ดูแลคน ดูแลอาการ ไม่ใช่ดูแลโรค คนไข้ที่เป็นมะเร็งระยะสุดท้าย จะทรมานจากความปวดมากที่สุด

ช่วงเช้าๆของวัน อาจารย์หมอท่านหนึ่งเดินมาบอกว่า

 พรุ่งนี้จะส่ง นักศึกษาแพทย์มาพบ 12 ท่าน

 เพื่อมาพูดคุยสัมภาษณ์ คนไข้ที่อยู่ในระยะ

การรักษาแบบประคับประคอง ฉันเลยบอกว่า มีคนไข้อยู่ 3 ครอบครัว อีกคนไม่มีใครมาเฝ้า ต้องดูแลตนเอง...

Case นี้เป็นชายหนุ่มอายุ 15 ปีเต็ม กำลังเป็นที่หวังของพ่อแม่ หวังเจ็บไข้จะให้เจ้าดูแล...แก่ตัวมา...เจ้าคนนี้จะอยู่เป็นเพื่อน...

สิ่งที่ไม่คาดคิด คาดฝันไว้เลย ก็คือน้องอาการปวดขาสองข้าง ขาอ่อนแรง

แล้วสิ่งที่ตกใจยิ่งกว่า เมื่อหมอบอกว่าเป็นมะเร็งที่กระดูก และมีการกระจายของโรคไปที่ปอด และกระดูกแล้ว...

ต้องบำบัดด้วยเคมีบำบัด...

พอบำบัดเคมีไปได้สักพัก...หมอก็ขอนัดคิวตรวจ MRI ข่าวร้ายยิ่งขึ้นเมื่อเซลล์มะเร็งลุกลามไปที่กระดูกสันหลัง...ก้อนไปกดทับเสนประสาท...ทำให้ปัสสาวะเองไม่ได้ ต้องใส่คาสายสวนปัสสาวะไว้ตลอด

ขณะนี้มีอาการปวดกระดูก...ติดเชื้อ...ช่วยเหลือตนเองได้น้อย...ขาบวม...

โรคของน้องรักษายากมาก และโรคมีการลุกลาม...ทีมสุขภาพได้ปรึกษาครอบครัวในการที่จะดูแลแบบประคับประคอง

 แม่ของน้องรับทราบว่าเป็นโรคที่รักษาไม่หาย ถ้าอาการดีขึ้นจะขอกลับบ้าน...

ไปดูแลที่ รพ. ใกล้บ้าน...เขียนมาถึงตรงนี้...

น้ำตาจะไหล...ถ้าเป็นตัวเรา...ช่วยเหลือดูแลตัวเองไม่ได้ ต้องอยู่ในภาวะพึ่งพา

จะทำอย่างไรดี....หรือเป็นลูกชายที่อายุใกล้เคียง...ทำอย่างไร...

ฉันต้องบอกว่า ต้องเอาหัวใจสู้...อยู่กับวันนี้ให้ดีที่สุด...วันนี้น้องไม่ปวด ไม่ทรมาน

กินข้าวได้ ไม่มีไข้...แล้วพรุ่งนี้...จะเป็นอย่างไร...ก็ต้องรับให้ได้...

ขอให้นศพ.นำการบอกเล่าไปทบทวนการดูแล

ดูแลคน ดูแลอาการ ไม่ใช่ดูแลโรค...