วันที่ 10 ส.ค.49 ผมไป มวล. เพื่อทำงานในฐานะทีมคณะกรรมการประเมินและเสนอแนะการดำเนินงานของมหาวิทยาลัย ที่มี ศ. นพ. ประเวศ วะสี เป็นประธาน ผศ. ดร. ทวี เลิศปัญญาวิทย์และผมเป็นกรรมการ ดร. สราวุธ เดชมณี เป็นกรรมการและเลขานุการ
เราสัมภาษณ์คนของ มวล. ถึง 23 คนภายในวันเดียว
เรื่องหนึ่งที่มีการพูดกันมากคือคุณภาพของนักศึกษาใหม่ของ มวล. ลดลง
สาเหตุมี 2 อย่าง (1) คุณภาพของผู้เรียนจบ ม.6 โดยรวมลดลง (2) มีการแข่งขันระหว่างมหาวิทยาลัยทั่วประเทศในการแย่งชิง นศ.ที่เรียนดี และ มวล. เป็นมหาวิทยาลัยที่ นศ. เลือกในอันดับหลัง ๆ
ผมถามคนหลายคนว่าคุณภาพของผู้เรียนจบ ม.6 โดยรวมลดลงจริงหรือไม่ เขาตอบเป็นเสียงเดียวว่าจริง มีคนบอกว่าโรงเรียนปล่อยเกรดเพื่อช่วยให้ลูกศิษย์สอบแข่งเข้ามหาวิทยาลัยได้ มีคนเอ่ยชื่อโรงเรียนด้วย
มีครูใน รร.ของรัฐสารภาพกับผมหลายคนว่าในช่วง 3 - 4 ปีนี้เขาไม่ค่อยมีเวลาเอาใจใส่นักเรียน เพราะต้องใช้เวลาเขียนเอกสารเลื่อนวิทยฐานะเป็นอาจารย์ 3 บ้างเพื่อวิ่งเต้นหาตำแหน่งบ้าง
การวิ่งเต้นในวงการศึกษารุนแรงขึ้นมาก
เมื่อเดือนที่แล้วผมไปประชุมที่อุดร เห็นได้ชัดว่าผู้บริหารโรงเรียนเอาใจใส่การไปต้อนรับผู้ช่วยรัฐมนตรีมากกว่าการเรียนรู้เพื่อหาทางพัฒนาคุณภาพโรงเรียน
วงการศึกษาหายใจเข้าออกเป็นการเอาใจนักการเมือง ไม่ใช่หายใจเข้าออกเป็นการเอาใจใส่ศิษย์
คุณภาพการศึกษาจึงตกต่ำลงไปเรื่อย ๆ
วิจารณ์ พานิช
11 ส.ค.49
การมุ่งเข้าสู่ตำแหน่งทางวิชาการโดยยึดเงินตอบแทนเป็นตัวตั้ง มีผลเสียมากมาย ทำลายโอกาสแห่งการเรียนรู้ของทั้งนักเรียน นิสิต นักศึกษา บั่นทอนประสิทธิภาพในการทำหน้าที่ นั่นคือเหตุผลที่ทำให้ผมและเพื่อนๆหลายคน หันหลังให้กับสิ่งนี้ ชนิดที่ปลุกเสกยังไงก็ไม่ขึ้นเสียที่
เมื่อไหร่หนอจะมีกระบวนการตามดูคนทำงาน มองหลายๆมิติให้รอบด้าน เมื่อเห็นชัดว่าใช่ก็ลากเขาออกมาจากงานสักระยะหนึ่ง เป็นช่วงสั้นๆ ให้เขาได้คิด พูด เขียน สิ่งสร้างสรรค์ที่เขาทำมา สัมภาษณ์ยาวอย่างไรก็ได้ ข้ามวันข้ามคืนก็ได้ คนพวกนี้ไม่กลัวอยู่แล้ว เมื่อทนไม่ไหวก็มอบตำแหน่งทางวิชาการให้เขาไปเสีย และปล่อยให้เขากลับไปทำหน้าที่ด้วยชีวิตและวิญญาณของเขาต่อไป ... เป็นลู่พิเศษ ลู่ที่สอง ที่แตกต่างจากวิธีปกติที่บางคน หรือ อาจหลายคนเคยได้ใช้วิธีฉ้อฉลเข้าสู่ตำแหน่งอย่างไร้ศักดิ์ศรีมาแล้ว ก็ได้
ผมแอบสังเกตพบว่า ความเห็นแก่ตัว เป็นปฏิภาคตรงกับตำแหน่งทางวิชาการสูงๆ ของคนบางคน สายวิทย์จะน้อยหน่อย ทางศึกษาศาสตร์ และสังคมศาสตร์พบได้ง่ายกว่า ... รายละเอียดว่าเขาทำอย่างไรกันบ้าง มีครับแต่ไม่พูดดีกว่า ... เพราะแค่นี้หลายคนก็ตำหนิผมในใจแล้วว่า "องุ่นเปรี้ยว
ทั้งในระดับอุดมศึกษาและระดับต่ำกว่าอุดมศึกษา ปัญหาโดยรวมคือการระลึกถึงความเป็นครูลดน้อยลง ในระดับประถม-มัธยม ผู้บริหารโรงเรียนไม่ต้องสอนครับ ทำหน้าที่อำนวยเพียงอย่างเดียว มีเรื่องอีกมากครับที่เกิดขึ้นจากความเสื่อมถอย ของจิตวิญญาณแห่งความเป็นครู ...
สังคมการศึกษา มักให้คุณค่ากับตำแหน่งวิชาการ และมักลืมให้คุณค่ากับความเป็นครู ทำให้คุณภาพการศึกษาของเด็กตกต่ำ
มีความเห็นด้วยกับข้อคิดเห็นที่กล่าวมาแล้วทั้งหมด แต่จะขอให้กำลังใจแก่ครูที่ไม่ได้มุ่งไปสู่ตำแหน่งทางวิชาการ มากไปกว่ามุ่งที่ผู้เรียน ขอแบ่งปันประสบการณ์เกี่ยวกับตัวเองให้ฟังดังนี้
เนื่องจากสังคมไม่ค่อยยอมรับคุณภาพของบัณฑิต จึงต้องทำงานส่วนรวมมากกว่าผลประโยชน์ของตัวเอง จนไม่มีเวลานั่งทำผลงานวิชาการเพื่อเข้าสู่ตำแหน่งทางวิชาการ และได้รับการดูถูกจากผู้สอนที่มีตำแหน่งทางวิชาการผ่านนักศึกษา
นักศึกษารับทราบด้วยความเจ็บปวดแทนครูผู้นี้ หลายครั้งที่นักศึกษาโต้แย้งแทนครูผู้นี้ด้วยความรุนแรง แล้วมาเล่าให้ฟัง พร้อมทั้งตั้งข้อสงสัยคุณภาพของการได้มาซึ่งตำแหน่งทางวิชาการ แสดงว่าลูกศิษย์เขารับรู้และซาบซึ้งความเป็นครูมากกว่าตำแหน่งทางวิชาการของผู้สอน
อย่างไรก็ตามคุณครูก็อย่าลืมการแสดงศักยภาพของตนเองในการสู่ตำแหน่งทางวิชาการให้คนอื่นได้ประจักษ์ แต่ใม่ควรละเลยความเป็นครู