(ปฐมบทแห่งการสร้างบ้านแปลงเมือง)

ที่นี่เมืองบางขลังจุดกำเนิดประเทศไทย

(ปฐมบทแห่งการสร้างบ้านแปลงเมือง)

-----------------------------------------------------

...โบราณสถานนับเป็นเกียรติของชาติ  อิฐเก่าๆ  แผ่นเดียวมีค่าควรที่เราจะรักษาไว้ ถ้าขาดสุโขทัย  อยุธยา  และกรุงเทพฯ  แล้ว  ประเทศไทยก็ไม่มีความหมาย...

(พระบรมราโชวาทพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว  รัชกาลที่ ๙)

 

          เมื่อเอ่ยชื่อถึง สุโขทัยธานี อาณาจักรอันยิ่งใหญ่ระบือนาม น้อยคนนักที่จะไม่รู้จัก เพราะประวัติศาสตร์ชาติไทยได้นำเสนอถึงความรุ่งโรจน์ ความเรืองรองแห่งยุคสมัยภายใต้กษัตริย์ที่เก่งกล้าสามารถ  อันจะร่วมไปถึงเมืองศรีสัชนาลัย  ทำให้ชนชาติไทยตระหนักและรับทราบถึงเมืองเหล่านี้และเมืองอื่นๆ ตามลำดับ

          เมื่อกล่าวถึง เมืองบางขลัง ตำบลเล็กๆ ตำบลหนึ่งที่ซ่อนตัวอยู่ในพื้นที่อำเภอสวรรคโลก จังหวัดสุโขทัย  น้อยคนนักที่จะรู้จัก รู้ถึงประวัติความเป็นมาของเมืองโบราณแห่งนี้   เมืองที่ถือกำเนิดขึ้นมาร่วมสมัยกับเมืองเก่าสุโขทัย  เมืองเก่าศรีสัชนาลัย  เมืองที่ปรากฏอยู่ในหน้าประวัติศาสตร์อย่างกระท่อนกระแท่นแต่ก็ทรงไว้ซึ่งความสำคัญ  เนื่องด้วยว่า

        ๑. เกิดร่วมสมัยกับเมืองเก่าสุโขทัย และเมืองเก่าศรีสัชนาลัย(เป็นเมืองในประวัติศาสตร์)  ปรากฏหลักฐานอยู่ในศิลาจารึก  หลักที่ ๒  วัดศรีชุม “...พ่อขุนบางกลางหาวได้เมืองศรีเสชนาไล...พ่อขุนผาเมืองเจ้าเมืองราดเอาพลมาตบกันที่บางขลง ได้เวนบางขลงแก่พ่อขุนผาเมือง...สรุปได้ว่า  พ่อขุนบางกลางหาวและพ่อขุนผาเมืองยกทัพมารวมพลกันที่เมืองบางขลัง ฝึกกำลังพลและเกณฑ์นักรบเมืองบางขลังเข้าตีเมืองสุโขทัยคืนมาจากขอมสบาดโขลญลำพง  แล้วสถาปนาพ่อขุนบางกลางหาวเป็นพ่อขุนศรีอินทราทิตย์ ปฐมกษัตริย์แห่งราชวงศ์พระร่วงแห่งกรุงสุโขทัย 

         ๒. มีคุณค่าทางประวัติศาสตร์โบราณคดี  ศิลาจารึกหลักที่ ๒ วัดศรีชุม ด้านที่ ๒ บรรทัดที่ ๘ สรุปว่า สมเด็จพระศรีศรัทธาราชจุฬามุนีฯ พระราชนัดดาของพ่อขุนผาเมือง เสด็จออกบวชแล้วจาริกแสวงบุญไปยังปูชนียสถานต่าง ๆ โดยเริ่มต้นจากเมืองสุโขทัย ไปเมืองบางขลัง แล้วถึงเมืองศรีสัชนาลัย บนเส้นทางที่โบราณเชื่อกันว่าเป็น “ถนนพระร่วง” หรือ “ถ่อปู่พญาร่วง”

         ๓. มีแหล่งโบราณสถาน   ซึ่งกรมศิลปากรได้ขึ้นทะเบียนให้เป็นโบราณสถานของชาติ  ๒  แห่ง  ได้แต่โบราณสถานวัดโบสถ์ ต.เมืองบางขลัง  และโบราณสถานวัดใหญ่ชัยมงคล  ต.บ้านใหม่ชัยมงคล          

         ๔. มีแหล่งตัดศิลาแลง  ทำให้สามารถอธิบายได้ถึงแหล่งที่มาของศิลาแลงในยุคสมัยสุโขทัย

         ๕. มีโบราณวัตถุ    มีโบราณวัตถุที่สำคัญและสวยงาม  เช่น พระพุทธรูปสามพี่น้อง พระเครื่อง ถ้วย  ชาม  ไห  ภาชนะดินเผา  เต้าปูนสำริด  ไหบรรจุกระดูก  ฯลฯ  จากหลักฐานพระราชนิพนธ์ เรื่อง เที่ยวเมืองพระร่วง ของ ร.๖ ประกอบการสืบค้นทำให้ทราบว่า  ภายในฆลฑปวัดโบสถ์มีพระพุทธรูปสำริด ๓ องค์ (ปางมารวิชัย) และพระร่วงนำทาง ๑ องค์(ปางประทานอภัย) ประดิษฐานอยู่ซึ่งมีอายุกว่า ๗๐๐ ปี กรมศิลปากรได้ประกาศขึ้นทะเบียนเป็นสมบัติของชาติ เมื่อวันที่ ๑๘ พฤศจิกายน ๒๕๓๐  เล่มที่ ๑๐๔ ตอนที่ ๒๓๕ หมายเหตุ น ๓

        ๖. พระเครื่องเมืองบางขลัง ชื่อเสียงความลี้ลับมหัศจรรย์ของ “เมืองบางขลัง” เป็นที่โจษขานกันมาแต่อดีต ตั้งแต่เริ่มมีคนค้นพบพระเครื่องโดยบังเอิญในถ้ำร้างกลางป่าดงดิบในเขตเมืองบางขลัง ต่อมาได้ประจักษ์ถึงพลังแห่งความลี้ลับนี้ ที่ช่วยให้ผู้พกพาประสบความแคล้วคลาดปลอดภัยแก่ภัยพิบัติต่าง ๆ  เป็นที่ปรารถนาของหมู่นักเลงในสมัยนั้น  และได้รับความนิยมมาจนถึงปัจจุบัน

        ๗.มีการนำพระธาตุใต้กอดอกเข็มเมืองบางขลังไปบรรจุยังพระธาตุดอยสุเทพ       ประวัติศาสตร์นิพนธ์ล้านนาประกอบไปด้วยหนังสือชินกาลมาลีปกรณ์     ตำนานมูลศาสนา ตำนานวัดพระธาตตุดอยสุเทพ ตำนานวัดบุปผาราม (วัดสวนดอก) และพงศาวดารโยนก ต่างบันทึกถึงประวัติการค้นพบพระธาตุใต้กอดอกเข็มบริเวณเมืองบางขลัง และพระมหาสุมนเถรภิกษุชาวมลฑลเชลียง นำพระธาตุจากเมืองบางขลังไปถวายพระเจ้ากือนากษัตริย์แห่งมลฑลล้านนา เมื่อปี พ.ศ. ๑๙๑๓ เกิดเหตุอัศจรรย์เมื่อพระธาตุแบ่งออกเป็น ๒ ส่วน  ส่วนหนึ่งบรรจุไว้ที่วัดสวนดอก     อีกส่วนหนึ่งพระเจ้ากือนาทรงสร้างสถูปบรรจุไว้ไว้บนยอดดอยสุเทพ  จังหวัดเชียงใหม่

       ๘. มีเชื้อพระวงศ์ได้ทรงเสด็จพระราชดำเนินทอดพระเนตรรอยอารยธรรมชุมชนโบราณเมืองบางขลัง ๓  พระองค์    

      - วันที่ ๑ กุมภาพันธ์ ๒๔๕๐ รัชกาลที่ ๖ ครั้งดำรงพระยศเป็นสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช ได้เสด็จประพาสเมืองบางขลังตามเส้นทางถนนพระร่วง  มีรายละเอียดปรากฏอยู่ในหนังสือที่ทรงพระราชนิพนธ์ “เที่ยวเมืองพระร่วง” ถือว่าเป็นวรรณกรรมของการท่องเที่ยวที่สมบูรณ์แบบเล่มแรกของไทย

      - ๑๓ กุมภาพันธ์  ๒๕๔๐  สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอเจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนาฯ  

      - ๒๙ มิถุนายน ๒๕๕๐  สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี 

            ๙. คณะกรรมการสมาคมประวัติศาสตร์ในพระราชูปถัมภ์สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ

นำโดย  ศ.ดร.ประเสริฐ  ณ นคร  ผู้เชี่ยวชาญประวัติศาสตร์ชาติไทย, ท่านผู้หญิงวรุณยุพา  สนิทวงศ์ ณ อยุธยา, คุณหญิงคณิตา  เลขะกุล, รศ.วุฒิชัย  มูลศิลป์, อ.จุลทัศน์  พยาฆรานนท์, คุณณัฐภัทร  จันทวิช ร่วมงานวันอนุรักษ์มรดกไทย ร่วมถวายพระพรวันคล้ายวันพระราชสมภพสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ ร่วมเสวนาประวัติศาสตร์และร่วมสัมมนาจัดทำหลักสูตรท้องถิ่นเมืองบางขลัง   เมื่อวันที่  ๑-๓ เมษายน

๒๕๕๑

          ๑๐. บุคคลสำคัญ ผู้ใหญ่ใจดี ผู้มีชื่อเสียงหลายท่านให้ความเมตตามาเยี่ยมเยือน      เช่น  หม่อนเจ้าหญิงอุทัยกัญญาภาณุพันธ์, คุณหญิงไขศรี  ศรีอรุณ, ร้อยโท ดร.สุวิทย์-คุณหญิงทรงสุดา  ยอดมณี, นายแพทย์ปราเสริฐ – อ.วัลลีย์  ปราสาททองโอสถ  เจ้าของสายการบินบางกอกแอร์เวย์, คุณปราไพ  ปราสาททองโอสถ, นาวาเอกอาวุธ  เงินชูกลิ่น อดีตอธิบดีกรมศิลปากร (ผู้สร้างพระเมรุสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอฯ)  คุณลุงประจวบ  คำบุญรัตน์ อดีตผู้ตรวจราชการกระทรวงศึกษาธิการ, คุณขรรค์ชัย  บุนปาน ประธานกรรมการบริษัท มติชน, ดร.โสมสุดา  ลียะวนิชย์ รองอธิบดีกรมศิลปากร, คุณสด  แดงเอียด  อธิบดีกรมศาสนา, คุณธราพงษ์  ศรีสุชาติ ผู้อำนวยการกองโบราณคดี กรมศิลปากร, คุณธีรภาพ  โลหิตกุล  นักเขียนสารคดีชั้นแนวหน้าของเมืองไทย, คุณคำรณ  หว่างหวังศรี (ช่อง ๗), กวีซีไรต์โชคชัย  บัณฑิต’ ปี ๒๕๔๔, คุณดวงใจ  ดำรงสุทธิพงศ์ สโมสรเทพศรีกวีศิลป์, อ.ญาณี- รศ.กษภรณ์  ตราโมทย์, รศ.ดร.มังกร  ทองสุขดี  ประธานสภาวัฒนธรรมจังหวัดสุโขทัย, รศ.ดร.จิราภรณ์  สถาปนะวรรธนะ ภาควิชาประวัติศาสตร์  คณะสังคมศาสตร์ ม.นเรศวร, รศ.เสนอ  นิลเดช  ม.ศิลปากร, พลเอกเอกชัย  ศรีวิลาศ, คุณสยาม  เจริญอินทร์พรหม นิตยสารผู้นำท้องถิ่น, ฯพณฯ พรรณสิริ  กุลนาถศิริ  รมช.กระทรวงสาธารณสุข, ลลนา  ก้องธรนินท์  น.ส.ไทย ปี ๒๕๔๙, สมคิด  บัวเพ็ง  อดีตอธิบดีกรมทรัพยากรน้ำ ฯลฯ   

          ๑๑. ได้มีการเสวนาประวัติศาสตร์เมืองบางขลัง ๔ ครั้ง   

ครั้งที่ ๑ เมื่อวันที่ ๒-๓ เมษายน  ๒๕๓๙  ได้จัดงานเสวนาประวัติศาสตร์ขึ้นเป็นครั้งที่แรก  ณ  วัดใหญ่ชัยมงคล   อ.ทุ่งเสลี่ยม  จ.สุโขทัย

ครั้งที่ ๒ วันที่ ๒๗-๒๘ ตุลาคม  ๒๕๔๙  ได้จัดงานเสวนาประวัติศาสตร์ใส่บาตรบวชพระสามัคคีขึ้นเป็นครั้งที่สอง  ณ  วัดโบสถ์  ตำบลเมืองบางขลัง  อ.สวรรคโลก  จ.สุโขทัย 

ครั้งที่ ๓  วันที่  ๑-๒ เมษายน ๒๕๕๐  บริษัทการบินกรุงเทพ จำกัดและบริษัทมติชน จำกัด ได้

ร่วมกันจัดทอดผ้าป่าสามัคคี จัดพิธีถวายพระพรพระบาทสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาและเสวนาประวัติศาสตร์ใส่บาตรบวชพระสามัคคีขึ้นเป็นครั้งที่สาม ณ  วัดโบสถ์  ตำบลเมืองบางขลัง 

ครั้งที่ ๔  วันที่  ๒  เมษายน ๒๕๕๓  อบต.เมืองบางขลังร่วมกับประชาสัมพันธ์จังหวัดสุโขทัย  จัดเสวนาตามรอยเสด็จพระราชดำเนินและประวัติศาสตร์เมืองบางขลัง-วังหาด ในวันอนุรักษ์มรดกไทย  ณ โบราณสถานวัดโบสถ์  ตำบลเมืองบางขลัง 

จากการเสวนาประวัติศาสตร์ทั้ง ๔ ครั้ง  สรุปได้ว่า

         ไม่มีเมืองบางขลัง              ไม่มีพระธาตุดอยสุเทพ      

         ไม่มีเมืองบางขลัง  ไม่มีกรุงสุโขทัย  กรุงศรีอยุธยา  กรุงรัตนโกสินทร์

 และ  ไม่มีเมืองบางขลัง              ไม่มีประเทศไทย

          คุณขรรค์ชัย  บุนปาน  ประธานกรรมการบริษัทมติชนจำกัด  ได้มาเยือนเมืองบางขลังและได้เขียนถึงเมืองบางขลังในมติชนสุดสัปดาห์ ประจำวันที่ ๒๔-๓๐ พฤศจิกายน ๒๕๔๙  ฉบับที่ ๑๓๗๑  ไว้ว่า ...จะบูรณะปฏิรูป ปฏิสังขรณ์สุโขทัย  ศรีสัชนาลัยให้คืนฟื้นมาแค่ไหน  เมืองบางขลังก็ควรติดตามมาด้วย  ให้เหมือนต้นคอโดนจมูกหายใจรดนั่นเที่ยวจึงควรแก่การณ์...เมืองบางขลังได้ชื่อว่าความเป็นไทยบนแผ่นดินไทยครั้งแรกที่ไม่ต้องประกาศ...วันนี้ที่เหลือของเมืองบางขลังในรูปนามที่ปรากฏ คือ วัดโบสถ์ วัดใหญ่ หย่อมเจดีย์เรียงราย ถนนพระร่วง และผู้คนท้องถิ่นที่น่าเคารพรัก...ถนนพระร่วง ๑๕๐ กิโลเมตรจากกำแพงเพชร-สุโขทัย-บางขลัง-ศรีสัชนาลัย พื้นผิวไหล่ทางกว้าง ๔๕ เมตร จะเป็นถนนสายดาวดึงส์สู่ดุสิตเป็นแห่งแรกในโลกถ้าได้รับการบูรณะและยินยอมพร้อมใจจากประชาชนขึ้นมา...”

          ได้เขียนถึงเมืองบางขลังเพิ่มเติมในหนังสือมติชนสุดสัปดาห์  ฉบับประจำวันที่ ๑๓-๑๙ กรกฎาคม ๒๕๕๐ ปีที่ ๒๗ ฉบับที่ ๑๔๐๔ หน้า ๑๐๖ ไว้ว่า “...จากนี้ก็เป็นชาวบ้านย่านถิ่นแน่นขนัดทุกพื้นที่    ลุกมาแต่ย่ำรุ่งหัววัน มิได้นัดหมายกันมีใจมั่นอยู่ที่สมเด็จพระเทพฯ พระองค์เดียว  ท่ามกลางพสกนิกรของพระองค์  แดดเร่งแสง, ฝนแรงดุ, พายุเดือด ก็สลับมารับเสด็จฯ สมเด็จพระเทพฯ ของชาวเราด้วย... เมืองบางขลังอยู่เกือบกึ่งกลางระหว่างเมืองสุโขทัยกับเมืองศรีสัชนาลัย  เป็นชุมชนที่ในน้ำมีปลา ในนามีข้าวมาตลอดแม้บางยุคบางสมัยจะไม่ปรากฏเป็นลายลักษณ์อักษรก็ตามอย่างสมัยอยุธยา  เป็นต้น  และไม่ปรากฏความเอาใจใส่ในบางยุคบางคราวจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง  พัฒนาโดยรวมทีใด  สุโขทัยกับศรีสัชนาลัยอยู่ในงบประมาณทุกที  ไม่มีเมืองบางขลัง ไม่มีจนเกือบมองไม่เห็นปัจจุบัน...ถ้า

ศึกษาเมืองบางขลัง มีสุโขทัย ศรีสัชนาลัยเป็นตัวตั้งพร้อมกัน  ศูนย์สุโขทัยศึกษาก็อาจงามในชีวิตจริง ประจักษ์ตาชาวโลก  ไม่ต้องถ่มถึงอุดมคติหรือมายาคติท้วยส์ๆ อันใด  ชาวบ้านและคนในท้องถิ่นพร้อมเรียนรู้ด้วยสำนึกอย่างรู้เท่ารู้ทัน  ไม่พร้อม ไม่ร่วมมือมีเพียง ๒ จุด  รัฐบาลจุดหนึ่ง กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง (ไอ้พวกตัวโตๆ ในกรุงเทพฯ อีกจุดหนึ่ง) สมเด็จพระเทพฯ เสด็จฯ สุโขทัยเที่ยวนี้ รับสั่งพอได้ยินทั่วกันว่า  จะเสด็จฯ สุโขทัยอีก”

           การสืบค้นคุณค่า  ความหมายและความคงอยู่แห่งชุมชนลุ่มน้ำฝากระดานถิ่นนี้  เป็นหน้าที่ร่วมกันของคนไทยทุกคน  การเชื่อมโยงเศษเสี้ยวแห่งองค์ความรู้ที่แต่ละคนมี  ที่แต่ละคนได้ค้นพบนั้นเป็นสิ่งที่ทรงคุณค่ายิ่งต่อการเติมเต็มในส่วนที่ขาดหายไปจากหน้าประวัติศาสตร์และจากการใส่ใจของผู้คน  เป็นการฟื้นชีวิตคืนจิตวิญญาณให้แก่ชุมชนลุ่มน้ำฝากระดาน   ให้ออกมาโลดแล่นอยู่ในหน้าประวัติศาสตร์ชนชาติไทยอีกครั้ง 

           ถึงแม้นว่าจะไม่มีใครมาสนใจ  ใส่ใจหรือกล่าวขานถึงเมืองบางขลัง  เมืองที่ถูกหลงลืมแห่งนี้มากนัก  แต่ทว่าเมืองบางขลังยังคงยืนทะมึนอยู่ในหน้าประวัติศาสตร์  คงอยู่ภายใต้ข้อเท็จจริงที่รอการกล่าวขานถึงในวันพรุ่งนี้และวันต่อๆ ไปภายใต้บริบทของสังคม  เนื่องด้วยว่าชีวิตต้องดำเนินต่อไป 

กอปรกับประวัติศาสตร์ไม่มีวันหมดอายุ  ไม่มีการสิ้นสุดถึงเราจะทราบจุดเริ่มต้นหรือจุดกำเนิดก็ตาม.

ขอขอบพระคุณ...

ก้อนอิฐ...ศิลาแลงทุกก้อน

ที่ยืนหยัดคงทนผ่านกาลเวลาที่สาดชัดกัดกร่อน

โครงกระดูกในไหและดวงวิญญาณบรรพชนทุกดวง

ที่ยังคงเผ้าเวียนวนบอกกล่าวเรื่องราวในอดีตให้คนรุ่นหลัง

ขอขอบพระคุณ

ผู้ใหญ่ในบ้านเมือง  มิ่งมิตรทุกสถาน  ทุกหน่วยงาน

ที่ร่วมถ่ายทอดกลิ่นอายและความหมายแห่งก้อนอิฐศิลาแลง

ลำน้ำฝากระดาน  และชุมชนโบราณเมืองบางขลังแห่งนี้

ขอขอบพระคุณ...

กาลเวลาที่นำพาให้เรามาพบกัน

ได้มาร่วมรังสรรค์ร่วมแรง  สร้างบ้านแปลงเมือง

หวังเป็นอย่างยิ่งว่า  เรา...  จะจับมือมุ่งมั่น “สร้างวันพรุ่งนี้ด้วยกัน”.