เว็บไซต์เพื่อสังคม "ธรรมชาติธรรมค้ำจุนโลก"

                          คุณค่าของคนที่มีความจริงใจ

 

        สวัสดีนักเรียนที่รักทั้งหลายครูรู้สึกดีใจเมื่อได้มาพูดมาคุยกับเธอหลายคนที่ได้ฟังครูพูดไปซึ่งมีหลายเรื่องหลายข้อคิดผลสะท้อนกลับมาที่ครูซึ่งได้รับรู้จากเธอจากการที่ครูสังเกตพฤติกรรม
ที่เปลี่ยนไปของเธอในหลายๆ คน ก็ดี จากการมาบอกเล่าของเธอบ้างซึ่งเป็นบางคนก็ดี เหล่านี้ทำ
ให้ครูพอประเมินได้ว่า สิ่งที่ครูพูดไป มีผลให้เธอนำไปปฏิบัติไปยึดเป็นแนวในการปฏิบัติตนใน
ชีวิตประจำวันมากขึ้นผลสุดท้ายเธอก็เริ่มมองเห็นสิ่งที่ถูกที่ควรมากขึ้น เห็นความถูกต้องมากขึ้น
สรุปว่าเห็นคุณค่าของความดี ความถูกต้อง เห็นสิ่งที่ควรไม่ควรเริ่มรู้จักแยกแยะดีชั่วกันได้มากขึ้น
นี่เป็นกำลังใจของครูอย่างยิ่งที่จะค้นคว้า สรรหาเรื่องที่ควรจะนำมาพูด มาเน้นย้ำกันต่อไปและต่อเนื่อง

 

       วันนี้ครูขอพูดเรื่อง"คุณค่าของผู้ที่จริงใจ"ครูนับว่าเป็นคนโชคดีอย่างยิ่งที่คุณพ่อสอนเน้นย้ำ
เรื่องความจริงใจกับผู้อื่นกับเพื่อนฝูง คุณพ่อสั่งเสมอว่า "ให้ตรงไปตรงมากับเพื่อน"คือแสดง
ความรู้สึกก็ดี เรื่องราวต่าง ๆ ที่จะนำไปบอกไปพูดกับเพื่อนก็ต้องเป็นความจริง หรือหากสัญญากับ
เพื่อนอย่างไรพูดไว้อย่างไรก็ต้องปฏิบัติให้ได้นั่นหมายถึงมีความรับผิดชอบในคำพูด

 

       นั่นส่วนที่โชคดีข้อหนึ่งส่วนโชคดีข้อที่สองคือครูเป็นผู้เชื่อฟังคำสั่งสอนของพ่อแม่สรุปว่า
เป็นคนที่อยู่ในโอวาทครูบาอาจารย์อยู่ในโอวาทของพ่อแม่ อยู่ในโอวาทของญาติผู้ใหญ่ซึ่งบุคคล
ที่มีคุณสมบัติเช่นนี้ ครูถือว่าเป็นลาภอันประเสริฐเพราะคนที่เชื่อฟังผู้ใหญ่ อยู่ในโอวาทผู้ใหญ่
อยู่ในโอวาทของครูบาอาจารย์ย่อมเป็นคนมีเหตุผล เป็นคนที่จะตั้งตนเป็นคนดี อยากที่จะเรียนรู้
อยากที่จะปฏิบัติในสิ่งที่ดีที่ควร จากการสั่งสอนการบอกเล่าของผู้ที่มีประสบการณ์ ผู้มีความรู้
หรือบุคคลเป็นแบบอย่างเหล่านี้ควรที่จะเชื่อถือได้

 

         ขอยกกลอนประกอบสักนิด

    

       ผู้เกิดก่อนประสบการณ์ผ่านหนาวร้อน
หลากคำสอนมากมายหลายกระสวน
รวมเรียงร้อยถ้อยคำสืบสำนวน
เป็นกระบวนชวนสดับจับฤทัย

 

      จงเชื่อฟังตั้งใจในคำสอน
คนเก่าก่อนรู้ครบจบสมัย
สิ่งเก่าก่อนสอนสั่งบอกอย่างไร
จงตั้งใจทำตามอย่าหยามแคลน

 

นำประยุกต์นำใช้ให้ทันเหตุ
สมดังเจตน์จินตนาค่ามากแสน
ให้ยึดแนวยึดหลักปักเป็นแกน
ตามแบบแผนเปลี่ยนบ้างทางด้านดี



       ควรเพิ่มเติมเสริมต่อเป็นข้อกฎ
คิดกำหนดจำแนกแยกวิถี
แต่ต้องยึดวัฒนธรรมประเพณี
ปลูกวิธีถูกต้องครรลองไทย

 

บทกลอนอีกตอนหนึ่ง


      คอยเชื่อฟังสั่งสอนคนแก่เฒ่า
สอนสั่งเราหลายหลากมีมากถม
มโนน้อมพร้อมปรับรับคารม
สิ่งเหมาะสมรับฟังรู้ชั่งใจ


       พบญาติมิตรสอนสั่งฟังเหตุผล
เพื่อนเตือนตนควรคิดผิดแก้ไข
คอยปรับเปลี่ยนเรียนรู้อยู่ร่ำไป
เพิ่มสิ่งใหม่พัฒนาอยู่อาจินต


       น้อมนำจิตคิดดีมีเหตุผล
ยึดสากลคนนิยมสมถวิล
เป็นคนดีมีธรรมามิราคิน
ทั้งฟ้าดินยกย่องทั่วผองชน

 

       จากที่คุณพ่อเน้นย้ำเรื่องให้ประพฤติตนเป็นคนที่มีความจริงใจ และบวกกับที่เป็นคน
ว่านอนสอนง่าย คือเชื่อฟังผู้ใหญ่อยู่ในโอวาทของผู้ใหญ่ เมื่อคุณพ่อให้ปฏิบัติตนเป็นคน
อย่างนั้น อย่างนี้ก็เลยเห็นความสำคัญตามที่คุณพ่อท่านสอน แล้วก็ปฏิบัติตามเตือนใจตนเอง
อยู่เสมอว่า จะต้องประพฤติตน สร้างนิสัยตนให้เป็นคนมีความตรงไปตรงมา ไม่มีเล่ห์เหลี่ยม

        การที่ปฏิบัติตนอยู่อย่างนี้จะทำให้เราเป็นคนที่ไม่กล้าโกหก ไม่กล้าพูดอะไรนอกเหนือ
จากความเป็นจริงมีบางครั้งที่เห็นเพื่อน ๆ โกหกแล้วมีอะไรตอบแทนที่ได้ดังคิดที่เราไม่โกหก
ไม่ได้ จึงรู้สึกน้อยใจ เสียใจในตอนนั้น

        ความตั้งใจที่ปฏิบัติตามคำของคุณพ่อไม่ลบเลือนหายฝังใจตลอดเวลา แม้จะไม่ได้สิ่งที่
ต้องการใด ๆ อย่างคิดในตอนนั้น ก็อดใจได้เพราะเชื่อในคำสั่งสอนของคุณพ่อ แต่หลังจากนั้นและเมื่อโตขึ้นก็เริ่มจะรู้ว่าสิ่งที่คุณพ่อสอนให้เป็นคนมีความจริงใจมันมีคุณค่าอย่างมหาศาล
หาอะไรมาเปรียบมิได้

         เธอเคยได้ยินคติที่ว่า "ระยะทางพิสูจน์ม้ากาลเวลาพิสูจน์คน"ขออธิบายสักนิด ระยะทาง
พิสูจน์ม้าคือม้าจะแข็งแกร่งหรือไม่ต้องวัดด้วยระยะทางที่วิ่งหรือม้าจะวิ่งเร็วไม่ก็ต้องวัดด้วยระยะทาง
กาลเวลาพิสูจน์คนคือ ในขณะนี้ในสถานการณ์เช่นนี้ คนนี้เขาทำตนอย่างนั้น ซึ่งเพื่อนอาจจะชอบ
หรือไม่ชอบก็แล้วแต่ ในเวลาอีกนานเขาก็ยังเป็นเช่นนี้ก็พอจะพิสูจน์เขาคนนั้นได้ ว่าเป็นที่มีความเที่ยงตรง

        คนที่มีความเที่ยงตรงยึดหลักปฏิบัติถูกต้องเสมอต้นเสมอปลาย ยึดคำพูดของตนเป็นหลัก
หรืออื่น ๆในลักษณะนี้ นี่แหละคือ "คนที่มีความจริงใจ" ตรงข้ามคนที่โลเล สับปลับ โยกโย้ไม่มีความ
เสมอต้นเสมอปลาย พูดจาโกหก เชื่อถือไม่ได้ นี่คือ "คนที่ไม่มีความจริงใจ"

        เวลาเป็นเครื่องวัดคน พิสูจน์คนว่าคนนี้มีความจริงใจ หรือคนนี้มีความไม่จริงใจ วัดกันนาน
หรือไม่นานก็แล้วแต่จังหวะ หรือโอกาส อะไรประมาณนั้นแต่ทั้งนั้นทั้งนี้ก็สามารถเห็นได้ในช่วงชีวิต
ที่ยังมีกันอยู่หรือบ้างครั้งคนเราก็มักจะรู้จากคนใกล้ชิดสนิทกับเรา หรือคนที่ไว้ใจเราคนรักเรา
เขาจะบอกว่าคนนี้ควรคบ ไม่ควรคบ แล้วเราก็คอยพิสูจน์หรือสังเกตเอา

        เมื่อเป็นเช่นนี้ เราก็สามารถสรุปได้ทันที่ว่าคนที่มีความจริงใจกับผู้อื่น ย่อมมีคนอยากคบค้า
สมาคม อยากเป็นมิตร อยากร่วมงานอยากเป็นคู่ปรึกษา อยากให้การช่วยเหลือซึ่งกันและกัน
หรืออื่น ๆ ในทำนองนี้จึงนับว่าคนประเภทนี้เป็นคนที่มีกำไรในชีวิตไว้เป็นเดิมพันเบื้องต้น
ชีวิตจึงย่อมไม่มีขาดทุนเอาง่าย ๆ

        ตรงข้ามคนที่เพื่อนมองว่าเป็นคนที่ไม่มีความจริงใจก็ย่อมเป็นคนที่ขาดทุนไว้แต่เบื้องต้น
ใครก็ไม่อยากสมาคม ไม่อยากคบเป็นมิตรไม่อยากร่วมงาน ไม่อยากจะเข้ามาปรึกษา ไม่คิดจะ
ร่วมมือในเรื่องใดเรื่องหนึ่งนี่เพราะเขากลัวว่าจะถูกหลอก ถูกโกง ถูกเล่นไม่ซื่อ หรืออื่น ๆ
อะไร ทำนองนี้นั่นเขาขาดทุนชีวิตอย่างมหาศาล

        ในเรื่องนี้ครูเองพูดได้เต็มปากว่า มีความจริงใจต่อผู้อื่นอย่างแน่แท้อย่างที่ครูกล่าวไว้แต่ต้นว่า
คุณพ่อเป็นผู้ปลูกฝังเรื่องนี้ ครูคิดว่าคุณพ่อคุณแม่ของเธอก็คงปลูกฝังเธอในเรื่องนี้เช่นกัน
วันนี้ครูมาย้ำให้เธอเห็นข้อดีเห็นความสำคัญของเรื่องนี้เป็นพิเศษก็ขอได้ยึดปฏิบัติให้ได้
หรือใครที่ยังไม่ได้คิดปฏิบัติก็จงนำไปประพฤติปฏิบัติให้เป็นนิสัย เป็นสันดานต่อไป เพื่อเรา
จะได้มีความสุขความเจริญในสังคมต่อไปสวัสดี

        ท่านสามารถ อ่านเรื่องอื่น ๆ โดยกดสู่เว็บที่นี่ได้เลย 

        http://www.nature-dhama.ob.tc