ที่จริงผมเข้า Learning Mode ของทีมไทยใน WHA 64 ตั้งประมาณ ๒ สัปดาห์ ก่อนเดินทางไปเจนีวาเมื่อคืนวันที่ ๑๑ พ.ค. ๕๔  โดยกิจกรรมแรกคือ ดาวน์โหลดเอกสารการประชุมมาอ่าน   แต่ตอนอยู่เมืองไทยมีเรื่องยุ่งเยอะ อ่านได้ไม่มาก   นอกจากนั้น ผมไปร่วมประชุมเตรียมการณ์ที่กระทรวงสาธารณสุข เช้าวันที่ ๒ พ.ค.
 
          จบจากการประชุม PMAC OC เย็นวันที่ ๑๓ พ.ค. ผมก็กด สวิตช์ สมองเข้าสมาธิกับเรื่องของการประชุม WHA 64 ทันที   โดยที่ตอนนี้ อี-เมล์ ของผมเต็มไปด้วยข่าวคราวจากทีมประชุม WHA 64
 
          ผมต้องคอยเตือนสติตนเองอยู่เรื่อยๆ ว่า WHA เป็นเวทีการเมือง   เป็นการเมืองเรื่องระบบสุขภาพระหว่างประเทศ   ที่ตัวแทนประเทศต่างๆ มาแสวงหาข้อตกลงเพื่อทำกติกาโลก ที่เป็นประโยชน์ต่อประเทศของตนมากที่สุด
 
          พูดแรงๆ ก็ว่า ประเทศนายทุนทั้งหลายต่างก็จ้องหาทางใช้สภาพความเจ็บป่วย หรือความต้องการมีสุขภาพดี ของผู้คนในโลก สำหรับเป็นลู่ทางทำมาหากินหรือเพื่อเศรษฐกิจของประเทศตน
 
          บทเรียนแรกของผมคือ บริษัทยา กับโรคเอดส์
 
          อี-เมล์ จากรองอธิบดี นพ. สมศักดิ์ อัครศิลป์ บอกว่า HPTN (HIV Prevention Trials Network) ออกข่าวผลการวิจัย HPTN Study 052 เรื่อง Initiation of Antiretroviral Treatment Protects Uninfected Sexual Partners from HIV Infection   ว่าการทดลองใน ๑๓ สถานีทดลอง ในหลายประเทศ  เปรียบเทียบการให้ยา ART (Anti Retroviral Treatment) ทันที แก่คนที่ตรวจพบเชื้อ HIV  กับการให้ยาเมื่อพบว่า CD4 ต่ำกว่า ๒๕๐ หรือเมื่อพบอาการ   พบว่าใน ๘๗๗ คู่สมรส   กลุ่มแรกมีการติดเชื้อจากคู่สมรสเพียงรายเดียว ในขณะที่กลุ่มหล้งติดถึง ๒๗ ราย  ผลการทดลองมีรายละเอียดมาก   อ่านแล้วเป็นการบอกเป็นนัยๆ ว่า   การให้ยารักษาเอดส์ จะช่วยป้องกันการแพร่เชื้อไปยังคู่สมรสได้
 
          อ่านแล้วคนทั่วไปส่วนใหญ่คงจะตื่นเต้นไปด้วย และอาจมีคนหยิบไปทำเป็นนโยบายของประเทศว่าเมื่อพบคนติดเชื้อ HIV ต้องให้ยา ARV ทันที เพื่อป้องกันการแพร่เชื้อ
 
          ประเทศใดเชื่อตามโดยไม่ไตร่ตรองให้รอบคอบ หรือเพราะผู้กำหนดนโยบายได้รับข้อมูลและเชื่อผลการวิจัยนี้ (โดยได้รับผลประโยชน์ใต้โต๊ะหรือไม่ก็ตาม)   ประเทศนั้นจะหมดตัว   เพราะจริงๆ แล้ว วิธีป้องกันการแพร่เชื้อที่ได้ผลดี และราคาถูกมีอยู่แล้ว   คือถุงยางอนามัย   โดยวงการสาธารณสุขของประเทศต้องสื่อสารเรื่องการมีเพศสัมพันธ์อย่างปลอดภัย
 
          นี่คือความเห็นจาก อี-เมล์ ของหัวหน้าทีมวิชาการไทย คือ นพ. วิโรจน์ ตั้งเจริญเสถียร   ที่แถมความรู้แก่เหล่านักเรียนแบบผมว่า   จะมีการออกแบบการวิจัย เพื่อแสดงผลดีของการให้ยา ARV สำหรับป้องกันการแพร่เชื้อ HIV ออกมาเป็นระยะๆ   เพื่อชักจูงและสร้างแรงกดดันให้ระดับนโยบายของประเทศต่างๆ ใช้นโยบายให้ยาเพื่อป้องกันการแพร่เชื้อ HIV  แทนนโยบายให้ความรู้เพื่อให้มีเพศสัมพันธ์อย่างปลอดภัย
 
          การที่ HTPN ออกข่าวนี้ในวันที่ ๑๒ พ.ค. ที่ สรอ. ก็เป็นการบอกทางอ้อมว่า ต้องการให้ข่าวนี้ ได้รับการอ้างถึงใน WHA 64  
 
          สรุปว่า ใน WHA มีสงครามข่าวเพื่อต่อสู้กันเชิงนโยบาย ที่จะก่อผลประโยชน์แก่ฝ่ายให้ข่าว
 
          เรื่องยาป้องกันการแพร่เชื้อ HIV นี้ เป็นกรณีตัวอย่างของการเร่งเร้าให้ใช้นโยบาย Bio-medical Model   ในขณะที่เรายังมีวิธีการแบบ Bio-social Model ที่ประหยัดกว่ามาก
 
          นพ. สุวิทย์ วิบุลผลประเสริฐ ครูใหญ่ของเรา ย้ำว่าเราต้องทำงานแบบใช้ evidence ให้มากที่สุด   ทำให้ผมตั้งคำถามว่า มีผลการวิจัยในประเทศไทยไหม ว่า คนที่ติดเชื้อ HIV แล้วได้รับคำแนะนำเรื่อง safe sex อย่างดี   อัตราแพร่เชื้อแก่คู่นอนเป็นเท่าไร
 
 
วิจารณ์ พานิช
๑๔ พ.ค. ๕๔
Hotel Jade  เจนีวา