นคนมาช่วยงานเป็นชนเผ่าล่าหู่จากดอย มูเซอ     และผู้มาเยือนมาคารวะเป็นพี่น้องชายแดนใต้หนานเกียรติ  ก้าวข้ามข้อจำกัดเรื่องศาสนา

      "ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์" สองปีกว่าที่คบกันมา ไม่เคยได้ยินคำนี้จากหนานเกียรติ แต่งานที่หนานเกียรติได้ทำไว้คืองานที่ทำเพื่อชาติ เพื่อศาสนา เพื่อพระมหากษัตริย์โดยแท้จริง

          พี่บังของน้องขอคารวะ และจะสานต่อภาระหลายเรื่องที่คุยกัน...หลับให้สนิทเถิดน้องรัก

ทุ่งนาสุพรรณ