ธรรมชาติกรุณาดวงจิตที่พิสุทธิ์เสมอ

การลืม เป็นอาการหนึ่ง ที่ธรรมชาติใช้ปกป้องและรักษาดวงจิตของมนุษย์ เพื่อไม่ให้ต้องรับความบอบช้ำเกินไป เว้นเสียแต่ว่าเหตุการณ์เหล่านั้น มันตอกย้ำรุนแรง จนใจบาดเจ็บเกินจะรักษาได้ด้วยการลืม

  ในวัยเด็ก ดวงจิตช่างแจ่มใสได้ง่ายดาย มีเรื่องเศร้าหมองชวนให้น้ำตาไหล ไม่นานก็ยิ้มแป้นได้ในเวลาอันรวดเร็ว เสียงใสๆของคนเจ้าน้ำตา ดูจะทำให้โลกสว่างไสวขึ้นมาทันที เพราะธรรมชาติกรุณาดวงจิตที่พิสุทธิ์เสมอ

  ต่อมา เมื่อเติบโตขึ้น คนเราก็ดัดจริต( ปรุงแต่งจริตผิดธรรมชาติไป) กล่าวคือ อดทนขึ้น กลบเกลื่อนกิริยา ไม่ให้ใครรู้สภาวะที่แท้จริงขณะนั้น การได้ทำบ่อยๆ ก็เท่ากับทำการปรับแต่งธรรมชาติเดิมให้เปลี่ยนไปด้วย เราจึงเริ่มลืมยาก! จดจำในสิ่งที่มากระทบแล้วไม่เคยวาง เก็บทุกกระบวนการ ที่ผ่านเข้าใจเรามา จดจำได้เป็นปีๆ หลายสิบปีก็ยังจำได้ และแปลกกว่านั้น มักจะจำแต่เรื่องที่ทำให้บาดเจ็บมากกว่าเรื่องที่ทำให้หรรษา

  เมื่อพบว่า ยิ่งนานวันเวลาผ่านไป ก็ยิ่งหาหนทางการลืมเลือนเรื่องราวที่ปวดร้าวนั้นได้ยากขึ้นทุกวัน อยากหวนกลับไปสู่วัยเยาว์อีกครั้ง อยากเป็นคนยิ้มง่าย อยากเป็นคนยิ้มทั้งน้ำตา อยากเป็นแบบอย่างที่สร้างความสดใสให้แก่โลกนี้เหมือนเดิม

  การลืมง่ายของเด็ก กับการลืมง่ายของคนผู้ชรานั้นไม่เหมือนกัน เพราะคนโตมักเกิดจากการใช้ชีวิตที่ผิดธรรมชาติ จนดวงจิตบิดเบี้ยวผิดรูป เกินกว่าธรรมชาติจะเยียวยา หรืออาจเกิดจากความเสื่อมของสังขาร ดังนั้น การลืมง่ายของคนต่างวัย จึงมีผลต่อโลกไม่เหมือนกัน ของเด็กเป็นความผ่องใส แต่ของผู้ใหญ่ กับแทรกมาดัวยความเศร้าสร้อย หม่นหมอง

   ไม่มีใคร ทำให้ใครลืมง่าย ลืมยาก นอกจากตัวเราเอง ถ้าวันนี้ ยังเป็นคนที่สมบูรณ์อยู่ ก็ยังสามารถขัดเกลา ดวงจิตให้กลับไปตั้งต้นใหม่ได้เสมอ ลืมๆเสียบ้าง ไม่ได้ทำให้กลายเป็นคนโง่หรือเสียเปรียบอะไร ปล่อยๆไปเสียบ้าง ไม่ต้องกลัวว่าประสบการณ์จะน้อยกว่าใคร

    ลืมง่าย ไม่ใช่ไม่จำ แต่อยากให้ลืมสิ่งที่ทำให้ใจเสียหาย เสียใจ ใจเสีย และเลือกจดจำแต่สิ่งที่จะพาตัวเราไปสู่สันติสุขได้ ทั้งภพนี้และภพหน้าค่ะ

ขอให้มีความสุขกับการคัดเลือกเอาแต่สิ่งที่น่าจดจำนะคะ สวัสดีค่ะ