เช้าวันอาทิตย์นี้ ขับขี่จักรยานยนต์ไปซื้อโจ๊กมารับประทาน ขากลับแวะสนทนาเพื่อนผองน้องพี่  แล้วถือโอกาสประสานด้วยวาจา ขอความร่วมมือช่วยงานทำบุญห้องสมุดประชาชน จ.น่านในวันที่ ๒๔ มิถุนายน ศกนี้

ก่อนแยกย้ายกันไปปฎิบัติภารกิจเพื่อนผองน้องพี่ถามผมว่า  จะแนะนำอย่างไรในการไปใช้สิทธิเลือกตั้ง ส.ส.วันที่ ๓ กรกฏาคม ศกนี้  ได้แนะนำไปว่า เมื่อ ๓ วันที่ผ่านมา แนะนำพี่น้องผองเพื่อนผู้พิการไปว่า  ให้ฟังให้มาก อ่านให้มาก คิดให้มาก

นับแต่นี้เป็นต้นไปจนถึงวันเลือกตั้ง ทุกท่านจะได้พบคนที่ไม่เคยพบเห็นมาก่อน ทุกท่านที่เข้ามาหาท่านจะมาด้วยวิธีการต่าง ๆ กัน  พบที่บ้าน พบที่งาน พบตามพื้นที่สื่อต่าง ๆ  ท่านเล่านั้นกำลังทำหน้าทีอย่างดีที่สุดกันอยู่  เป็นบรรกาศการเลือกตั้ง

เป็นธรรมดาที่มีการเลือกตั้ง หากท่านไม่ได้เป็นอาสาสมัครหาเสียงให้แก่บุคคลหรือพรรคการเมือง  โปรดอย่าไปทุ่มเท  พวกเราเป็นประชาชนมีหน้าที่รับรู้คิดวิเคราะห์ก่อนเข้าคูหา  ที่สำคัญการก่อนหรือหลังเข้าคูหากากบาท  เขาให้ลงคะแนนลับ ไม่ต้องไปโวยวายเที่ยวบอกบ้านเหนือ บ้านใต้ ว่ากากบาทให้เบอร์ไหน หรือกากบาทให้ใคร ย้ำว่า ลงคะแนนลับ คุณไปบอกเขาแล้วมันจะลับได้อย่างไร

ยืนยันว่า นักการเมืองทุกท่านเป็นคนดี  หากไม่ดีเขาคงไม่มีคุณสมบัติเป็นผู้รับการเลือกตั้ง ส่วนข้อที่มีการโจมตีกันไปมานั้น เป็นเรื่องของนักการเมืองที่เข้าใจว่า การโจมตีเป็นหน้าที่  เขากำลังเรียนรู้  อันที่จริงหากเขาทำงานจริงจัง ทำการบ้านมาดี การเอาเรื่องคนอื่นมาพูดควรเป็นเรื่องท้าย ๆ 

สรุปว่า พวกเราเป็นประชาชนในช่วงนีให้ทำตัวเป็นผู้รับฟังที่ดี  ไม่ต้องไปรู้มากว่านักการเมือง ฟังให้มาก คิดให้มาก กากบาทใครพรรคไหนไม่ต้องไปบอกใคร เพราะเขาให้ลงคะแนนลับ  เพื่อนผองน้องพี่ที่ได้รับฟังก่อนหน้าและในเช้าวันนี้พยักหน้า ท่าทางไม่เครียดเหมือนก่อนถาม ผมเข้าใจว่าเขาน่าจะเข้าใจการทำหน้าที่ของประชาชนและนักการเมือง