เพื่อนรักของผมคนหนึ่ง ประสบกับวิกฤติชีวิตพร้อมกันหลายด้าน เธอตัดสินใจรักษาลูก หลาน พ่อแม่ผู้แก่เฒ่า และปัจจัยเพื่อยังชีวิตเพียงแค่ได้ดูแลตนเอง งดโอกาสการได้ทำงานหลายอย่างที่เธอรัก งดการได้สมาคมกับเพื่อนฝูงโดยตรงเพราะแทบจะไม่มีเงินใช้สอยสำหรับสิ่งอื่นเลยนอกจากซื้อข้าวกินและดูแลความเป็นอยู่ของลูกหลาน ผมและเพื่อนๆต่างเอาใจช่วยและดูแลกันไปตามแต่จะคิดออกและทำกันได้ ผ่านไปหลายปี บางช่วงก็ทำท่าจะดีขึ้น บางช่วงก็ดูแย่ลงจนน่าใจหาย 

กระทั่งเมื่อสองสัปดาห์ที่ผ่านมา เพื่อนก็ออกปากปรับทุกข์กับผมเหมือนกำลังเข้าสู่ขีดต่ำสุด พร้อมกับเล่าเรื่องราวความทุกข์ใจมากมายที่ต้องเผชิญให้ผมฟังว่า ที่เพื่อนๆเป็นห่วงและเอาใจใส่ต่อปัญหาสารตะไปกับเธอ ซึ่งต่างก็รับรู้กันแล้วว่ามีอยู่เยอะแยะมากมายนั้น ในความเป็นจริงแล้วกลับย่ำแย่มากกว่าที่เธอให้เพื่อนๆได้รับรู้เสียอีก เลยคุยให้ผมฟังทางโทรศัพท์เพื่อออกปากฝากฝังหลายอย่างแก่ผม แล้วก็บอกว่าอีกสองสามวัน จะรู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นบ้างกับชีวตของเธอ หากคราวนี้จะต้องเจอสิ่งที่แย่ๆก็อาจจะแย่ที่สุดไปเลย

ผ่านมาอีกสองสามวัน ถึงช่วงที่เธอคาดการณ์เรื่องราวต่างๆของตนเองไว้ ผมเลยโทรไปถามไถ่ความเป็นไปว่าเป็นอย่างไรบ้าง ปรากฏว่าเธอเล่าอย่างตื่นเต้นระล่ำระลักว่าทุกอย่างไม่เป็นอย่างที่เธอคาดว่ามันควรจะเป็น อีกทั้งกลับมีหลายอย่างที่ดี ที่เธอไม่เคยได้รับเลยเกิดขึ้นในชีวิต สถานการณ์หลายอย่างได้คลี่คลายออกมาเป็นดี

หลังจากคุยกันพอสมควรแล้ว ผมเลยขอให้เธอเป็นครูของตัวเองและเป็นสภาพแวดล้อมในบ้านให้กับลูกหลานรวมทั้งพ่อและญาติพี่น้องที่เธอต้องเกี่ยวข้องและดูแล ความที่มีบทเรียนอันสาหัสแก่ตนเองมาโดยตรง รวมทั้งหาทางออกได้จริงๆทีละนิด เธอเลยดูจะฟังและให้ความร่วมมืออย่างเป็นเรื่องเป็นราวมากกว่าที่เคยเป็น ผมบอกให้เธอเป็นหลักสำหรับทุกๆเรื่อง เพื่อทำสิ่งต่อไปนี้ให้ได้ ๑ เดือน โดยผมแนะนำเหมือนกับคุยกันทั่วๆไป

หากเขียนเป็นรูปก็คือการกระทำ ๓ อย่างในแก่นของโอวาทปาฏิโมกข์หรือหลักปฏิบัติเพื่อการพัฒนาชีวิตตามพุทธธรรม คือ ทำความดี, ละเว้นความไม่ดี, และทำจิตใจให้บริสุทธิ์ เบิกบานแจ่มใส หรือ....
                                  
๑. กุสลสฺสูปสมฺปทา           มุ่งทำความดี ความเป็นบุญกุศล                                   
                                   ๒. สพฺพปาปสฺส อกรณํ       มุ่งละเว้นบาป และความชั่วทั้งปวง
                                   ๓. สจตฺตปริโยทปนํ           มุ่งทำจิตใจให้บริสุทธิ์ แจ่มใส กล่อมเกลาให้อิสระจากความโลภ โกรธ หลง

ผมคุยเป็นกำลังใจแก่เพื่อน ให้สติเพื่อได้หนักแน่นและมีความมั่นคง สามารถเป็นที่พึ่งของตนเองได้ แล้วขอให้ทำดังอธิบายตามแผนภาพ คือ

  • ทำ ๑ อย่าง : ทุกวัน ทำสิ่งดีๆเล็กๆน้อยๆ รวมทั้งใส่ใจให้เห็นสิ่งที่คนในบ้านของเธอ ลูกๆของเธอ ได้ริเริ่มและทำได้ด้วยตนเองเพียงคนละ ๑ อย่าง
  • เลิกทำ ๑ อย่าง : ทุกวัน กำหนดใจที่จะลงมือลดสิ่งที่คิดว่าไม่ดี,สิ่งที่แย่ ที่ประสบอยู่ในชีวิตประจำวันให้ได้ ๑ อย่าง แม้เพียงคิดและเข้ามาสู่ความตั้งใจสักครู่หนึ่ง ก็ขอให้ทำให้ได้สัก ๑ ครั้งใน ๑ วัน รวมทั้งจดจำและมองให้เห็นว่าลูกหลานและคนรอบข้างก็ช่วยกันทำ
  • ดูแลจิตใจ สติ และความคิด : พัฒนาจิตใจ อย่าให้จิตตก ผมขอให้เธออย่าละทิ้งการเขียนรูป อย่าทิ้งการเขียนหนังสือ หัดนั่งอยู่นิ่งๆบ้าง หากเป็นไปได้ ในช่วง ๑ เดือนต่อจากนี้ผมขอให้เธอลดการเข้าอินเทอร์เน็ตและเล่นเฟชบุ๊ค หากเล่นคอมพิวเตอร์ก็ขอให้เขียนบันทึกและเขียนหนังสือเพื่ออยู่กับตนเอง หาเวลาใคร่ครวญชีวิต และเดินทางเข้าสู่ภายในตนเองให้มากขึ้น

ทั้งหมดที่ทำได้เล็กๆน้อยๆนี้ ขอให้นำมาพูดถึงให้เป็นกำลังใจแก่ตนเองและคนรอบข้างให้ได้สักอาทิตย์ละครั้ง หรือทำเป็นบันทึกติดตามฝาผนังบ้านพอให้ได้เห็นและทำให้เกิดหัวข้อคุยกันในเรื่องเหล่านี้กันเล็กๆน้อยๆบ้างในครอบครัว

เธอขอบอกขอบใจและดูมีกำลังใจในชีวิตมากขึ้น คำแนะนำของผมนั้นใช่อื่นไกล เป็นเพียงการนำเอาหลักปฏิบัติจากแก่นของพุทธธรรมที่มาในโอวาทปาฏิโมกข์ ซึ่งเป็นมรรควิถีปฏิบัติสำหรับพัฒนาชีวิตดังที่พึงประสงค์ มาช่วยบริหารจัดการสถานการณ์ชีวิตตนเองในยามนี้ด้วยหลักอิทัปปัจจยตา เพื่อให้เป็นเหตุปัจจัยในการก่อเกิดสิ่งดีแบบสั่งสมทีละเล็กละน้อย ดังใจความสำคัญโดยสรุปที่ว่า 'เมื่อมีสิ่งนี้เป็นเหตุปัจจัย สิ่งนี้จึงมี เมื่อไม่มีสิ่งเหล่านี้เป็นเหตุปัจจัย สิ่งนี้จึงค่อยๆดับและสิ้นทุกข์ไป' ผมบอกว่าใน ๑ เดือนต่อจากนี้ขอให้ทำอย่างต่อเนื่อง หลังจากนี้แล้วจะอย่างไรก็ได้.