วันนี้อยู่มหาวิทยาลัย มีเวลาสะสางงานที่สะสมมาจากอาทิตย์ก่อน ขอเล่าเรื่องการจัดกิจกรรมให้นักวิชาการ พยาบาลและเจ้าหน้าที่พี่ๆน้องของโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลของเขตตรวจราชการที่ 1ต่อจากบันทึกนี้นะครับ

 

 

 กิจกรรมแรกที่ทำตอนเช้าวันที่สองคือกิจกรรมเรื่องภาษาหมาป่าและภาษายีราฟ ผู้เขียนได้แนวคิดจากบันทึกนี้ของท่านรองฯวิชชาหรือรองฯsmallmanและศึกษาเพิ่มเติมจากเรื่องการสื่อสารอย่างสันติและที่เสมศึกขาลัย

 

 

 ผู้เขียนได้แบ่งผู้เข้าร่วมกิจกรรมเป็นกลุ่มละ 4 คน ให้คนที่ 1 เป็นหมาป่าหูออก คนที่ 2 เป็นหมาป่าหูเข้า คนที่ 3 เป็นยีราฟหูออก คนที่ 4 เป็นยีราฟหูเข้า ผู้เขียนได้ยกตัวอย่างประโยคให้ในครั้งแรกด้วย ลักษณะของภาษาหมาป่าคือ

 

1.ตำหนิ ตัดสิน ตีความตนเองและคนอื่น

2.มองใกล้ ใจแคบ

ลักษณะของภาษายีราฟคือ

 

 

1.เข้าใจความรู้สึก ความต้องการ ของตนเองและคนอื่น

2.มองไกล ใจกว้าง

 ผู้อ่านสนใจศึกษาเพิ่มเติมการสื่อสารอย่างสันติได้ของศูนย์ศึกษาและพัฒนาสันติวิธีที่นี่

 

 

 ผู้เขียนให้ผู้เข้าร่วมกิจกรรมสลับบทบาทเป็นทั้ง 4 อย่างผู้เข้าร่วมกิจกรรมได้สะท้อนให้เห็นว่า ตอนไปนิเทศงานโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล บางครั้งไม่ได้มีโอกาสได้สะท้อนคำพูดของตนเอง  ผู้เขียนเลยให้แต่ละกลุ่มช่วยกันสรุปลักษณะของหมาป่าหูเข้า หมาป่าหูออก ยีราฟหูเข้าและยีราฟหูออก พร้อมทั้งยกตัวอย่างประโยค

 เมื่อได้ข้อมูลทั้งหมดแล้วก็ออกมานำเสนอว่าใช้คำพูดอย่างไร เจ้าหมาป่าหูออก ยีราฟหูเข้าและยีราฟหูออกมีลักษณะอย่างไร

 

 

ก่อนพักเที่ยงให้ผู้เข้าร่วมกิจกรรมได้วาดรูปแสดงตนเอง แต่ไม่ได้ให้เขียนชื่อไว้  ให้เพื่อนๆทายลักษณะว่าผู้เข้าร่วมกิจกรรมเป็นอย่างไร

 

ภาพนี้ทุกท่านทายว่าเป็นผู้หญิงเปรี้ยว

 

 

แต่พวกเราทายผิดถนัดภาพนี้เป็นของน้องผู้ชายคนแรก (เสื้อส้ม) น้องเขาเป็นพูดได้ฉะฉาดและชัดเจนมาก ผู้เข้าร่วมประชุมเลยได้ช่วยกันสรุปว่า บางครั้งการมองหรือการนิเทศไม่ได้เป็นแบบที่ผู้เข้าไปนิเทศคิดก็ได้ (บางครั้งเราพื้นฐานตัวเราไปตัดสินคนอื่น)

 

 

 ตอนกลางวันมีผ่อนพักตระหนักรู้ เจอน้องสองท่านนอนท่า Planking ฮามาก

 

 

   หลังจากกิจกรรมผ่อนพักตระหนักรู้ ก็มีนวดคลายเครียดเหมือนเมื่อวันก่อน แต่วันนี้มีการเพิ่มนวดนิ้วมือเข้าไปด้วย…

 

 

 ตอนใกล้จะเลิกกิจกรรมช่วงเย็นเป็นการเขียน ผู้เขียนตั้งแก้วใส่น้ำไว้ หลายท่านเขียนโดยใช้จินตนาการได้ดีมาก

 

 

 

 ตอนแรกคิดว่าหลายท่านจะเขียนไม่ออก ผิดคาดตอนผู้เข้าร่วมกิจกรรมทุกๆท่านเขียนนั้นเงียบมากๆ ผู้เข้าร่วมกิจกรรมได้ช่วยกันสรุปว่าการนิเทศงานนั้นต้องใช้ เรื่องของฐานใจ ฐานกาย และฐานใจด้วย  อ่าน

หนังสือการนิเทศแบบกัลยาณมิตร   ได้นะครับ

ขอบคุณครับที่เข้ามาอ่าน…