เกาะหมากน้อยพวกเราถูกทดสอบความอดทนจากธรรมชาติทั้งสายฝนและความมืด

      

  ตอนที่เป็นเจ้าภาพจัดค่าย จากภูผาสู่มหานที  ที่เกาะหมากน้อยที่ผ่านมา มีความวิตกกังวลหลายประการ ทั้งเรื่องการเดินทาง การต้อนรับ การประสานงาน และการชวนทีมงานมาช่วยเป็นสีสันต์ให้ชาวค่าย

         น้อง ศิล่า จาก โรงพยาบาลรามัญ คุยกันทาง FB บอกว่าจะมาเรียนรู้ด้วยพร้อมกับน้องๆ จากอำเภอกะพ้อ ด้วยความดีใจจึงตอบรับไป และบอกว่า การจัดค่ายของเรา ไม่ค่าอะไรให้    ทุกคนที่มาต้องจ่ายค่าพาหนะกันเอง แต่เรามีอาหารเลี้ยงตลอด น้องๆทั้งสองโรงพยาบาล ตอบตกลงยินดี ทั้งๆที่ไม่เคย ปะหน้ากันมาก่อน  พอถึงวันนัดหมาย พวกเธอก็มาตามนัดพร้อมกับน้องๆเยาวชนจากอำเภอกะพ้อ .....

        เกาะหมากน้อยพวกเราถูกทดสอบความอดทนจากธรรมชาติ ทั้งจากสายฝนและความมืด ก็ไม่เป็นอุปสรรคต่อน้องๆจากชายแดนใต้ ผู้เขียนในฐานะเจ้าภาพรู้ผิดและเกรงใจผู้มาเยือนเป็นอันมาก น้องๆได้เป็นกำลังเสริม ร่วมเรียนรู้ ร่วมจัดการ จนเป็นที่เรียบร้อย

           จากการพูดคุยกันยามค่ำคืนหลังอาหาร อาจารย์หนานเกียรติได้ถามถึงกิจกรรมในชุมชน จากการสนทนาเราได้เรียนรู้ว่าเยาวชนกลุ่มนี้ ต้องการให้คนภายนอกไปเห็นกิจกรรมที่พวกเขาทำกันอยู่ เขาอยากประกาศตนให้รู้ให้เห็นในมุมที่เขาเป็นและเขาอยู่ที่ต่างจากมุมที่สือได้สื่อกันออกมา ทั้งยังเชิญชวนให้ พวกเราได้เข้าไปเยี่ยมพวกเขาบ้าง......

          อาจารย์หนานเกียรติ ตกปากตกลงกันในวันที่ 11 มิถุนายน ที่ผ่านมา  นั้นคือที่มาของการไปร่วมเรียนรู้กับกลุ่มเยาวชน  และในที 6 -7 กรกฎาคมนี้ เป็นการเข้าพื้นที่ครั้งที่สอง อาจารย์หนานเกียรติคงเกรงใจเห็นว่าผู้เขียนมีภาระงานมาก ทั้งยังมีเรื่องของสุขภาพเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย จึงไม่ได้ติดต่อมา 

         แต่น้องๆจากโรงพยาบาลกะพ้อ ก็ยังได้ส่งข่าวความเคลื่อนไหวให้รู้ทุกระยะ และรอการมาให้กำลังใจจากผู้เขียน เสมือนหนึ่งเป็นเสียงเพรียกหาจากเยาวชนเทือกเขาบูโดที่รอกำลังใจเฒ่าเทือกบรรทัดส่งผ่านมาทางเขาน้ำค้าง ที่ต่อเชื่อมสันกาลาคีรี  แล้วอย่างนี้มีหรือที่ผู้เขียนจะไม่ไปเยือนตามเสียงเรียกหา  ....