บ่ายวันนี้คุณครูส่วนใหญ่ไปประชุมเกี่ยวกับการเลือกตั้ง  เหลืออยู่ที่โรงเรียนเพียงไม่กี่ท่าน  ฉันมีโอกาสอยู่กับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ ๖  ทั้งชายและหญิงต่างมารุมดูแขนของฉันที่เข้าเฝือกอยู่  นักเรียนกลุ่มนี้มีครูเล่าลือว่าดื้อและซนทั้งหญิงและชาย  การเรียนการสอนต้องเป็นกิจกรรมเรียนปนเล่นจึงจะเหมาะกับกลุ่มนี้

 

        ฉันจึงสอนจิตสาธารณะ  โดยให้นักเรียนเล่นเกมแม่น้ำพิษและเกมพายเรือ เพื่อที่จะไปช่วยเหลือจังหวัดน่านที่ประสบภัยน้ำท่วม  รอบแรกออกเดินทางจากพิษณุโลกไปถึงอุตรดิตถ์  รอบที่สองแข่งจากอุตรดิตถ์ไปจังหวัดน่าน  และให้นักเรียนเขียนแผนที่ความดีว่าจะทำอย่างไรบ้าง   กลุ่มนักเรียนชายถามว่า "ถ้าพายเรือไปจริงกี่วันกี่เดือนจึงจะถึงครับ"  สุดท้ายให้นักเรียนประเมินตามเกณฑ์ของนครปฐมโมเด็ล  ทำดีเพื่อตนเอง ๑ คะแนน  เพื่อครอบครัว ๒ คะแนน  เพื่อโรงเรียน  ๓  คะแนน เพื่อชุมชน  ๔  คะแนน  และเพื่อประเทศชาติ  ๕  คะแนน   นักเรียนสามารถอธิบายเกี่ยวกับประเทศชาติได้ว่า "รณรงค์การเลือกตั้งไปด้วยว่าให้เลือกคนดี ไม่ทำลายทรัพย์สินของทางราชการ  เมื่อพบทรัพย์สินที่ถูกน้ำพัดต้องเก็บส่งคืน" และนักเรียนสามารถอธิบายคุณธรรมการเล่นเกมแม่น้ำพิษได้ และขอแข่งขันกันอีกครั้งตามกติกาที่นักเรียนช่วยกันกำหนดขึ้น

 

         ภายหลังที่เลิกเรียน นักเรียนหญิงคนหนึ่ง  คลานมาหาฉัน และเล่าให้ฟังว่า "หนูมีเรื่องจะเล่าให้คุณครูฟังค่ะ  ตอนเปิดเรียนใหม่ ๆ หนูเกือบถูกพ่อเลี้ยงข่มขืน  วันที่แม่ออกไปนอกบ้านตอนประมาณตีห้า  พ่อเลี้ยงเปิดมุ้งเข้ามาจับที่ขาของหนู ๒ ข้าง  หนูตกใจจึงร้องเรียกพี่ชายของหนูที่นอนอยู่อีกห้องหนึ่ง  พี่ชายของหนูตื่นมาต่อว่าและไล่เขาออกไป จึงเกิดการชกต่อยกัน  แม่กลับมาหนูก็เล่าให้แม่ฟัง  แม่ได้ดุด่าเขาแล้ว  เขาไม่พูดอะไรได้แต่เดินก้มหน้าหลบไป" 

 

           "หนูดีใจที่คุณครูคิมมาโรงเรียนอีก  หนูอยากจะเล่าเรื่องนี้ให้คุณครูฟังตั้งหลายวัน  แต่หนูเห็นคุณครูยังไม่ว่าง" ตามสภาพจริงของครอบครัวเท่าที่รู้จัก  มีทางเป็นไปได้  เพราะแม่มีสามีหลายคน  ติดสุราทั้งแม่และพ่อเลี้ยง  เพราะฉันเคยสอนพี่ชายของเด็กหญิงมาก่อน   ฉันปรึกษากับเพื่อนครูคนหนึ่ง  มีความเห็นเช่นเดียวกัน  ในส่วนลึก ๆ ก็ยังไม่ปักใจเชื่อ จึงเรียกนักเรียน ม.๓  ที่เป็นญาติและอยู่บ้านติดกันมาสอบถาม  ก็มีเค้าความจริง และในระบบการดูแลของโรงเรียนเด็กหญิงคนนี้จัดว่าเป็น "เด็กกลุ่มเสี่ยง"

 

              เลิกเรียนแล้วเด็กหญิงกลับมาที่โรงเรียน ถามฉันแกมขอร้องว่า "คุณครูขา  ขอให้หนูไปบ้านคุณครูได้ไหมคะ  แม่หนูอนุญาตแล้วค่ะ"   ตอนนี้เด็กหญิงอยู่ที่บ้านของฉัน   มีอาการปกติ ไม่เป็นกังวลในการปรับตัว  ทานข้าวได้เยอะและบอกว่าอร่อย  ฉันให้ทานเงาะและมังคุด  เธอบอกว่านาน ๆ จะได้ทานเงาะก็ตอนโรงเรียนแจกเท่านั้น  ส่วนมังคุดยังไม่เคยทาน 

 

             เวลานี้ยังไม่ทราบว่าจะทำอย่างไรต่อไป   เพียงแต่แก้ปัญหาเฉพาะหน้าไปก่อน  ส่วนการให้ความอุปการะ  ฉันมีความพร้อมที่จะรับอุปการะเด็กได้  วันพรุ่งนี้จะต้องพูดคุยกับแม่ของเด็กหญิงอีกครั้ง