เล่าการเที่ยวญี่ปุ่นค้างไว้นาน จนเพื่อนๆที่ร่วมทางไปด้วยกันทวงถามว่าเมื่อไหร่จะเล่าต่อให้จบ ก็ปีหน้าวางแผนจะไปช่วยเศรษฐกิจญี่ปุ่นกันค่ะ วันนี้เลยมาพากันไปต่อ...

จากเมืองทาคายามา (ทริปชมซากุระ) คณะของเรามุ่งหน้าสู่ หมู่บ้านชิราคาวาโกะ (Shirakawa-gō) ผู้เขียนเป็นผู้วางแผนการเดินทางทั้งหมดจึงทำตามใจ ตามฝันตัวเองที่จะเยือน หมู่บ้านชิราคาวาโกะ หมู่บ้านชาวนาแต่ดังก้องโลกสักครั้ง ก็เห็นในสารคดีทีวีบ้าง ในหนังสือท่องเที่ยวบ้าง โดยเฉพาะการเห็นหมู่บ้านในหุบเขาที่มีบ้านหลังคาชัน มีหิมะปกคลุม ราวกับเมืองในเทพนิยาย

冬の合掌造り 明善寺ライトアップ

http://www.shirakawa-go.org/lifeinfo/info/kankou/photo/gallery.html 

แม้ว่าจะไม่ได้มาในหน้าหนาวเพราะลูกทีมสูงวัยกลัวความหนาว ได้เห็นหน้านี้ก็ยังดี ไม่มีใครขัดใจเพราะที่นี่ชื่อเสียงโด่งดัง มีตรา มรดกโลก รับประกันความน่าไปชม

หมู่บ้านนี้ได้รับการขึ้นทะเบียนให้เป็น หมู่บ้านมรดกโลกทางวัฒนธรรม จากองค์การยูเนสโก เมื่อปีค.ศ. 1995 เป็นหมู่บ้านโบราณดั้งเดิมแบบญี่ปุ่นที่หลงเหลืออยู่ในปัจจุบันและมีผู้คนอาศัยอยู่จริง โดดเด่นด้วยสถาปัตยกรรมการก่อสร้างบ้านแบบโรงนาที่เรียกว่า Gassho-zukuri  แปลได้ว่าสร้างให้มีรูปร่างคล้ายคนพนมมือสวดมนต์   

เมื่อหลายปีก่อน การจะไปหมู่บ้านชิราคาวาโกะ จากเมืองทาคายามา ต้องนั่งรถบัสใช้เวลาร่วมสองชั่วโมง แต่ตั้งแต่ปี 2008 เขาตัดถนนหนทางใหม่ ขุดอุโมงค์ลอดเขาหลายช่วง เป็นทางด่วนทำให้ใช้เวลาแป๊บเดียว แค่ ๕๐ นาทีก็ถึงแล้วค่ะ

มีรถบัสเรียก Nohi Bus ขึ้นได้ที่สถานีรถบัส ใกล้ๆ สถานีรถไฟJR เมืองทาคายาม่า วันหนึ่งมีรถหลายเที่ยว เราเลือกที่จะไปตอนสายหน่อย เพื่อใช้เวลาไปชม ตลาดเช้าริมน้ำมิยางาวะก่อน เราซื้อตั๋วเที่ยวเดียว เพราะจะไม่ย้อนกลับทางเดิม ค่ารถเที่ยวเดียวราคา 2400 เยน (ไปกลับ 4300 เยน) นี่ต้องเสียเงินค่ารถบัสเอง เพราะบัตรรถไฟ JR Pass ไม่ครอบคลุมการเดินทางช่วงนี้

เรานั่งรถชมทางเพลิน ชิราคาวาโกะเป็นหมู่บ้านในพื้นที่ห่างไกล อยู่บนที่ราบสูงฮิดะ รถบัสจึงพาเราขึ้นสู่เทือกเขาลูกแล้วลูกเล่า เราตื่นเต้นเมื่อเห็นหิมะเป็นกองๆข้างทางและตามเทือกเขาที่ผ่านก็มีหิมะอยู่ไม่น้อย ท่าทางจะหนาวไม่เบาแม้จะเป็นฤดูใบไม้ผลิ

นี่หิมะนะคะ ไม่ใช่นาเกลือ

รถพาเลี้ยวเข้าสู่ลานจอดรถ ทุกคนลงที่นี่ค่ะ เราเอากระเป๋าฝากไว้ที่ Tourist Information Center แล้วเดินข้ามสะพานแขวน Daei Bashiเพื่อเข้าสู่บริเวณหมู่บ้านมรดกโลกชิราคาวาโกะ

 

 

หมู่บ้านมรดกโลกชิราคาวาโกะ (และบริเวณโกคายาม่าที่อยู่ใกล้กันก็เป็นอีกแห่งที่มีบ้านแบบกัสโช ซุคุริ เช่นกันแต่เข้าถึงยากกว่า เล็กกว่า แต่เงียบสงบเป็นกันเองกว่า ก็น่าไปชม) เป็นหมู่บ้านชาวนาที่ตั้งอยู่ในหุบเขาตามลำน้ำ Sho-gawa ตามแนวสันเขาที่ทอดยาวตั้งแต่เขตจังหวัด Gifu ถึง Toyama

สังเกตภาพบนสุดซ้ายเห็นหัวฉีดดับเพลิงมีท่อสีฟ้า ต้องมีทุกบ้านเขาระวังอัคคีภัยกันอย่างเอาจริงค่ะ

秋の消防一斉放水訓練

http://www.shirakawa-go.org/lifeinfo/info/kankou/photo/gallery.html

บ้านชาวนาโบราณที่มีอายุมากกว่า 250 ปี ช่างน่าทึ่งเหลือเกินหลังคามุงหญ้าหนาเตอะนี้มีรูปทรงหลังคาที่ชันมากคล้ายคนพนมมือยามสวดมนต์ คนญี่ปุ่นโบราณฉลาดจริงๆที่สร้างหลังคารูปทรงนี้เพราะมีความแข็งแรงมากสามารถรับน้ำหนักหิมะในฤดูหนาวที่ตกหนามากในเขตุนี้ได้สบายๆ และพิเศษอีกที่เขาไม่ใช้ตะปูสักตัวในการทำหลังคาชันๆนี้

หญ้าที่มุงหลังคาก็ปลูกเอง แล้วเก็บมาแขวนตากเป็นแถว พึ่งตนเอง พึ่งกันและกันและมีความพอเพียงน่าชื่นชม บ้านหลังคาชันเช่นนี้มีพื้นที่ห้องใต้หลังคาที่กว้างใหญ่ เขาใช้เป็นที่เลี้ยงตัวไหมกันค่ะ

ตอนเราเดินเที่ยวโชคดีได้เห็นบ้านหลังหนึ่งมีคนกำลังช่วยกันซ่อมแซมหลังคา โดยหลังคาแบบนี้มีอายุคงทนใช้งานได้ยาวนานเกิน 40-50 ปี จึงจะมีการเปลี่ยนหญ้าหลังคาครั้งหนึ่ง บ้านหลังใหญ่จะใช้คนมาช่วยกันซ่อม-มุงหลังคาใหม่มากอย่างนี้เลยค่ะ

合掌造り屋根葺替

http://www.shirakawa-go.org/lifeinfo/info/kankou/photo/gallery.html

ส่วนโครงสร้างบ้านส่วนใหญ่ทำจากไม้ ตัวบ้านมีความยาวประมาณ 18 เมตร และมีความกว้าง 10 เมตร โครงสร้างภายในจะเป็นหลายชั้น อาจเป็น 3 หรือ 4 ชั้น มีรายละเอียดพิถีพิถัน และมีลักษณะเฉพาะออกไปตามการใช้งาน

แม้จะเป็นหมู่บ้านโบราณ แต่บ้านแทบทุกหลังได้รับการทำนุบำรุงให้อยู่อาศัยได้จริงๆ มีคนอยู่จริง เราจะเที่ยวไปเดินเข้าบ้านเขาตามอำเภอใจไม่ได้นะคะ  เข้าชมได้บางหลังเฉพาะที่เขาเปิดบริการการเข้าชมเท่านั้น เช่น บ้านวาดะ Wada Houseหลายบ้านเห็นรถจอดอยู่ การมีไฟฟ้าใช้ จึงมีอุปกรณ์อำนวยความสะดวกสบายให้อยู่ได้ไม่เดือดร้อน

บางบ้านเปิดเป็นที่พักแบบมินชูกุ(ทำนองโฮมสเตย์)ให้นักท่องเที่ยวเข้าพักได้ บางบ้านก็เปิดเป็นร้านอาหารที่นี่เขาขึ้นชื่อเรื่องโซบะเส้นเหนียวนุ่มแบบโฮมเมดแท้ๆ เสียดายเราไม่ได้ลอง ยังมีร้านขนม ร้านไอศกรีม ร้านขายของที่ระลึก หัตถกรรมพื้นบ้าน ให้ชมเพลิน หลายบ้านเขาทำเป็นพิพิธภัณฑ์เปิดให้เข้าชมเก็บเงินหลังละ 300 เยน เราเคยเห็นข้างในบ้านชาวนาโบราณที่พิพิธภัณฑ์กลางแจ้งที่เมืองทาคายาม่าแล้วเลยไม่ตื่นเต้นกับการชมในบ้านเท่าไหร่

คนที่นี่ท่าทางจะมีรายได้ดีจากนักท่องเที่ยวที่ไปจากจากทุกมุมโลกไม่ขาดสาย แต่เคยอ่านพบว่าบางบ้านเขาก็ชักจะรำคาญๆอยู่เหมือนกันที่สูญเสียความสงบ ความเป็นส่วนตัวไปพอแรง บางคนถึงกับย้ายไปอยู่ที่อื่น

หนังสือนำเที่ยวบอกว่า ...จุดชมวิวของ ปราสาทโอกิมาชิ (Ogimashi) ได้รับความนิยมมากสำหรับการชมทัศนียภาพของหมู่บ้านชิราคาวาโกะ จะสามารถมองเห็นหมู่บ้าน 59 หลังคาเรือน จุดชมวิวนี้เหมาะมากกับการชมภาพมุมกว้างของหมู่บ้าน ไม่ว่าจะเป็นความเขียวชอุ่มของฤดูใบไม้ผลิ สีน้ำตาลแดงของฤดูใบไม้ร่วง หรือว่าในยามที่มีหิมะตกปกคลุม... แหมจะเห็นวิวเช่นนั้นคงต้องไต่เขาขึ้นไปไม่น้อยสินะคะ  ป้าๆทุกคนเลยไม่กระตือรือล้นนักที่จะหาทางขึ้นไปชม

Ogi Shirakawa02bs3200.jpg

http://en.wikipedia.org/wiki/Historic_Villages_of_Shirakawa-gō_and_Gokayama

ขอเชิญไปชมวิวหมู่บ้านชิราคาวาโกะ ๔ ฤดู ที่เว็บไซท์ทางการนี้ค่ะ น่าทึ่งมาก

http://www.shirakawa-go.org/lifeinfo/info/kankou/photo/gallery.html

เดินชมทัศนียภาพและนั่งพักกันสบายๆราวสามชั่วโมง คุ้มค่าที่ได้มาเยือน เราก็จับรถบัสไม่ย้อนทางเดิม สู่พื้นที่ราบกว่าและอุ่นกว่า 

ไปยัง เมืองคานาซาว่า ซึ่งได้ชื่อว่าเป็น The City of Gold เพราะเขามีชื่อเสียงในการทำทองคำเปลวแผ่นบางเฉียบ งานศิลปพวกต้องปิดทองก็ต้องใช้ทองคำเปลวจากที่นี่ค่ะ รวมทั้ง วัดพลับพลาทอง หรือ วัด Kinkakuji   เมืองเกียวโต ก็งดงามด้วยทองคำเปลวจาก เมืองคานาซาว่า นี่เอง