สิ่งที่เรากำลังศึกษาไม่ใช่วิชาความรู้ภายนอกตัวเรา แต่คือ "กาย" กับ "ใจ" ของเราเอง ดังนั้น บรรยากาศรอบตัวจะต้องเกื้อกูลให้เกิดการมองย้อนกลับเข้าสู่ภายใน ที่เรียกว่า สัปปายะ
 จากจุดเล็ก ๆ แห่งสายสัมพันธ์ใน G2K ระหว่างคุณนายดอกเตอร์ 
ดร. ยุวนุช ทินนะลักษณ์ และคุณแหวว Ico64 (พชรวรัตน์ แสงทองชนาพงศ์) ก่อเกิดโครงการสร้างบุญกุศลร่วมกันในนาม "นาธรรม บ้านแพรก" ซึ่งใกล้จะเป็นรูปเป็นร่างขึ้นมาทุกที ในช่วงเริ่มต้นของการก่อสร้าง นาธรรม บ้านแพรก ท่าน ดร.ยุวนุช ได้เกริ่นให้ผู้เขียนทราบแล้วว่า จะมีกิจกรรมหลักคือการปฏิบัติธรรมเกิดขึ้น ณ พื้นที่แห่งนี้ และก็เห็นว่าผู้เขียนจะสามารถนำเรื่องนพลักษณ์ (Enneagram) มาช่วยเกื้อกูลให้ผู้ร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ได้เข้าใจตัวตนไปพร้อม ๆ กับการปฏฺิบัติธรรม อันเป็นการเยียวยาทั้งผู้ให้และผู้รับ เสมือนทุกคนคือครูเพื่อการเรียนรู้ซึ่งกันและกัน

 

ก่อนถึงวันงานวันเดียว ผู้เขียนทราบจากคุณแหววว่านาธรรม บ้านแพรกยังสร้างไม่เสร็จ มีแต่ผนัง และช่องลม ไม่มีประตู ไม่มีหน้าต่าง ไม่มีแอร์ ตอนเช้าจะจัดบริเวณพื้นที่ "นาธรรม บ้านแพรก" แต่หากบ่าย ๆ อากาศร้อน สามารถเปลี่ยนไปใช้พื้นที่ในห้องประชุมติดแอร์ได้   ซึ่งผู้เขียนก็มิได้ขัดข้องแต่ประการใด

 

อย่างไรก็ตาม เมื่อมาถึงพื้นที่จริง ก็ต้องยอมรับว่าสิ่งก่อสร้างที่ยังสร้างไม่เสร็จนั้น ไม่สลักสำคัญอะไรเลย เพราะความงามที่ปรากฎอยู่ตรงหน้าหาใช่ความเสร็จสมบูรณ์ของสถานที่  แต่คือความเอาใจใส่ในการสร้างบรรยากาศที่เอื้อต่อการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกัน
ผนังปูนยังเปียกอยู่ เพิ่งฉาบเสร็จเย็นวานนี้
                                    
                             พระพุทธรูป                                                หลวงปู่แหวน

                            

สิ่งที่ผู้เขียนมักจะต้องบอกผู้จัดอยู่เสมอคือเรื่องของการสร้างบรรยากาศทางกายภาพในพื้นที่ที่เราจะต้องมาแลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกัน...นั่นเพราะสิ่งที่เรากำลังศึกษาไม่ใช่วิชาความรู้ภายนอกตัวเรา แต่คือ "กาย" กับ "ใจ" ของเราเอง ดังนั้น บรรยากาศรอบตัวจะต้องเกื้อกูลให้เกิดการมองย้อนกลับเข้าสู่ภายใน ที่เรียกว่า สัปปายะ คำนี้เรียกกันบ่อย ในที่นี้ ผู้เขียนขอขยายความว่ามิใช่หมายความถึงเฉพาะสถานที่เท่านั้น

                               

สัปปายะ 7 หมายถึงสิ่งที่เหมาะกัน สิ่งที่เกื้อกูล ช่วยสนับสนุนในการบำเพ็ญภาวนาให้ได้ผลดี ช่วยให้สมาธิตั้งมั่น ไม่เสื่อมถอย ได้แก่
       1. อาวาสสัปปายะ  ที่อยู่ซึ่งเหมาะกัน เช่น ไม่พลุกพล่านจอแจ
       2. โคจรสัปปายะ ที่หาอาหาร ที่เที่ยวบิณฑบาตที่เหมาะดี เช่น มีหมู่บ้านหรือชุมชนที่มีอาหารบริบูรณ์อยู่ไม่ใกล้ไม่ไกลเกินไป
       3. ภัสสสัปปายะ การพูดคุยที่เหมาะกัน เช่น พูดคุยเล่าขานกันแต่ในกถาวัตถุ 10 และพูดแต่พอประมาณ
       4. ปุคคลสัปปายะ บุคคลที่ถูกกันเหมาะกัน เช่น มีท่านผู้ทรงคุณธรรม ทรงภูมิปัญญาเป็นที่ปรึกษาเหมาะใจ 
       5. โภชนสัปปายะ อาหารที่เหมาะกัน เช่น ถูกกับร่างกาย เกื้อกูลต่อสุขภาพ ฉันไม่ยาก 
       6. อุตุสัปปายะ ดินฟ้าอากาศธรรมชาติแวดล้อมที่เหมาะกัน เช่น ไม่หนาวเกินไป ไม่ร้อนเกินไป เป็นต้น
       7. อิริยาปถสัปปายะ อิริยาบถที่เหมาะกัน เช่น บางคนถูกกับจงกรม บางคนถูกกับนั่ง ตลอดจนมีการเคลื่อนไหวที่พอดี 
ข้อมูลจาก พจนานุกรมพุทธศาสตร์ ฉบับประมวลธรรม โดย พระพรหมคุณาภรณ์ (ป.อ. ปยุตฺโต)

 

พื้นที่ที่จะประกอบไปด้วย "สัปปายะ" ทั้ง 7 ไม่ใช่เรื่องง่าย จากประสบการณ์ของผู้เขียน บางพื้นที่ติดขัดเรื่องห้อง อุปกรณ์ สิ่งอำนวยความสะดวก แต่นั่นก็ไม่สำคัญเท่ากับ         "ปุคคลสัปปายะ" การที่จะสร้างพื้นที่ให้มีผู้คนที่มีลักษณะร่วมกันบางอย่างมาชุมนุม เพื่อให้เกิดการถึงพร้อมในการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกัน  สำหรับการอบรมในเบื้องต้น หากกลุ่มที่ร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้มีความแตกต่างกันมากเกินไปในลักษณะร่วมบางประการ ซึ่งส่งผลต่อความพร้อมทางจิตใจ  จะเกิดปัญหาในการเล่าเรื่องภายในของตน และการมองเห็นภาพสะท้อนเรื่องเล่าของผู้อื่น
       อากาศดีปลอดโปร่งถ่ายเทตลอดเช้าสายบ่ายเย็น

 

สิ่งนี้จึงขอฝากไว้เป็นบทเรียนเบื้องต้นสำหรับผู้จัดทุกท่าน เพราะสิ่งที่เราเรียนรู้ไม่ใช่ "ความรู้" ในโลกภายนอก แต่คือ "การรู้" โลกภายในของเราเอง คำว่า "การ" มีนัยยะถึงการกระทำ ...อาการ "รู้" หรือ "ไม่รู้" ของผู้แลกเปลี่ยนเรียนรู้จะเกิดขึ้นได้ ก็ต่อเมื่อมี    "ปุคคลสัปปายะ" อันนำไปสู่การเกื้อกูลอย่างเป็นกัลยาณมิตรด้วย  แต่ถ้าหากเป็นการอบรมสัมมนาความรู้นอกกายใจตัวเรา ความต่างระดับของผู้แลกเปลี่ยนเรียนรู้อาจไม่ใช่ปัญหาใหญ่แต่อย่างใด

 

อย่างไรก็ตาม สิ่งที่น่าชื่นชมในการจัดอบรมพัฒนาจิตที่นาธรรม บ้านแพรก ก็คือบรรยากาศแวดล้อมรอบตัว ไม่ว่าจะเป็นอากาศดี  อาหารมีประโยชน์  และแม้กระทั่งความเอื้ออาทรของกลุ่มผู้ร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้  

        

 

(ภญ.ปิยธิดา พูนพัฒนปรีชา) รักษาการผู้อำนวยการโรงพยาบาลบ้านแพรกคนปัจจุบัน นำทุกคนกราบพระ  และกล่าวเปิดงาน

  

                                           

การอบรมเริ่มต้นด้วยการใส่ใจในลมหายใจของตัวเอง จากนั้น ผู้เขียนได้บรรยายให้ทุกคนเห็นภาพผู้คนที่มีความแตกต่างกัน  และมีภาพต่าง ๆ เพื่อมาทดสอบโลกทัศน์ของกลุ่มคนต่างศูนย์    ขอเชิญชมบรรยากาศของผู้แลกเปลี่ยนเรียนรู้ที่อมยิ้มกันถ้วนหน้า

 

  

                                

 

                         

 

  บรรยากาศแลกเปลี่ยนที่งดงาม
                                         ช่วงผลัดกันเล่าเรื่องฉันและเธอ

 

      

 

          

 

      

 

                                           ช่วงมณฑลชีวิตวิถีพุทธ

                       

                  

         

                                       

        การตกแต่งด้วยดอกไม้ ใบไม้ที่อยู่ในธรรมชาติรอบตัว

 

                                        

                                                 กล่องทำบุญ

  

เป็นครั้งแรกที่ผู้เขียนเห็นว่ามีการตั้งกล่องทำบุญกับวิทยากร ทำให้ระลึกถึงถึงอาจารย์ของผู้เขียน  งานเผยแพร่ความรู้ที่เราทำ ณ วันนี้ ไม่เหมือนความรู้อื่น ๆ ที่ผู้เขียนเคยถ่ายทอดมา ผู้เป็นวิทยากรเองก็คือผู้ปฏิบัติคนหนึ่ง เป็นผู้เรียนรู้ดูภายในคนหนึ่ง สิ่งที่ทำก็คือการพัฒนาจิตตนเช่นกัน การทำบุญให้กับวิทยากรก็คือการทำบุญกับครู และหากวิทยากรจะทำบุญต่อก็จะทำให้ผู้แลกเปลี่ยนเรียนรู้ได้บุญเป็นสองเท่าเช่นกัน เพราะเงินที่ท่านทำบุญมาผู้เขียนก็ได้ทำบุญกับนาธรรม บ้านแพรกต่อค่ะ

 

                            ขออนุโมทนาบุญสำหรับกุศลที่สร้างร่วมกันด้วยค่ะ