แมว กับลูกชาย ต้นหนาว

 

     ผมเพิ่งอ่านเรื่องของเพื่อนผู้หนึ่งที่ได้ให้ความช่วยเหลือหญิงชาวกะเหรี่ยงซึ่งป่วยเป็นโรคไตวายระยะสุดท้าย ผ่านบทความนี้ การช่วยเหลือของเธอทำให้ผู้ป่วยซึ่งไม่มีสิทธิรักษาฟรีด้วยไม่มีบัตรทอง ได้ยืดชีวิตออกไปจากการรักษาด้วยการล้างไตทางช่องท้อง โดยที่พยาบาลอุ้มผาง หน่วยงานต้นสังกัดเธอเป็นผู้แบกรับค่าใช้จ่ายทั้งหมดไว้ เพื่อนผมคนนี้คือ “แมว - นนทะวาสี  จินดาทอง” นักสังคมสงเคราะห์ของโรงพยาบาลอุ้มผาง

     แมว  เป็นคนเชียงใหม่โดยกำเนิด หลังเรียนจบแล้วก็ทำงานอยู่ในแวดวง NGO มาตลอด ก่อนที่เธอจะย้ายถิ่นฐานมาปักหลักกับคู่ชีวิตที่อุ้มผางนั้น เธอเป็นทีมเลขาฯ ของครูแดง - เตือนใจ ดีเทศน์ สมาชิกวุฒิสภาของจังหวัดเชียงราย ช่วงนั้นผมมีงานร่วมกับครูแดงบ่อยครั้ง จึงเป็นโอกาสที่ได้พบและร่วมงานกับแมวด้วย

     คู่ชีวิตของแมวคือ ตั้ม ซึ่งก็เป็นเพื่อนผมนั่นแหละ ตั้มเป็น NGOs เดิมทำงานในพื้นที่เขตป่าตะวันตก ต่อมากลับไปอยู่บ้านเกิดที่อุ้มผาง และไม่นานนักแมวก็ตามตั้มไปอยู่ด้วยหลังจากที่ทั้งคู่ตัดสินใจใช้ชีวิตร่วมกัน

     ชีวิตแรกเริ่มที่อุ้มผาง แมวยังคงทำงานพัฒนาในแบบ NGO ที่ถนัด เขียนโครงการรับทุนเล็กๆ น้อยๆ พอให้มีเงินทำงาน นอกจากรับทุนทำงานแล้วแมวจะมีรายได้เป็นกอบเป็นกำในช่วงหน้าท่องเที่ยวอุ้มผาง ด้วยการจำหน่ายสินค้าที่ระลึก แม้จะมิใช่เงินก้อนโตแต่ก็พอจะเป็นค่าใช้จ่ายสำหรับครอบครัวไปได้เกือบทั้งปี ด้วยความเป็นอยู่ที่ค่อนข้างสมถะและเจียมตน

     คราวที่ผมขับรถไปเที่ยวน้ำตกทีลอซูกับเพื่อน ๆ เมื่อเกือบสิบปีก่อน คราวนั้นแมวติดรถผมเข้าอุ้มผางด้วย และช่วยประสานงานให้การเข้าไปเที่ยวน้ำตกทีลอซูในคราวนั้นสะดวกขึ้น

     ผมพบกับแมวที่อุ้มผางเป็นระยะ น่าจะทุกครั้งที่ผมไปอุ้มผาง ซึ่งในช่วงหลายปีก่อนผมเข้าอุ้มผางมากกว่าปีละครั้ง ครั้งหนึ่งที่ผมประทับใจและรักน้ำใจของเพื่อนคนนี้มากคือ การพาผมเข้าหมู่บ้านทีจอชีในคราวหนึ่ง ในช่วงหน้าน้ำหลาก ครั้งนั้นเธอเกือบเอาชีวิตไปทิ้ง

     ภาพเหตุการณ์นั้นยังติดตาตรึงใจผมอยู่จนถึงทุกวันนี้...

     วันนั้น ผมจอดรถปิคอัพคู่ชีพเหนือลำธารที่ตัดขวางทางเข้าหมู่บ้าน ด้วยไม่สามารถนำข้ามไปยังหมู่บ้านได้ ไม่เพียงการไหลเชี่ยวกรากเท่านั้น น้ำจากระดับไม่ถึงหัวเข่าในช่วงเวลาปกติที่รถยนต์สามารถลุยข้ามไปได้ เพิ่มระดับขึ้นมาอยู่ระดับโคนขา      

     ชาวบ้านทำสะพานไม้ไผ่เพื่อใช้สัญจรข้ามไปมาระหว่างสองฝั่ง


สะพานไม้ไผ่ข้ามลำธาร

 

     แมวเดินนำหน้าไปบนสะพานไม้ไผ่นั้น ตามด้วยตั้ม สะพานไม้ไผ่ที่ชาวบ้านทำนั้น มิได้แน่นหนามั่นคงนัก เพียงน้ำลำไผ้ไผ่ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางราว ๔ – ๕ นิ้ว มาวางพาดแล้วใช้เถาวัลย์มัดยึดกันไว้ เพราะความกว้างของลำธาร สะพานไม้ไผ่จึงต้องมีสองช่วง โดยใช้กอไม้ที่ขึ้นอยู่กลางลำธารเป็นจุดเชื่อมต่อ

     แมวเดินต่อไปบนสะพานไม้ไผ่ขณะที่ตั้มยืนรอผมและเพื่อนร่วมทางที่จะเดินตามมา แมวเดินไปได้สักพักก็พลัดหล่นสะพาน ดำผุดดำว่ายศรีษะจมอยู่ใต้สะพานไม้ไผ่ แต่มือยังคงเกาะลำไม้ไผ่ไว้แน่น ตั้มกระโจนลงไปช่วยฉุดร่างของแมวไว้ก่อนที่จะไหลลอยตามน้ำไปหากช้าไปกว่านั้นไม่ถึงเสี้ยวนาที


สภาพแมวหลังขึ้นจากน้ำ

 

     แมวคงจะเสียขวัญมาก หลังจากเข้าที่พัก “ฮีโข่” ซึ่งเป็นผู้นำทางจิตวิญญาณของชาวบ้าน มาทำพิธีเรียกขวัญให้ด้วย ในเย็นวันเดียวกันนั้น


ฮีโข่เรียกขวัญให้แมว...

 

     แม้จะเกิดเหตุระทึกขวัญในคราวนั้น แต่แมวก็ไม่อิดออดที่จะพาผมกลับเข้ามาหมู่บ้านนี้อีก

     เมื่อไม่กีปีมานี้ผมทราบว่าแมวเข้าไปทำงานในโรงพยาบาลอุ้มผาง ในตำแหน่งนักสังคมสงเคราะห์ ผมดีใจมาก ๆ เมื่อรู้ว่าแมวเป็นหนึ่งในทีมงานของโรงพยาบาลอุ้มผางที่ได้รับรางวัลคนค้นคนอวอร์ดเมื่อปีก่อน ผมเห็นรูปของแมวปรากฏในหนังสือคนค้นคนฉบับพิเศษนั้น

     ล่าสุดผมได้รับความช่วยเหลือจากแมว กรณีที่เยาวชนในหมู่บ้านคนหนึ่งถูกกระทำชำเราจากพ่อเลี้ยง คำแนะนำของแมวกำลังจะนำคนเลวคนหนึ่งเข้าไปใช้กรรมในคุกในเร็ววันนี้

     แมวมีลูกชายน่ารักน่าชังคนหนึ่งชื่อ “ต้นหนาว – คีตกาล จินดาทอง” วัยไล่เรี่ยกับ เฌวา ลูกสาวผม

     ผมดีใจอีกครั้งเมื่อเห็นแมวทำหน้าที่ช่วยหญิงชาวบ้านคนหนึ่งให้ได้รับการเยียวยายืดชีวิตออกไป ดังที่ผมเกริ่นไว้ตอนต้น ผมภูมิใจกับเพื่อนคนนี้มาก

          แมวเขียนเรื่องราวของเธออยู่เรื่อย ๆ ช่องทางหนึ่งที่เธอใช้สื่อสารก็คือ GotoKnow นั่นเอง ตามไปเยี่ยมเธอได้ ที่นี่ ครับ

 

.