"อิหล่าเลี้ยงควายได้บ่" นางพยักหน้าทันทีแบบไม่ต้องเสียเวลาคิด ปกติไม่ต้องรับผิดชอบอะไร จะดำนาหรือถอนกล้าแม่ก็ไม่ให้ทำ นอกจากขอลองทำเล่นๆเท่านั้น อย่างมากก็ช่วยพี่ต้อนควายกลับบ้าน แล้วแม่ก็หันหน้าไปทางพี่ๆ
" ฝึกไถ ฝึกคาดนาให่เป็นทุกคน อ้ายบ่อยู้แล่วต่อไปหนี่ต้องเฮ็ดเอง"
ลูกทุกคนตอบรับทันที
วันรุ่งขึ้นนางก็พร้อมปฏิบัติหน้าที่โดยการต้อนควายไปเลี้ยงแต่เช้า สิ่งที่พกติดตัวไปคือวิทยุทรานซิสเตอร์ 1 เครื่อง ขวดน้ำดื่ม 1 ขวด ซึ่งใช้ขวดน้ำปลาที่ล้างสะอาดแล้วและปิดปากขวดด้วยใบตองแห้งที่ม้วนให้เป็นก้อนอุดให้แน่นแล้วใช้เชือกผูกที่คอขวดเพื่อคล้องคอตัวเองไว้ เพราะมือข้างหนึ่งถือวิทยุ อีกข้างถือไม้เรียวเพื่อต้อนควาย
บริเวณที่ใช้เป็นที่เลี้ยงควายก็คือที่นาดอนเพราะทำนาไม่ได้ ซึ่งอยู่ห่างจากนาที่พี่ๆกำลังดำอยู่ประมาณ 2 กม. นางจะไปนั่งเล่น นอนเล่นอยู่ที่เถียงนาและฟังวิทยุไปด้วย บ่อยครั้งที่น้ำตาซึมออกมาเพราะคิดถึงพี่เขย นึกถึงเวลาที่ตามพี่ไปใส่เบ็ด เข้าป่าหาแย้ หากะปอม และอาหารป่าอื่นๆ เพราะทำให้นางสนุกที่ได้เดินป่าและเห็นต้นไม้แปลกๆ
สิ่งที่มักจะผุดเข้ามาในความรู้สึกของนางบ่อยๆคือคำพูดของพี่เขยที่บอกว่า
สนุกมาก เห็นภาพเลย
เสร็จแน่อีนางเอ้ย คราวนี้
ตกใจหมดเลย ไม่รู้ว่ากิ่งไม้ที่โหนหักหรือยังไง เฮอะ จบซะแล้ว
..อ่านเพลินๆ..มีลุ้นต่ออย่างตื่นเต้นอีกแล้วนะคะ..น้องนางบ้านนาคนงาม..
เรียนท่านอาจารย์ชยันต์
เรียนท่านอาจารย์
สวัสดีค่ะคุณเพชร
ว้ายๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ ตุ๊บ
สวัสดีค่ะพี่ใหญ่
สวัสดีค่ะพี่วิไล
สวัสดีครับ
คุณยาย ชื่อจริงเพราะมากครับ
สบายดีนะครับ
สวัสดีค่ะน้องทิมดาบ
มาชม
นึกเห็นภาพตนเองตอนเป็นเด็กอยู่กลางท้องทุ่งนา
เป็นหนุ่มนาเมืองนครพนมครับ..
เรียนท่านอาจารย์
สวัสดีค่ะคุณยายคนสวย
ขอมาเยี่ยมและขอขอบคุณที่แวะไปเยี่ยม คิดถึงค่ะ
มีคุกกี้มาฝากค่ะ
มาร่วมวงฮาด้วยคน อิอิ
สวัสดีค่ะคุณหนูรี
เรียนท่านอาจารย์
สวัสดีค่ะพี่