6 มิ.ย.54 เรื่อง “ระบบบริหารและจัดการการเงินอย่างถูกต้องและรวดเร็ว”, 13 มิ.ย.54 เรื่อง “เลขาธิการ กศน. พบบุคลากร”, 20 มิ.ย.54 เรื่อง “แหล่งเรียนรู้ด้านวิทยาศาสตร์ของ กศน.”, 27 มิ.ย.54 เรื่อง “จากธรรมชาติสู่ท้องฟ้าจำลอง”

รายการสายใย กศน. วันที่  27  มิถุนายน  2554

 

 

         เรื่อง “จากธรรมชาติสู่ท้องฟ้าจำลอง”

 

         นายอิทธิเดช  สุพงษ์  ดำเนินรายการ

         วิทยากรโดย
         - สาลิน วิรบุตร์  ผอ.ศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษา
         - นายสิทธิชัย  จันทรศิลปิน  นักวิชาการศึกษาชำนาญการพิเศษ

 

         ศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษา เอกมัย ประกอบด้วยงานย่อย ๆ หลายหน่วย หน่วยที่เป็นหัวใจคือท้องฟ้าจำลอง และพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์

         ท้องฟ้าจำลอง เป็นเครื่องมือทางวิทยาศาสตร์ที่ยิ่งใหญ่มาก ต้องอาศัยศาสตร์ต่าง ๆ   ท้องฟ้าจำลองกรุงเทพเกิดจากพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวโปรดเกล้าให้สร้างเป็นแหล่งเรียนรู้ในกรุงเทพฯ ช่วง ม.ล.ปิ่น  มาลากุล เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ  เปิดแสดงให้บริการแก่ประชาชน ตั้งแต่ปี 2507   ปัจจุบันเปิดบริการสัปดาห์ละ 6 วัน ( หยุดวันจันทร์ )  มีผู้บรรยายสด  มีโรงเรียนจองมาก

         ท้องฟ้าจำลอง จำลองจากท้องฟ้าจริง ๆ เพียงแต่อัตราส่วนเล็กลง ( ดาวจะเปลี่ยนตำแหน่งช้ามาก ในช่วงชีวิตเราจะดูไม่ออกว่าดาวเปลี่ยนตำแหน่ง )

         ท้องฟ้าจำลองกรุงเทพฯ ที่เอกมัย ขนาด 20 เมตร ใหญ่และทันสมัยที่สุดในประเทศ เป็นต้นแบบและมีพัฒนาการตามยุคตามสมัย    ทั่วโลกมีท้องฟ้าจำลองประมาณ 3,300 แห่ง  มีหลายขนาด  ที่ญี่ปุ่นมีท้องฟ้าจำลองทุกเมือง งานดาราศาสตร์และอวกาศของญี่ปุ่นจึงก้าวหน้ามาก    ปัจจุบันในประเทศไทยนอกจากที่เอกมัย มีท้องฟ้าจำลองที่รังสิต ปทุมธานี ขนาดรองลงไป และกำลังสร้างที่ร้อยเอ็ด พังงา นครศรีธรรมราช     ท้องฟ้าจำลองเป็นที่สุดของวิทยาศาสตร์ ที่ทุกท้องถิ่นอยากให้มีท้องฟ้าจำลอง  จึงมีโครงการขยายต่อไปในชื่อ ศูนย์ดาราศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ

 

         ผู้ไปท้องฟ้าจำลอง จะมีจุดประสงค์แบ่งเป็น 2 กลุ่ม คือไปดูว่าเหมือนจริงไหม กับไปดูเพื่อให้ดูดาวเป็น
         ท้องฟ้าจำลองเป็นแหล่งเปิดจินตนาการของเด็ก เพื่อเข้าใจดาราศาสตร์ เช่น ปรากฏการณ์สุริยุปราคา จันทรุปราคา ฝนดาวตก ระบบสุริยะ   เป็นการพัฒนาสมองพร้อมกันสองซีก ( วิชาการ--ศิลปะ )  ต้องใช้จินตนาการมาก  จุดประกายให้หาความรู้เพิ่มเติม  เมื่อเข้าใจแล้วจะเกิดกระบวนการทางวิทยาศาสตร์เป็นนิสัย   ท้องฟ้าจำลองจึงเป็นเครื่องมือทำให้เด็กมีเหตุผลเป็นนักวิทยาศาสตร์   ปัจจุบันท้องฟ้าจำลองมีการพัฒนาฉายภาพยนตร์เต็มโดมดาว เป็นเรื่อง ๆ เรียนรู้เข้าใจง่าย แต่ว่า แต่ละเรื่องราคาแพง ต้องซื้อเรื่องใหม่ ๆ ( จากต่างประเทศ ) มาเพิ่ม และต้องใช้เครื่องฉายภาพหลายเครื่อง ( คนละเครื่องกับเครื่องฉายดาว )   ช่วงนี้มี 2 เรื่อง ฉายสลับรอบกัน คือ 1. มหัศจรรย์แห่งจักรวาล ( รำลึกถึงกาลิเลโอในยุค 400 ปีที่แล้ว ใช้เด็กเป็นตัวนำเรื่อง ) กับ 2. แสงจากแอนโดรเมดา ( แสงจากกาแล็กซีแอนโดรเมดา )

         เครื่องฉายดาวจะเป็นระบบแสงผ่านเลน ( ระบบคลาสสิค )  จะฉายดาวเหมือนจริงมากกว่า ฉากหลังดำสนิท ดูแล้วประทับใจกว่า แต่ราคาแพงกว่ามาก  ส่วนเครื่องฉายภาพเป็นระบบคอมพิวเตอร์ ( ดิจิตอล ) เหมาะกับการฉายภาพยนต์ที่สร้างเป็นเรื่องราวได้ดีกว่า

 

         กิจกรรมอื่น ๆ ของท้องฟ้าจำลอง  เช่น เผยแพร่ข่าวปรากฏการณ์ทางดาราศาสตร์ที่คนทั่วไปดูได้  ค่ายดาราศาสตร์  อบรมครูหลักสูตรดาราศาสตร์  นิทรรศการเคลื่อนที่พร้อมโดมท้องฟ้าจำลองเคลื่อนที่

         ปัจจุบันศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษาเอกมัย เก็บค่าบริการ ผู้ใหญ่ 30 บาท  เด็ก 20 บาท  ดูได้ทั้งท้องฟ้าจำลองและนิทรรศการต่าง ๆ    สนใจสอบถามข้อมูลได้ที่ ฝ่ายประชาสัมพันธ์ 02-3921773  หรือดูรายละเอียดและจองผ่านเว็บที่ http://www.sciplanet.org


 



 

รายการสายใย กศน. วันที่  20  มิถุนายน  2554


 

         เรื่อง “แหล่งเรียนรู้ด้านวิทยาศาสตร์ของ กศน.”

 

         นายอิทธิเดช  สุพงษ์  ดำเนินรายการ

         วิทยากรโดย
         - สาลิน วิรบุตร์  ผอ.ศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษา
         - นายสิทธิชัย  จันทรศิลปิน  นักวิชาการศึกษาชำนาญการพิเศษ

 

         ศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษา เอกมัย เป็นแหล่งเรียนรู้ทางวิทยาศาสตร์กึ่งแหล่งท่องเที่ยว ที่คนรู้จักในนามดั่งเดิมคือท้องฟ้าจำลอง กรุงเทพ  เปิดปี 2507 เป็นแหล่งเรียนรู้ทางวิทยาศาสตร์แห่งแรกของประเทศไทย   ปัจจุบันศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษาขยายไปยังภูมิภาค 16 แห่งแล้ว
         วิสัยทัศน์ คือ มุ่งมั่นสร้างวัฒนธรรมวิทยาศาสตร์ในสังคมไทย

         วิทยาศาสตร์คือ “ความรู้ที่มีเหตุผล” เรียนรู้สิ่งที่มีอยู่จริงในธรรมชาติ  เป็นประโยชน์กับทุกกลุ่มเป้าหมาย

 

         ที่ศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษา เอกมัย มีกิจกรรมการศึกษาเยอะมาก  มีนิทรรศการต่าง ๆ  6 อาคาร ( หยุดวันจันทร์  มีผู้เข้า ชม/ร่วมกิจกรรม ปีละไม่น้อยกว่า 1 ล้านคน ภาคเช้าวันเสาร์อาทิตย์จะเต็มตลอด )

         อาคาร 1

         1. โลกดาราศาสตร์
         2. ชีวิตสัมพันธ์กับดวงดาว
         3. โลก:แหล่งกำเนิดชีวิตในระบบสุริยะ
         4. ชีวิตดาวฤกษ์
         5. ความเป็นไปในเอกภพ
         6. มนุษย์กับการสำรวจอวกาศ 

         อาคาร 2

         1. นิทรรศการ คอมพิวเตอร์เพื่อชุมชน
         2. นิทรรศการ ชีวิตกับเวลา  
         3. นิทรรศการ FUN SCIENCE

         อาคาร 3

         โลกใต้น้ำ

         อาคาร 4

         ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

         อาคาร 5-6

         วิทยาศาสตร์สุขภาพ 

 

        สนใจสอบถามกิจกรรมได้ที่ ฝ่ายประชาสัมพันธ์ 02-3921773  หรือดูรายละเอียดที่ http://www.sciplanet.org  ( จองผ่านเว็บได้เลย )

 

         อยากให้เด็กเก่ง ต้องเริ่มที่วิทยาศาสตร์

         ( สัปดาห์หน้าเป็นเรื่องท้องฟ้าจำลอง )



 


 

รายการสายใย กศน. วันที่  13  มิถุนายน  2554


 

         เรื่อง “เลขาธิการ กศน. พบบุคลากร”


         นายอิทธิเดช  สุพงษ์  ดำเนินรายการ

         วิทยากรโดย
         - นายประเสริฐ  บุญเรือง  เลขาธิการ กศน.

 

         วิสัยทัศน์ของ กศน.  “คนไทยได้รับการศึกษาตลอดชีวิตที่มีคุณภาพ อย่างทั่วถึงและเท่าเทียมกัน เพื่อให้เกิดสังคมแห่งการเรียนรู้”   ถ้า พรบ.การศึกษาตลอดชีวิต ผ่านออกมา  กศน.จะดำเนินงานได้อย่างมีศักยภาพ   ขณะนี้ พรบ.การศึกษาตลอดชีวิตอยู่ในระหว่างการพิจารณาของนิติกร สป. แต่เป็นฉบับที่ กศน. เป็นกรม   ผมได้หารือกับ รมว.ศธ. ขอปรับเปลี่ยนให้ กศน. เป็นองค์กรหลักที่ 6 และท่าน รมว.รับปากจะช่วยผลักดัน   จึงกำลังจะขอ พรบ.การศึกษาตลอดชีวิตคืนมาปรับมาตรา 21 ให้ กศน.ขึ้นตรงกับ รมว.  ซึ่งต้องแก้ไข พรบ.การศึกษาแห่งชาติอีก 3 มาตรา

         อยากเร่งรัดเรื่อง กศน.ตำบล ให้เป็นรูปธรรม   หัวหน้า กศน.ตำบลต้องไปปฏิบัติหน้าที่ที่ตำบล ไม่ต้องมาอยู่ที่อำเภอ  จัดบริการเรื่องต่าง ๆ เหมือนอำเภอ ไม่ใช่จัดเฉพาะสายสามัญ  มีคอมพิวเตอร์ต่ออินเตอร์เน็ต 6 เครื่อง  ( จะจัดอบรมหัวหน้า กศน.ตำบล คนละ 5 วัน ในเรื่องการบริหาร-ประสานงานใน กศน.ตำบล )
         งาน กศน.ตำบล ต้องมีการประชาสัมพันธ์ โดยจะจัดอบรมนักข่าวภูธร ให้นักข่าวหนังสือพิมพ์ทุกฉบับมาเป็นวิทยากรสอนการเขียนข่าว เพื่อช่วยกันขับเคลื่อนของบประมาณเปิดศูนย์การศึกษาตลอดชีวิตทุกหมู่บ้าน   รูปแบบการส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิตคือการส่งเสริมการอ่าน

         จะจัดมุมวิทยาศาสตร์เพื่อชีวิต ใน กศน.ตำบลต้นแบบ 4 ภาค  ให้ทุก กศน.ตำบลไปดูงาน แล้วกลับไปทำทั้ง 7,409 แห่ง

         สนง. กศน.ตำบล 700 แห่ง  ยังไม่มีการทำสัญญาก่อสร้าง  ขอเร่งรัดให้รีบรายงาน ถ้าถึงวันที่ 30 มิ.ย.54 ยังไม่ทำสัญญาให้เปลี่ยนไปทำที่อื่นที่ประชาชนประชุมให้ความเห็นชอบและนายอำเภอลงนามรับรอง

         ให้มีการแข่งขันคัดเลือก กศน.ตำบลดีเด่นของจังหวัด ๆ ละ 1 แห่ง ( กศน.ตำบลมีชีวิต มีประชาชนมาใช้บริการ มีความพร้อมด้านวัสดุอุปกรณ์ ผู้ใช้บริการมีความสุข )  จะมอบโล่ระดับประเทศในวันที่ 8 ก.ย.

         กศน.ตำบล ได้รับงบประมาณ 3 ส่วน อาคาร-คอมพิวเตอร์-หนังสือ ถ้าทำสัญญาสร้างอาคารแล้ว ให้ดำเนินเรื่องซื้อคอมพิวเตอร์+หนังสือเลย

         ผมเคยเป็นครูประจำกลุ่ม 6 ปี สอนทั้งวัน มีคุณภาพ จึงมีนโยบายให้สอนทั้งวัน อาจจ้างวิทยากรสอนเสริมมาช่วยสอน

         จะเกลี่ยตำแหน่งว่าง ครู กศน.ตำบล จากที่มีครู กศน.ตำบลเกินจำนวนตำบล เช่นภาคอิสาน มาครึ่งหนึ่ง ให้จังหวัดที่มีครูไม่ครบ เช่น อยุธยา  โดยมอบให้ ผอ.จังหวัดดำเนินการสอบเอง ( จะดำเนินการในอีกเดือนสองเดือนนี้ )

         การสอบครูผู้ช่วย ถ้าใครสอบผ่านภาค ก ภาค ข  60 % แล้ว จึงจะสอบสัมภาษณ์และส่งวิสัยทัศน์ไม่เกิน 10 หน้า ( อย่าทำการเกิน 10 หน้า )   การสอบตาม ว.2 ( รับคนใน ) ไม่มีการขึ้นบัญชี  ถ้าสอบตาม ว.3 ( รับคนนอก ) จึงจะขึ้นบัญชี   แต่ จะเสนอขออนุมัติขึ้นบัญชีย้อนหลัง ไม่ทราบว่า ก.ค.ศ.จะยอมหรือไม่ เพราะสอบไปแล้ว ( เคยขออนุมัติที่อาชีวศึกษา สอบตาม ว.2  ก.ค.ศ.อนุมัติให้ขึ้นบัญชี 1 ปี แต่เป็นการขออนุมัติตั้งแต่แรก )   การสอบครั้งนี้ใช้งบประมาณถึง 2 ล้านบาท

 

         สำหรับในส่วนกลางนั้น จะขับเคลื่อนได้ดีต้องมี พรบ.การศึกษาตลอดชีวิต  ผอ.กอง จะเป็น ผอ.สำนัก ( เชี่ยวชาญ C9 )

         การสอบ ผอ.อำเภอ มีตำแหน่งว่าง 100 ตำแหน่ง แต่สอบได้ 45 คน  เข้าอบรมที่วัดไร่ขิง 13 มิ.ย. เหลือตำแหน่งว่างอีก 55 ตำแหน่ง  หลังวันที่ 15 มิ.ย.จะสอบคนของเราอีกรอบ  ถ้าสอบแล้วได้ไม่ครบจึงจะขออนุมัติ อ.ก.ค.ศ. สป. รับโอนจากโรงเรียนต่าง ๆ

         ผอ.จังหวัด ว่าง 21 จังหวัด  ก.ค.ศ.อนุมัติคุณสมบัติแล้ว  เปิดสอบช่วงเดียวกัน  คัดครึ่งสอบครึ่ง  ใช้เกณฑ์เดียวกับ ผอ.เขตพื้นที่ กศ.  ต้องผ่าน 60 %

         นอกจากนี้ มีการสอบ ศน.   ทุกจังหวัดมี ศน. 4 คน  ต้องจบปริญญาโท ต้องสอบผ่าน 60 %

         ต้องการให้ทุกคนในองค์กรมีความรักสามัคคี มีศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ จึงจะจัดกิจกรรม กศน.เกม ( ฟุตบอล แชร์บอล วอลเล่ย์บอล เปตอง เซปักตะกร้อ วิ่ง กอล์ฟ )  ทั้งประเภทผู้บริหาร ประเภทครู ประเภทนักศึกษา   แข่งมาจากระดับจังหวัด-ภาค  และวันที่ 6-8 ก.ย.54 ไปแข่งที่สนามกีฬาสมโภชเชียงใหม่ 700 ปี ( ภาคละ 2 ทีม ) เพราะมีที่พักหัวละ 50 บาท    ผอ.จังหวัดวิ่ง 100 เมตร, ผอ.อำเภอวิ่ง 400 เมตร, ครู กศน.วิ่ง 800 เมตร, นักศึกษาวิ่งทุกประเภท   และมีการแข่งขันฟุตบอลระหว่าง ผอ.กศน.จังหวัดกับยูเนสโกนานาชาติ    มีงานเลี้ยงส่งผู้ที่เกษียณอายุ 16 คน พร้อมเลี้ยงยูเนสโก เย็นวันที่ 8    ให้ ผอ.กศน.จังหวัด อำเภอ ผอ.หน่วยขึ้นตรง ผอ.ส่วนกลาง ไปทุกคน  ส่วนครูและนักศึกษาให้ไปเฉพาะนักกีฬา

 

         วันที่ 3 ก.ค.54 เป็นวันเลือกตั้งทั่วไป เป็นหน้าที่ของ กศน. ในการส่งเสริมให้ประชาชนเป็นพลเมืองที่ดี   กกต.ให้ กศน.จัดนักศึกษาที่ไม่เป็นฝ่ายใด อายุ 18-50 ปี ไปร่วมเป็น กกน. ( คณะกรรมการประจำหน่วย 1 ใน 9 คน ) ทุกหน่วยเลือกตั้ง รวม 94,000 คน  รวมทั้งหน่วยเลือกตั้งล่วงหน้าอีก 4,000 หน่วย ( ให้กิจกรรม กพช. )  และให้มีนักศึกษาอีก 1-2 คน สังเกตการณ์อยู่นอกหน่วย   และ กกต.ให้งบประมาณ 12 ล้านบาท มารณรงค์การเลือกตั้ง  รอบแรกทุกอำเภอมาทำที่จังหวัด รอบที่สองจัดที่อำเภอ รอบที่สามจัดที่ กศน.ตำบล สาธิตการเลือกตั้งแบบ 2 บัตร การกาบัตรที่ถูกต้อง ลดบัตรเสีย  วัสดุอุปกรณ์ต่าง ๆ ใช้ของ กกต.จังหวัด   ผู้ที่ได้รับการสาธิตต้องไปเผยแพร่ต่ออีกอย่างน้อย 10 คน โดยลงบัญชีผู้ได้รับการเผยแพร่ตามแบบฟอร์ม กกต. ส่งกลับมา

         นอกจากนี้ กกต.ประสานให้ สนง.ตำรวจแห่งชาติ รายงานผลการเลือกตั้งอย่างไม่เป็นทางการ และ สนง.ตำรวจแห่งชาติให้คน กศน.ไปช่วยรายงาน ให้งบประมาณ 8 แสนบาท    ขอให้ทำเต็มกำลังความสามารถ คัดคนที่มีจิตอาสาไป

 

         จะให้บุคลากร กศน.ได้ไปอบรม ศึกษาดูงาน ( OD ) เพื่อให้มีขวัญกำลังใจ  ถ้าช่วยกันขับเคลื่อน พรบ.การศึกษาตลอดชีวิต ให้ กศน.เป็นองค์กรหลัก  พนักงานราชการจะได้เป็นข้าราชการ ( ท่าน รมว. บอกว่า จะปรับให้พนักงานราชการเป็นข้าราชการปีละ 25 % )  ถ้าไม่ได้เป็นองค์กรหลัก พนักงานราชการจะได้เป็นข้าราชการเพียงปีละประมาณ 40 คน ( ที่กำลังสอบ )   ให้ทุกคนทำงานตามหน้าที่ให้ดีที่สุด สามัคคีกัน ทำงานอย่างมีความสุข  “คนสำราญ งานจะสำเร็จ”

 

         ปีงบประมาณหน้า  ปกติอยากได้ กศน.ตำบลอีก 5,000 แห่ง  แต่ปีนี้ 700 แห่งยังทำสัญญาไม่ได้ คงต้องลดปีหน้าเหลือ 500-1,000 แห่ง    ถ้ามีศูนย์การศึกษาตลอดชีวิตทุกหมู่บ้าน จะทำให้การส่งเสริมการอ่านได้ผล  มีหนังสือพิมพ์แห่งละ 3 ฉบับ จะช่วยให้ประชาชนรู้เท่าทัน ซื้อสิทธิ์ขายเสียงไม่ได้

         อยากให้คน กศน. ให้เกียรติผู้อื่น แล้วผู้อื่นจะให้เกียรติเรา้


 

 



รายการสายใย กศน. วันที่  6  มิถุนายน  2554


 

         เรื่อง “ระบบบริหารและจัดการการเงินอย่างถูกต้องและรวดเร็ว”


         อัญชิษฐา  บุญพรวงศ์  ดำเนินรายการ

         วิทยากรโดย
         - ประทุมทิพย์  ศรีเมือง  ผอ.กลุ่มงานคลัง
         - นายดำรงศักดิ์  ว่าวกำเหนิด  หัวหน้าฝ่ายพัสดุ
         - พูลทิพย์  ใจหวัง  หัวหน้าฝ่ายงบประมาณ
         - กนกวรรณ  พจน์ประสาท  หัวหน้างานบัญชี

 

         สิ้นเดือน มิ.ย.54 หมดไตรมาศ 3  ต้องใช้จ่ายเงินอย่างน้อย 68 % แต่หน่วยงาน กศน.ยังใช้จ่ายเงินไม่ถึง 50 %   ที่น่าห่วงคืองบลงทุนซึ่งเป็นตัวชี้วัดในคำรับรองการปฏิบัติราชการ ขณะนี้ยังใช้จ่ายไม่ถึง 10 %  จึงขอเน้นย้ำให้รีบดำเนินงานงบลงทุน   ที่มีปัญหามากคืองบก่อสร้าง กศน.ตำบล 700 แห่ง ติดขัดในเรื่องกรรมสิทธิ์ที่ดิน  ถ้าก่อหนี้ผูกพันไม่ทันสิ้นเดือน มิ.ย. ให้รีบแจ้งคืนงบประมาณ   และขณะนี้ได้โอนเงินค่าครุภัณฑ์และค่าสื่อหนังสือสำหรับ กศน.ตำบล ที่จะก่อสร้างมาให้อีกแล้ว  ให้ก่อหนี้ผูกพันภายใน มิ.ย.54 เช่นกัน ถ้าไม่ทันให้รีบแจ้งคืน โดยถ้าก่อหนี้ผูกพันการก่อสร้าง กศน.ตำบล ไม่ทัน ก็ต้องคืนค่าครุภัณฑ์และค่าหนังสือนี้ด้วย

         เมื่อทำสัญญาแล้ว ต้องเข้าไปวาง PO จองเงิน ( การก่อหนี้ผูกพันในระบบ GFMIS ) ทันทีเลย ไม่ต้องรอเบิกจ่าย  โดยเมื่อตรวจรับงานแล้วจึงเข้าไปบันทึกตรวจรับในระบบอีกครั้ง   การบันทึกในระบบ GFMIS ผ่านระบบออนไลน์ผ่านคอมพิวเตอร์ที่ใดก็ได้

         การดำเนินการประกาศสอบราคา ให้แยกแต่ละแห่ง และทำสัญญาแยกแต่ละแห่ง เพื่อไม่ต้องรอตรวจรับพร้อมกัน และไม่ต้อง “ปรับ” รวม  โดยการทำสัญญาควรแบ่งการก่อสร้างเป็นงวด ๆ จะได้ทยอยเบิกจ่ายให้มีความก้าวหน้าในการเบิกจ่าย

         ถึงแม้เอกสารสิทธิ์ที่ดินยังไม่ออก แต่ถ้าจะออกแน่โดยไม่มีปัญหา ก็ดำเนินการควบคู่ไปได้

 

         การรายงานผลการใช้จ่ายงบประมาณ ( ส่งถึงกลุ่มงานคลังทุกวันที่ 25 ของเดือน ) เป็นเปเปอร์  ได้รับไม่ครบทุกแห่ง  ขอให้ทุกแห่งรีบรายงานตามแบบฟอร์มเดิม เพราะต้องรวบรวมแจ้ง สนง.ปลัดกระทรวงฯ  ขอให้เน้นย้ำให้ ผอ.กศน.อำเภอ ในการรายงานถึงจังหวัดโดยเร็ว เพื่อจังหวัดดำเนินการรายงานต่อไป

         งบเงินอุดหนุน ภาค 1/54 จัดสรรทั้งค่าดำเนินงาน-พัฒนาผู้เรียน-หนังสือเรียน ให้แล้ว  ให้อำเภอรายงานการใช้จ่ายผ่านจังหวัดถึงกลุ่มงานคลังภายใน 10 มิ.ย. เพราะหน่วยงานอื่นเช่น หน่วยตรวจสอบภายใน สตง. ปปง. ขอตรวจสอบ ( การรายงานจะช่วยให้รู้ว่าใช้จ่ายผิดรหัสงบประมาณไหม และแก้ไขได้ทัน   งบอุดหนุนมี 3 รหัส ต้องใช้จ่ายให้ถูกรหัส )

 

         เรื่องเงินทดรองราชการ ตอนนี้มีปัญหา ยอดไม่ตรงกันระหว่าง กศน.จังหวัด-กรมบัญชีกลาง-คลังจังหวัด เพราะบางจังหวัดดำเนินการผิดพลาด   จะแก้ไขโดยขอเพิ่มวงเงินทดรองฯจากจังหวัดละ 1 แสนบาท เป็น 1 แสน 5 หมื่นบาท

 

         การแก้ไขการดำเนินงานในระบบ GFMIS

         1. การตั้งเบิกในระบบ  ใช้แบบฟอร์ม ผบ.01   ต้องใช้รหัสให้ถูกต้อง ถ้าผิดพลาดต้องให้ส่วนกลางแก้ไขให้

         2. การตั้งเบิกในลักษณะลูกหนี้เงินยืม  ใช้แบบฟอร์ม ผบ.02  ถ้าจะส่งให้แก้ไขต้องส่งใช้ใบสำคัญก่อน

         3. การบันทึกการจ่ายชำระให้เจ้าหนี้  ใช้แบบ ขจ.05  ซึ่งแก้ไขไม่ได้ ต้องให้ส่วนกลางยกเลิก และบนทึกใหม่

         4. ระบบรับและนำส่ง  จังหวัดแก้ไขได้เอง สามารถยกเลิกรายการโดยไม่ต้องส่งส่วนกลาง

 

         งบอื่น ๆ ก็ต้องเร่งรัดการเบิกจ่าย ( จะมีหนังสือเร่งรัดเมื่อสิ้นไตรมาศ 3 อีกครั้ง )  ไตรมาศ 4 ดูผลการเบิกจ่าย ไม่ใช่แค่การก่อหนี้ผูกพัน

         ถ้าจังหวัดใดมีปัญหาให้ปรึกษากลุ่มงานคลัง   ต้องเร่งให้ความรู้เพิ่มแก่เจ้าหน้าที่การเงินบัญชีพัสดุ  แต่ละจังหวัดควรขออัตราในตำแหน่งเจ้าหน้าที่พัสดุ เพราะเป็นวิชาชีพเฉพาะ ให้คนอื่นทำแทนไม่ได้

         การใช้ระบบ GFMIS  ควรมีระบบคุมด้วยมือแบบเก่าด้วย เพื่อตรวจสอบบ่อย ๆ ไม่ให้ผิดพลาด และแก้ปัญหาได้ทัน   ฝ่ายแผนงาน-การเงินบัญชี-พัสดุ ต้องหันหน้าเข้าหากัน ประสานกัน ปรับข้อมูลกันอยู่ตลอด