..แม่ไม่ได้ถามหรอกค่ะว่า..เขาเขียนให้ใคร แต่แน่ใจว่าเขายังเด็กเกินไปที่จะมีความรักแบบคู่จริงจัง แม่ขอตีความว่า..เป็นความรักที่มีต่อพ่อ ซึ่งพลัดพรากจากตายไปตั้งแต่เขา ๓ เดือน เป็นเรื่องที่แม่..ปลื้มมากๆค่ะ..

บันทึกของลูก ๔ "บทกวีความรัก"
..
..
ดอกไม้แห่งการพลัดพรากบนโลกใบนี้
เมื่อได้สัมผัสกลิ่นนั้นของเจ้า
มันยังคงตราตรึงใจข้ามิเสื่อมคลาย
ใยสายลมต้องพรากเจ้าไปแสนไกล
ดอกไม้แห่งการพลัดพราก
..
..
..
"Aom"
8/04/2011
(ปรับแต่งจาก "บทกวีของริลเค")
..
เป็นอีกหนึ่ง "บทกวี" ที่ลูกแต่งพร้อมเขียนภาพประกอบ
เสียดายที่ยังไม่พร้อมที่จะสแกนของจริงที่ลูกเขียน
แม่เลยพิมพ์ตามที่เขาเขียนไว้เป๊ะๆเลยค่ะ
ส่วนที่ใส่รูป "บัตรประจำตัวอาจารย์"ไว้ด้านบน
เป็นรูปของ "คุณพ่อ" ของลูกออมนั่นเอง
ลูกบอกว่าได้แรงบันดาลใจจากพ่อ
ทั้งที่พ่อของเขาจากไปตั้งแต่เขาอายุแค่ ๓ เดือน
แสดงว่าสิ่งที่แม่ปลูกฝังให้รักพ่อของเขา
รวมทั้งการที่ญาติทางพ่อติดต่อส่งรูปส่งของมาประจำ
ช่วยให้ลูกรู้สึกดี แม้พ่อจะไม่ได้อยู่กับเขาเลยก็ตาม
..
แม่ไม่ได้ถามเขาหรอกค่ะว่า..เขาเขียนให้ใคร
แต่แน่ใจว่าเขายังเด็กเกินไปที่จะมีความรักแบบคู่จริงจัง
แม่ขอตีความว่า..เป็นความรักที่มีต่อพ่อ
ซึ่งพลัดพรากจากตายไปตั้งแต่เขา ๓ เดือน
เป็นเรื่องที่แม่..แอบปลื้มมากๆค่ะ
..
แถมท้าย..หลังจากถามลูกตอนเย็นกลับจากโรงเรียนแล้ว
เย็นวันจันทร์ที่ ๓๐ พฤษภา ๒๕๕๔
ลูกตอบว่า..แต่งให้ทั้งครอบครัวคือ..คุณพ่อ คุณยาย คุณตา
ซึ่งจากลูกออมไป ๓ ท่าน ภายในเวลา ๖ ปี
แต่งเลียนแบบของริลเคเลยค่ะ
เปลี่ยนแปลงเล็กน้อยเพราะเขายังเด็กนั่นเอง
แต่แม่ปลื้ม..ตรงที่เขาบอกความรู้สึกต่อคนในครอบครัวที่จากไปแล้ว
แม้จะไม่ได้ฟังพ่อพูด..แต่จินตนาการของลูกนั้น..พ่อพูดอยู่ในใจลูกเสมอ
..และ..พ่ออยู่ในตัวลูกออม..เสมอค่ะ..
ชื่นชมในความละเมียดละไมของน้องออมมาก ^^
พ่อต้อมก็เสียไปเมื่อประมาณสิบปีที่แล้ว แต่..ต้อมก็ไม่ได้รู้สึกว่าพ่อไปไหน พ่อก็ยังอยู่ "ในใจ" เสมอ และต้อมเคยเขียนบันทึกจดหมายถึงพ่อ ด้วย อยากบอกพ่อ..แต่สายไปแล้ว
ค.ห.๑ คุณเนปาลี
สวัสดีค่ะน้องต้อม
ขอบคุณที่ชมน้องออมค่ะ..เดี๋ยวไปรับเขาที่รร.จะบอกเขาด้วยค่ะ
คุณพ่อน้องต้อมจากไปนานแล้ว ของพี่ก็ ๕ ปีแล้ว
เราเข้าใจความรู้สึกของน้องออมนะคะ
น้องออมก็มีจินตนาการถึงพ่อของเขาเสมอ ทั้งคำพูดและบทกวีที่เขาแต่ง บันทึกสั้นๆที่เขาเขียน
น้องออมเป็นเด็กที่มีจินตนาการมากเลย ในบันทึกไหนนะ (ต้อมสมองไม่ค่อยดี จำอะไรไม่ค่อยได้ ทั้งที่อ่านมาเมื่อวานนี้เอง) ต้อมเห็นน้องออมวาดรูปหนู น่ารักจังค่ะ น้องเก่งจังเลยนะคะ วาดออกมาแนวน่ารัก ปกติจะเห็นเด็กผู้ชายวาดออกแนวบู๊เสียส่วนใหญ่
ค.ห.๒ คุณเนปาลี
น้องต้อม..ขอบคุณค่ะ..อ่านเยอะๆ ก็ต้องลืมกันบ้าง
น้องออมเลี้ยงหนูแฮมสเตอร์ค่ะ ชอบวาดรูปแนวคิกขุแบบที่เห็น
..
ขอบคุณน้องต้อมที่เข้ามาคุยบ่อยๆ หลายปีมาแล้วอยู่กับลูกตลอด
เพื่อนเก่าห่างหาย เราก็เข้าใจนะคะว่าไกล
แต่แค่เราโทรคุย..แชร์กันบ้าง..ถึงเขาจะพูดว่าเขาสนิทกับคนนี้
เราก็ไม่ได้หมายความว่า..เราต้องเอาเขาให้ได้ พี่แปลกใจว่า..เขาคิดอะไร
พี่สงสัยว่า..การที่มีคนบางคน..เข้า..แต่เราไม่ให้..ไม่ใช่ว่าเพราะเขาไม่ใช่อาจารย์
แต่เพราะเขา..ไม่ใช่..เขาเป็นคนของผู้ชายใหญ่ๆ ที่ใช้เข้ามา..ไม่ใช่เรื่องของเขามาเลือก
พี่ไม่สนใจ..ไม่เจ็บเหมือนคนที่เข้า..อยู่..เพื่อมาหาประโยชน์..ที่จริงเป็นอาจารย์ก็มีค่ะ
..
ที่สุดแล้ว..คนเราก็ต้องอยู่กับตัวเอง..แม้แต่ลูก..เมื่อเขาโตเขาก็ต้องไปตามทางชีวิต
อยู่กับเราน้อยลง พี่มีเพื่อนเป็นแม่บ้าน ดูแล้วพอๆกับคนที่เขายัดเยียดให้มา
ที่เราคบได้ก็เพราะว่า..เขาใช่..และเขาก็คบเราบ้าง..ไม่ได้สนิท ๑๐๐ เปอร์เซนต์
นี่เป็นอีกสาเหตุที่ต้องเข้าวัดพึ่งพระธรรม เพราะเรื่องเพื่อนเก่าด้วย นอกเหนือจากเรื่องลูกที่เป็นหลักๆ
จริงๆเมื่อพี่ไปทำงานที่ไหน พี่ก็เมคเฟรนด์ได้ตามสมควร เช่นเดียวกับในเวบ
แต่เรนาเรียนรู้ว่า..พออายุมากขึ้น..ก็สนิทยากขึ้น..คบกันกลางๆเท่านั้นค่ะ พีสงสัยว่าทำไมเพื่อนเก่าบางคนไม่เข้าใจ
ในโลกไซเบอร์ หรือกระทั่งโลกความจริงที่เราใช้ชีวิตอยู่..จะว่าไป ต้อมก็ว่าไม่ต่างกันนะคะ ต้อมจำได้ว่าครั้งแรกนั้นต้อมไม่เชื่อว่าสัมพันธภาพจากโลกไซเบอร์จะมีจริงด้วยซ้ำไป ก็ขนาดในชีวิตจริง..ยังไม่เวิร์คเลย พอได้ทำความรู้จักกับผู้คนในไซเบอร์ก็กล้าๆ กลัวๆ แต่ด้วยที่ได้รู้จักพี่ๆ กลุ่มแรกนั้นโอเคมากๆ ก็เลยย่ามใจ จึงได้มีการทำความรู้จักกับคนใหม่ๆ อีกตามวาระ ตามโอกาส
แล้ววันหนึ่งเหมือนโลกสีสดสวยได้แปรเปลี่ยนไป ความรู้สึกดีๆ ได้กลายเป็นอะไรที่ตรงกันข้าม คนที่ต้อมเคยคิดว่าดี หรือไว้วางใจได้ กลับไม่ได้เป็นอย่างที่เราคาดคิด หรือคิดว่าต้องเป้นแบบนั้น ยอมรับว่า "คาดหวัง" เพราะไม่เคยคิดทำร้ายใคร ก็เลยไม่นึกว่าในวันหนึ่งเราจะกลายมาเป็นคนที่ประสบกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในโลกไซเบอร์บ้าง เลยเฟดตัวเองออกจากนั้นพอประมาณ ต้องเรียก "สติ" กลับคืนมา และ....เข้มแข็งให้มากๆ เพื่อที่ตัวเองจะได้ไม่อ่อนแอ
ต้อมเข้ามาที่บล็อกการเรียนรู้แห่งนี้ด้วยบังเอิญ เฝ้าดูตั้งนานกว่าจะ "กล้า" ที่จะก้าวเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งเล็กๆ ในนี้ ได้รู้จักผู้คนที่ส่วนใหญ่ก็น่ารัก มีมิตรไมตรีที่ดีต่อกัน กับหลายๆ คนรู้สึกดีๆ เสมือนมีญาติเพิ่ม ได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้เรื่องราวน่าสนใจมากมาย
บทเรียนที่ผ่านมากับคนในโลกไซเบอร์ (หรือแม้กระทั่งในโลกแห่งความจริงที่เราได้เจอตัวกันเป็นๆ) สอนให้ต้อมได้เรียนรู้ว่า.. "เพื่อน" นั้น เราเลือกได้ค่ะ ^^
ต้อมไม่ค่อยมีเพื่อน ไม่รู้ว่า "เพื่อน" ในความหมายของคนอื่นเป็นอย่างไร ถ้าหมายถึงคนที่วัยพอๆ กัน ต้อมไม่สามารถระบุจำนวนได้ เพราะน้อยมากๆ เพื่อนๆ ที่ต้อมพูดคุยด้วยคือพี่ๆ บล็อกเกอร์ในนี้น่ะค่ะ และต้อมก็เชื่อว่าเราสามารถ protect ตัวเองได้จากผู้คนที่ไม่พึงประสงค์
ว่างๆ นำผลงานน้องออมมาลงให้ชมอีกนะคะ ^^
ค.ห.๓ คุณเนปาลี
น้องต้อมมีประสบการณ์คล้ายพี่ในเรื่องสังคมบนโลกไซเบอร์จริงๆค่ะ
คงเพราะเราตรง..เราจริง..เราซื่อ..เราไม่ได้หลอกอย่างที่เขาเป็นกัน
ก็รู้สึก..ช็อคเหมือนกัน..เพราะไม่ใช่แค่คนในเวบ..เพื่อนร่วมงาน..เพื่อนเก่า
คิดว่า..พี่จะมาทำอะไรในเวบ..ซึ่งไม่ใช่พี่..พี่แค่อยากเขียนหนังสือเวลาว่าง
พี่ระวังเรื่องการคบคนเพราะ..พี่แก่แล้ว..มีลูก..และด้วยนิสัยที่เป็น
พี่ไม่ต้องการคบใครแบบฉาบฉวย..หลอกๆ..อย่างที่เขาเป็นกัน..
การเข้าไปอ่านไปเมนท์บล็อกใคร..ก็เมนท์ตอบตามความรู้สึกจริงๆ
พี่ยังสงสัยว่าญาติ..และเพื่อนเก่า..มีส่วนที่อยู่เบื้องหลัง"อคติ"ทั้งในเวบและสังคมเผชิญหน้า
พี่เคยสู้แบบ..แรงๆ..เลยโดนล็อคบล็อก..ก็เลยมองเห็นสัจจธรรมว่า..
พูดความจริง..ผิดที่ผิดทาง..เขาไม่ชอบเรา..
พอมาเข้าโกทูโน..ก็ระวังเพราะมีบทเรียนมาแล้ว..แต่ก็ยังไม่พบปัญหาแบบเดิมค่ะ
อาจเป็นเพราะเป็นสังคมครู ข้าราชการ ส่วนใหญ่..สำหรับพี่..รู้สึกดีกว่าเวบเก่าๆมากค่ะ
..
เรื่องของน้องออม..จะมีมาเรื่อยๆค่ะ
จริงๆยังมีบทกวีแบบเด็กๆของเขาอีก ๒-๓ บท จะทยอยลงค่ะ
ตอนนี้เลิกแต่ง..ไปสนใจอย่างอื่นอีกแล้วค่ะ
มาคอยดูกันว่า..ออมจะไปทางไหนอีก..จนกว่าจะพบ"ตัวเอง" จริงๆค่ะ
..
ขอบคุณน้องต้อม..ที่มาแชร์ความรู้สึกได้อย่าง..งดงามจริงๆค่ะ..
สวัสดีค่ะคุณกลมาตา
สวัสดีค่ะอาจารย์กุลมาตา
แวะเข้ามาอ่านบทกวีสั้นๆแต่มีความหมายมากมาย ประทับใจนะคะ..
อาจารย์สบายดีมั้ย...ขอส่งกำลังใจนะคะ...
Memorial Day เมื่อวานนี้เองค่ะ..
คิดถึงนะคะ