เมื่อวันที่ ๑๒ พ.ค. ๕๔ ผมได้เรียนรู้เรื่องเครือข่ายการพัฒนาวิชาชีพอาจารย์และองค์กรระดับ อุดมศึกษาแห่งประเทศไทย (ควอท) (Professional and Organizational Development Network of Thailand : Thai POD Network) ซึ่งเริ่มมาตั้งแต่ พ.ศ. ๒๕๔๙ และในที่สุดได้ร่วมกันจัดตั้ง เป็นสมาคม "สมาคมเครือข่ายพัฒนาวิชาชีพอาจารย์และองค์กรระดับอุดมศึกษาแห่งประเทศไทย" www.thailandpod.net ทำหน้าที่เป็น NGO ที่มุ่งส่งเสริมความรู้และทักษะด้านการเรียนรู้สมัยใหม่ ต่อวงการอุดมศึกษาไทย มี ศ. ดร. ประสาท สืบค้า เป็นนายกสมาคม
ควอท มีวัตถุประสงค์เพื่อเสริมสร้างความร่วมมือระหว่างสถาบันอุดมศึกษา เพื่อเป้าหมายใน การผลิตบัณฑิตที่มีคุณลักษณะตอบสนองต่อความต้องการของสังคมไทยและสังคมโลก รวมทั้งมี บทบาทหลักในการพัฒนาวิชาชีพอาจารย์ กระตุ้นให้สถาบันอุดมศึกษาเห็นความสำคัญและ มีหน่วยงานทำหน้าที่พัฒนาวิชาชีพอาจารย์ ขยายความร่วมมือทางวิชาการและการวิจัยด้าน การพัฒนาการจัดการอุดมศึกษา ทั้งในระดับชาติและระดับสากลสร้างเวทีสำหรับการแลกเปลี่ยน ความรู้เพื่อนำไปสู่การพัฒนา แก้ปัญหา สนับสนุนความร่วมมือ และสร้างเครือข่ายพันธมิตร ทั้งภายใน และต่างประเทศ
นี่คือ "ต้นทุน" (asset) ของสังคมไทย สำหรับทำงานขับเคลื่อน Learning Reform ของวงการอุดมศึกษา ที่ทำงานในมิติบูรณาการทุกศาสตร์ ทุกสถาบัน เพื่อให้คนที่เป็นอาจารย์ ในสถาบันอุดมศึกษามีความรู้ความเข้าใจศาสตร์และศิลป์ด้านการเรียนรู้ สำหรับใช้ในการทำหน้าที่ อาจารย์ จัดการเรียนรู้ให้ศิษย์ได้เรียนอย่างสนุก มีชีวิตชีวา และเกิดการเรียนรู้ในมิติที่ลึกและเชื่อมโยง
สมาคมฯ จัดการประชุมวิชาการในเดือนกรกฎาคมของทุกปี โดยจัดที่โรงแรม อิมพีเรียล ควีนสปาร์ก ด้วยเหตุผลของการมีห้องประชุมหลายห้องอย่างเหมาะสม ปี ๒๕๕๔ นี้จัดระหว่างวันที่ ๒๘ - ๒๙ ก.ค. ๕๔ เน้นเรื่อง 21st Century Learning
และยังมีการจัดการประชุมปฏิบัติการด้านนวัตกรรมการเรียนการสอน และการวิจัยการเรียน การสอน รวมทั้งจัดการอบรมอาจารย์ในหลักสูตร "ก้าวแรกสู่ครูมืออาชีพ"
ในปี ค.ศ. 2012 ควอท จะเป็นเจ้าภาพจัดการประชุม The International Consortium for Educational Development (ICED)
ผมบอกตัวเองว่า ควอท หรือ POD คือโครงสร้างที่ดีสำหรับต่อยอดไปยัง PLC (Professional Learning Community) ซึ่งเป็นชุมชนของครูหรืออาจารย์ ที่รวมตัวกันเป็น CoP เพื่อเรียนรู้ร่วมกัน อย่างต่อเนื่องจากการปฏิบัติหน้าที่ครูอาจารย์ และเรียนรู้เพื่อการเป็นครูอาจารย์ที่ดีขึ้นกว่าเดิม เป็นการเรียนรู้ตลอดชีวิตของครูอาจารย์
โดยต้องยึดหลักความจริงว่า การศึกษาในยุคปัจจุบัน (ศตวรรษที่ ๒๑) ต้องเน้นที่การเรียน ของตัวนักศึกษา อาจารย์ไม่ใช่ผู้สอน แต่เป็นผู้กระตุ้นแรงบันดาลใจต่อการเรียนรู้ในตัว นศ. แล้วจัดสภาพแวดล้อมเพื่อกระตุ้นและอำนวยความสะดวกต่อการเรียนรู้ และจัดกระบวนการทบทวน บทเรียน (reflection หรือ AAR) เพื่อให้เกิดการเรียนรู้ที่ลึกและเชื่อมโยง
การทำหน้าที่อาจารย์แบบไม่สอน แต่ทำหน้าที่โค้ชนี้ เป็นเรื่องที่อาจารย์ไม่คุ้นเคย นอกจากนั้น อาจารย์ยังไม่คุ้นเคยกับ นศ. ที่มีคุณ(โทษ)ละลักษณะอย่างในปัจจุบัน อาจารย์จึงต้อง เรียนรู้ทักษะและทฤษฎีสำหรับทำหน้าที่อาจารย์แนวใหม่อย่างต่อเนื่องตลอดชีวิตของการเป็นอาจารย์ ตัวช่วยการเรียนรู้ดังกล่าวคือ PLC
