สิ้นเสียงร้อง  ตามมาด้วยเสียงกระแทกดัง ... อั๊ก  นางตกจากต้นหว้าที่ความสูงประมาณ 3 เมตร ทั้งใบหน้าและลำตัวกระแทกกับจอมปลวกอย่างจัง   ตอนนั้นนางยังมีสติดี รู้แต่ว่า จุกมาก เพื่อนๆที่เลี้ยงควายอยู่ใกล้ๆเห็นเหตุการณ์เข้าพอดี รีบวิ่งเข้ามาดูและบอกอีกคนให้เรียกคนมาช่วย นางต้องโบกมือห้าม เพราะเกรงว่าพี่ซึ่งดำนาอยู่จะได้ยิน  เพราะถ้าแม่รู้เรื่องนี้ต้องถูกห้ามแน่นอน

 

      เพื่อนๆช่วยกันพยุงให้นั่งอย่างทุลักทุเล เลือดที่ไหลออกทางจมูกปนกับดินตอนที่ฟุบอยู่เป็นคราบเกรอะกรังทำให้หายใจไม่สะดวก เพื่อน 2 คนที่พยุงอยู่ก็ทำอะไรไม่ถูกเพราะนางห้ามไม่ให้เรียกคนมาช่วย พอหายจุกและพูดได้นางก็วานเพื่อนช่วยพยุงไปนั่งพิงต้นหว้า แล้วก็ค่อยๆแกะดินที่ปิดอยู่รอบจมูกออก  เพื่อนตามมานั่งข้างๆ แล้วก็พูดขึ้นว่า 

 

      " กูวาสิบ่เว่าแล่ว แต่อดบ่ได้ ตอนตกต้นหมากสีดาเอาหลังลง ดีนะมีต้นหมากนัดฮองไว่  เลยบ่เป็นหยัง บาดทีนี่เอาโพนฮอง เป็นจั่งได๋ล่ะ หน่างุบดินเล้ย หลาบไป๊……." 

 

       นางปล่อยให้เพื่อนบ่นโดยไม่เถียงสักคำ เพราะสัปดาห์ก่อนก็ไปปีนต้นฝรั่งที่อยู่ท้ายสวนและพลัดตกลงมาแต่ไม่เจ็บเพราะใต้ต้นฝรั่งมีต้นสับปะรดขึ้นเป็นกระจุกและหนาพอที่จะรองรับหลังของนางได้ไม่ให้กระแทกพื้น ตกลงมาแล้วก็นอนยิ้งแฉ่งกินฝรั่งต่อ เพื่อนคงหมั่นไส้เลยขู่ว่าจะไปบอกแม่ แต่นางห้ามไว้

 

       พออาการดีขึ้นก็ถูกหิ้วปีกให้ไปนอนที่เถียงนา โดยเพื่อนรับหน้าที่เลี้ยงควายแทน และเพื่อนก็ไปบอกพี่ๆว่า 

 

      " อินางสิกินเข่าสวยนำตูข่อยเด้อ บ่ต้องถ่า"

 

       นางหลับจนถึงบ่าย แล้วก็ลุกขึ้นไปอาบน้ำที่ลำห้วย ตอนเย็นก็ต้อนควายกลับบ้านเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น.