เราๆ ท่านๆ คงปรารถนาความเป็นผู้มีอายุยืนนานอย่างมั่นคง ไม่มีโรค หรือมีโรคน้อย อยู่อย่างสมวัย มีคุณภาพชีวิต ไม่ใช่ยืนหย่อนยาน หรืออายุมากอย่างพะเยิบพะยาบ <p style="text-justify: inter-cluster; margin: 12pt 0cm 0pt; text-align: justify" class="MsoBodyTextIndent">วันนี้มีข่าวดีครับ… อาจารย์ ศ.นพ.สุทธิชัย จิตะพันธ์กุล จากคณะแพทยศาสตร์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยแนะนำเรื่อง 10 วิธี “ไม่เกินวัย” ไว้ในวารสารหมอชาวบ้าน </p><p style="text-justify: inter-cluster; margin: 12pt 0cm 0pt; text-align: justify" class="MsoBodyTextIndent">
</p><p style="text-justify: inter-cluster; margin: 12pt 0cm 0pt; text-align: justify" class="MsoBodyTextIndent">ผู้เขียนขอนำมาเล่าสู่กันฟัง… ท่านผู้อ่านจะได้ไม่ก้าวเกินวัย เช่น หัวหงอก(หมายถึงผู้เขียน) ฯลฯ เป็นต้น ข่าวดีมีอย่างนี้ครับ… </p><ol>
ฉลาดกิน รู้จักกินอาหารอย่างสมดุล กินข้าวกล้องหรือข้าวซ้อมมือ เลี่ยงอาหารมันมาก กินผักผลไม้ทุกมื้อ เลือกผักผลไม้หมุนเวียน ไม่กินซ้ำของเดิมทุกวัน และดื่มน้ำอย่างน้อยวันละ 1.5 ลิตร
อย่าทำตัวเป็นถังขยะ ไม่ต้องกินของเหลือคนอื่น เช่น ลูก ฯลฯ จนหมดจาน อย่าปล่อยให้หิวจัด เพราะเวลาหิวจัดจะกินไม่ยั้ง อย่าเมา(เหล้า เบียร์ ไวน์...) เพราะเวลาเมาจะกินไม่ยั้งเหมือนกัน
ออกกำลังกาย และใช้แรงในชีวิตประจำวันให้มากขึ้น เช่น เดินแทนขึ้นรถ เดินขึ้นลงบันไดแทนลิฟต์ กวาดบ้าน ถูพื้นบ้าน ทำงานบ้าน รดน้ำต้นไม้ด้วยฝักบัวแทนสายยาง ล้างรถด้วยมือแทนจ้างเขาล้าง ฯลฯ
ไม่เดินทางไปในที่ที่อากาศไม่ดี เลี่ยงแสงแดด ลม ฝุ่น ควันบุหรี่ เหล้า เบียร์ บุหรี่ เนื้อดิบ ปลาดิบ ถ้าเลี่ยงไม่ได้ก็ต้องหาเครื่องป้องกัน
ให้วางงานไว้ตรงหน้า อย่านำมาทำบนไหล่ จะได้ใช้สองมือทำงาน ใส่ใจ และไตร่ตรองงานว่า ทำอย่างไรให้งานเสร็จได้โดยดี เร็ว และไม่เปลืองแรงมากเกิน
หลีกเลี่ยงการนำงานมาทำบนไหล่ เช่น ทำงานด้วยความกลัว เกลียด เครียด โกรธ ฯลฯ เท่าที่จะทำได้
กินผัก(ข้อ 1)อย่างเดียวไม่พอ ต้องขอพักผ่อนนอนหลับให้เพียงพอด้วย
ตรวจร่างกายประจำปีตามสมควร โดยเฉพาะการชั่งน้ำหนัก วัดรอบเอว เพื่อควบคุมน้ำหนัก วัดความดันเลือด ตรวจหาเบาหวาน
หัดยิ้ม มองบวก ทำตัวไม่ให้ไร้ค่า เริ่มจากการทำอะไรดีๆ ให้ตัวเอง คนรอบข้าง และสังคม เช่น ปลูกต้นไม้ให้ร่มเงา ปลูกไม้ดอกให้คนอื่นชม ฯลฯ
ที่สำคัญมากคือ หัดชมตัวเองในใจ และชมคนรอบข้างเป็นคำพูด หรือชมเป็นลายลักษณ์อักษร ชมตามจริงให้ได้อย่างน้อยวันละ 1 ครั้ง
มองคนรอบข้าง ใส่ใจสิ่งแวดล้อม มองให้ไกลออกไปว่า วันนี้เราจะทำอะไรดีๆ ให้ตัวเอง คนรอบข้าง และสังคม เช่น บริจาคเลือด ไขกระดูก ดวงตา อวัยวะ ฯลฯ
การทำดีบ่อยๆ เป็นเหต เป็นปัจจัย ทำให้เกิดความสุขจากการทำดี (doing happiness) มาทดแทนความสุขจากการบริโภคใช้สอย (using / consuming happiness)
ดีขั้นแรกคือ ทำดีคนเดียว
ถ้าเป็นไปได้... ควรหาโอกาสทำดียิ่งขึ้นไปอีกคือ ร่วมกันทำดี ส่งเสริมคนดีให้ทำดี แสดงความชื่นชมเมื่อคนอื่นทำดี ร่วมกิจกรรมอาสาสมัคร เพื่อเข้าสังคมคนดี
การทำดีร่วมกันทำให้เกิดกระแสแห่งความดีอย่างกว้างขวาง เปรียบคล้ายปฏิกริยาลูกโซ๋นิวเคลียร์ (chain reaction)
ถ้าทำอย่างนี้ได้ ไม่ว่าจะอยู่ในวัยใดก็จะมีความสุขความเจริญสมวัยได้ครับ...
</ol><p style="margin: 6pt 0cm 0pt; text-indent: 0cm" class="MsoBodyTextIndent">
คำแนะนำ: </p><p style="margin: 6pt 0cm 0pt; text-indent: 0cm" class="MsoBodyTextIndent"></p><p>เราๆ ท่านๆ อาจจะได้ยินคำสอนของผู้เฒ่าผู้แก่บางท่านว่า ถ้ากินข้าวไม่หมดจานถือว่า ไม่กตัญญูต่อชาวนา </p><p>บางท่านกินหมดจานตัวเองไม่พอ ไปกินข้าวจานอื่นจนหมดไปด้วย </p><p>
</p><p style="margin: 6pt 0cm 0pt; text-indent: 0cm; text-align: justify" class="MsoBodyTextIndent">ถ้าต้องการจะช่วยเหลือชาวนา หรือคนยากคนจน… มีวิธีดีๆ ทำได้อีกหลายวิธี เช่น ให้ทุนการศึกษากับมูลนิธิเด็ก บริจาคเลือด ช่วยซื้อสินค้าจากชุมชนผลิตขึ้น ฯลฯ</p><p style="margin: 6pt 0cm 0pt; text-indent: 0cm; text-align: justify" class="MsoBodyTextIndent"></p><p>ความจริง… มีอะไรดีๆ ให้ทำอีกมากมาย การกินอาหารจนหมดจานไม่ชื่อว่า กตัญญูต่อใครเลย และไม่ได้บุญอะไรด้วย(ไม่ตรงคำสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เป็นความเห็นผิด) </p><p>
</p><p style="margin: 6pt 0cm 0pt; text-align: justify" class="MsoBodyTextIndent">วิธีที่ดีคือ ตักข้าวพอดี เติมกับข้าวพอประมาณ กินพออิ่ม กินอยู่อย่างพอดีอย่างนี้แล้ว… คงจะมีชีวิตยืนนานได้อย่างมั่นคงต่อไปครับ</p><p style="margin: 6pt 0cm 0pt; text-align: justify" class="MsoBodyTextIndent">
แหล่งที่มา: </p><ul><li><div class="MsoBodyTextIndent" style="margin: 6pt 0cm 0pt 17.85pt; text-indent: -17.85pt; tab-stops: list 18.0pt">
ขอขอบพระคุณ > อาจารย์ ศ.นพ.สุทธิชัย จิตะพันธ์กุล. ๑๐ วิธี “ไม่เกินวัย”. หมอชาวบ้าน ปี ๒๘. ฉบับ ๓๒๘. สิงหาคม ๒๕๔๙; ๑๑.<li class="MsoNormal" style="margin: 12pt 0cm 0pt; tab-stops: list 36.0pt">
ขอขอบพระคุณ > โรงพยาบาลค่ายสุรศักดิ์มนตรี + อาจารย์เทวินทร์ IT + พต.ศรัณย์ มกรพฤฒิพงษ์ โร > สนับสนุนทางเทคนิค + อินเตอร์เน็ต. </li>
<li class="MsoNormal" style="margin: 12pt 0cm 0pt; tab-stops: list 36.0pt">
ขอขอบพระคุณ > ศูนย์มะเร็งลำปาง + อาจารย์ ณรงค์ ม่วงตานี IT ศูนย์มะเร็งลำปาง > สนับสนุนทางเทคนิค + อินเตอร์เน็ต. </li>
<li class="MsoNormal" style="margin: 12pt 0cm 0pt; tab-stops: list 36.0pt">แนะนำให้อ่าน “บ้านสาระ” > [ Click - Click ]</li>
</div></li></ul><ul><li><div class="MsoBodyTextIndent" style="margin: 6pt 0cm 0pt 17.85pt; text-indent: -17.85pt; tab-stops: list 18.0pt">
นพ.วัลลภ พรเรืองวงศ์ จัดทำ > ๑๑ สิงหาคม ๒๕๔๙ > ปรับปรุงแก้ไข 8 พฤษภาคม 2550.
</div></li></ul>

ขอบคุณอาจารย์หมอวัลลภมากค่ะ
หนูคงได้เอาไปปฏิบัติในชีวิตประจำวัน ทุกวันนี้ยังทำได้ไม่ครบ 10 ข้อ คงจะพยายามทำให้ได้มากที่สุดค่ะ
ขอบคุณค่ะนแล้วเพิ่งได้รู้ว่า บางครั้งดิฉันก็ทำงานบนไหล่เหมือนกัน ค่ะ ข้ออื่นๆ บางข้อก็อ้อน อ่อนค่ะ เช่นการนอนเนี่ยไม่ค่อยเป็นเวลา
ขอขอบคุณอาจารย์ขจิต และท่านผู้อ่านทุกท่าน...
ขอขอบคุณอาจารย์มะปรางเปรี้ยว และท่านผู้อ่านทุกท่าน...
การอยู่ในเมืองใหญ่หรือสังคมใหญ่ > ข้อสรรเสริญความดีนี่ช่วยได้มาก
(2). ความดีของคนอื่น > ชมออกมาบ่อยๆ เป็นคำพูด หรือเป็นตัวอักษรก็ได้ เป็นบุญขัดเกลาความตระหนี่ (กำจัดวัณณมัจฉริยะ)
ขอให้อาจารย์มะปรางเปรี้ยวและท่านผู้อ่านทุกท่านมีความสุข มีความเจริญไปนานๆ ครับ
ขอขอบคุณอาจารย์เมตตา และท่านผู้อ่านทุกท่าน...
ขอให้อาจารย์เมตตา และท่านผู้อ่านทุกท่านมี "เมตตา" > ปรารถนาให้ตนเองและผู้อื่นมีความสุข ความเจริญ
อาจารยวัลลภคะ
ขอบพระคุณอาจารย์มาก ๆ ค่ะ ที่มอบพรดี ๆ ให้แกหนูและผู้อ่านท่านอื่น ๆ ^-^
ขอขอบคุณอาจารย์จันทร์เมามาย และท่านผู้อ่านทุกท่าน...
คุณแม่ผมไตวาย อยู่โรงพยาบาลนครพิงค์ > ตอนนี้อยู่ ICU > ท่านก็ทำดีที่สุดของท่านคือ
คนเรามีกำลังไม่เท่ากัน... ทำให้ดีเท่าที่กำลังเรามี นั่นก็ดีที่สุด(ของเรา)แล้วครับ
อ่านแล้วจึงได้ทราบว่าทำงานบนไหล่เป็นอย่างไร และเพิ่งจะรู้ตัวว่าตนเองส่วนมากแล้วทำงานบนไหล่จะพยายามปรับปรุงตัวเองค่ะ
ขอบคุณมากค่ะอาจารย์
ขอบคุณค่ะ ไม่ยากไม่ง่าย จะลองปรับปรุงใช้กับตัวเองค่ะ
ขอขอบคุณอาจารย์มะปรางเปรี้ยว และท่านผู้อ่านทุกท่าน...
ขอขอบคุณอาจารย์อนงนาฎ และท่านผู้อ่านทุกท่าน...
ขอขอบคุณอาจารย์ iS และท่านผู้อ่านทุกท่าน...
ขอให้อาจารย์ iS และท่านผู้อ่านทุกท่านมีความสำเร็จจากการทำอะไรที่ "ไม่ยากไม่ง่าย" ครับ...
อ่านแล้วโดนใจมากเลยครับ ผมจะพยายามมองปัญหาไม่ให้ง่ายและยากเกินครับ
ขอขอบคุณอาจารย์จันทร์เมามาย และท่านผู้อ่านทุกท่าน...
หลักการนี้ยังคงใช้อยู่เมื่อมีอุบัติภัยหมู่ (mass casualty) > เมื่อทรัพยากรมีน้อย(จำกัด)ในท่ามกลางภัยพิบัติใหญ่เกินกำลัง...
(2). อาการเบา > โอกาสหายเองสูง > ไม่ต้องช่วย ปล่อยให้หายเอง
(3). อาการปานกลาง > โอกาสตายสูงถ้าไม่รักษา โอกาสรอดสูงถ้ารักษา > ให้รีบช่วย จะได้รับผลคุ้มทุนที่สุด
หลักการนี้ดูเหมือนพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงแสดงไว้ก่อนแล้วคือ
(2). โรคบางโรครักษาก็ตาย ไม่รักษาก็ตาย
(3). โรคบางโรครักษาหาย ไม่รักษาจะตาย
ขอให้อาจารย์จันทร์เมามาย และท่านผู้อ่านทุกท่านประสบความสุข ความสำเร็จ ความเจริญในชีวิต... โดยเฉพาะ...
กลับมาอีกครั้งก็ได้ความรู้เพิ่มอีก ขอบคุณค่ะ ความพยายาม^2 + สม่ำเสมอ = ความสำเร็จ * ความสุข ^ ความเจริญในชีวิต
ขอขอบคุณอาจารย์ iS และท่านผู้อ่านทุกท่าน...