ทางที่ถูก ต้อง empower ครูที่ตั้งใจสอน เอาใจใส่นักเรียน ให้รวมตัวกัน ตั้งวง ลปรร. เทคนิค เคล็ดลับ การออกแบบการเรียนรู้ การทำหน้าที่ learning facilitator / coach ของการเรียนรู้ในแนว 21st Century Learning เพื่อให้นักเรียนเกิด 21st Century Skills รวมทั้ง ลปรร. วิธีวัดผลความก้าวหน้าของนักเรียน สำหรับนำมาใช้ดูแลหนุนนักเรียนเป็นรายคน


          ผมอ่านข่าว นสพ. ที่ประโคมว่า ครม. นัดสุดท้ายอนุมัติงบประมาณโครงการด้านการปฏิรูปการศึกษาอีกเกือบ ๔ แสนล้านด้วยความเศร้าใจ   เพราะทั้งหมดนั้น จะเอามาบำเรอกิจการส่วนกลางของกระทรวงศึกษาธิการ   แทนที่จะไปถึงผลสัมฤทธิ์ด้านการเรียนรู้ของนักเรียน

  

          การปฏิรูปการศึกษาที่เดินถูกทางต้องทำให้กระทรวงศึกษาธิการเล็กลง   กระจายอำนาจ กระจายเงิน ไปให้ส่วนโรงเรียน ส่วนพื้นที่ สร้างนวัตกรรมการเรียนรู้ด้วยตนเองมากขึ้น   แต่แนวทางที่วางไว้สวนทางกับแนวนี้โดยสิ้นเชิง

 

          ยิ่งมีเงินงบประมาณมาก การศึกษาก็ยิ่งตกอยู่ใต้อำนาจของกระทรวงส่วนกลางมากขึ้น   กระทรวงศึกษาฯ ส่วนกลางก็ยิ่งขยายตำแหน่งมากขึ้น มีคนตำแหน่งสูงมากขึ้น   นี่คือการเดินผิดทาง

 

          เงินที่เพิ่มขึ้น ส่วนใหญ่ใช้หนุน “นโยบาย” หรือโครงการ ที่จะสร้างผลงาน ให้แก่นักการเมือง และผู้บริหาร   ภายใต้ความตั้งใจดี ที่จะทำให้คุณภาพของการศึกษาดีขึ้น   แต่ผมทำนายว่า ผลจะไปในทางตรงกันข้าม   เพราะที่ทำนั้น เป็นการเดินผิดทาง

 

          ทางที่ถูก ต้อง empower ครูที่ตั้งใจสอน เอาใจใส่นักเรียน   ให้รวมตัวกัน ตั้งวง ลปรร. เทคนิค เคล็ดลับ การออกแบบการเรียนรู้ การทำหน้าที่ learning facilitator / coach ของการเรียนรู้ในแนว 21st Century Learning   เพื่อให้นักเรียนเกิด 21st Century Skills   รวมทั้ง ลปรร. วิธีวัดผลความก้าวหน้าของนักเรียน   สำหรับนำมาใช้ดูแลหนุนนักเรียนเป็นรายคน 

 

          คุณภาพการศึกษาไทยจะกระเตื้องขึ้นได้ ต้องหาทางหนุนให้ครูที่เอาใจใส่นักเรียน  “ครูเพื่อศิษย์” ได้เป็นพระเอกนางเอก   ไม่ใช่ รมต. เป็นพระเอก ขึ้นคัทเอ๊าท์ ด้วยเงินภาษีราษฎร ทั่วเมืองอย่างในปัจจุบัน   ครูเพื่อศิษย์ ที่มีวิธีสร้างแรงบันดาลใจในชีวิต และในการเรียนรู้ ให้แก่ศิษย์ อย่างได้ผลเป็นที่ประจักษ์  ควรได้ขึ้นคัทเอ๊าท์ มากกว่า   เพื่อเผยแพร่วิธีการทำหน้าที่ “ครูเพื่อศิษย์” อย่างได้ผล

 

          เราต้องการการจัดการ ณ จุดที่สัมผัสนักเรียน   ณ จุดที่จะทำให้ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนรู้ของนักเรียน ขยับขึ้น   ไม่ใช่ ณ จุดของการโอ้อวดนโยบาย โอ้อวดความสามารถในการดึงงบประมาณ   เราควรอวดผลงานที่ตัวผู้เรียน ไม่ใช่ผลงานที่เงินงบประมาณและคำพูดนโยบายสวยหรู

 

 

วิจารณ์ พานิช
๕ พ.ค. ๕๔