"วันวิสาขบูชา" ปีนี้ไม่ได้ไปทำบุญตามที่ตั้งใจ  แต่เปลี่ยนเป็นการร่วมถวายทานสลากภัติ อาหาร ปัจจัย ไปกับเพื่อนบ้าน และครูที่โรงเรียน  เพราะมีความจำเป็นที่ต้องจัดการบางอย่าง   ความตั้งใจอีกอย่างว่า "จะไปเวียนเทียนที่พุทธมณฑลและร่วมเททองหล่อพระเกตุพระพุทธนเรศวรมังคลาปุระ"  แต่ขับรถไปสถานที่แล้วคนเยอะมาก ฝนทำท่าจะตกและพิธีจะเริ่มหลังจากเที่ยงคืน  จึงกลับมาไหว้พระที่บ้าน 

 

        กลางวันได้ไปกราบญาติผู้ใหญ่  และขากลับแวะตลาดสดซื้อข้าวสารและผักผลไม้บางอย่าง  ปกติฉันมีจุดอ่อนด้อยในตัวเองคือ "กล้วแม่ค้ามาก" กลัวเขาพูดว่าให้อาย  เพราะเคยมาแล้วเมื่อเดินผ่านหน้าร้านแม่ค้าเรียกซื้อของแต่ฉันบอกว่า "ยังค่ะ รอวันหน้านะคะ  วันนี้ได้ครบแล้ว"  ปรากฏว่าแม่ค้าใส่มาเป็นชุดเลยสรุปความว่า "คนที่ปฏิเสธการซื้อของเป็นสตรอเบอรรี่กันทั้งนั้น

 

         อีกครั้งก็น่างงมาก  เมื่อฉันเดินผ่านหน้าร้านไป แม่ค้าคนหนึ่งก็โวยลั่นตามหลังว่า "แม่เจ้าโว๊ย....เดินผ่านกันไป ผ่านกันมาอยู่ได้ ชักจะเวียนหัว แม่งงง...ไม่ยักจะซื้อกันสักคน วันนี้ขายไม่ได้สักแดงเดียว  โอ๊ะ......"

 

         ทั้งที่ยังจำได้ติดตามติดใจก็คือ สาวสวยคนหนึ่งเดินผ่านหน้าร้านแล้วทำให้สิ่งของที่ห้อยระโยงระยางเกะกะทางเดิน  ร่วงหล่น  เธอกล่าวขอโทษและเก็บของไว้ที่เดิมและไม่ได้เสียหายอะไร 

 

        แม่ค้าตะโกนลั่นว่า "หน้าตาดี ๆ แต่งตัวสวย ๆ ไม่น่าเดินซุ่มซ่ามเลยหว่า"  บังเอิญสาวสวยคนนั้นไม่ใช่ฉัน  เธอจึงหันหน้ามาย้อนทันทีว่า "หากวันนี้ฉันแต่งตัวไม่สวย ฉันจะด่าให้เธอเปิดพจนานุกรมไม่ทันเลย เอามั๊ยหล่ะ

 

       นอกจากนี้ยังมีเรื่องเล่าต่อปากต่อคำกันว่า "ที่ตลาดสด....แห่งนั้น  นั้นห้ามไปต่อราคาไม่ว่าอะไร  ห้ามเลือกผลไม้เอง  ห้ามหยิบของแล้วไม่ซื้อ  ไม่เชื่อมีหวังโดนแม่ค้าเฉ่งแน่

 

        ฉันจึงเลือกซื้อของกับเจ้าประจำที่ตลาดใกล้บ้าน  แต่วันนี้เป็นตลาดอีกแห่งที่อยู่ในเมือง  ฉันเดินดูก่อน  บังเอิญเจอมะม่วงอกร่อง จึงขออนุญาตก่อนเลือก  แม่ค้าคนนี้ชวนคุยและยิ้มแย้มแบบเป็นกันเอง  และเลือกแต่ละลูกให้ดูว่าพอใจไหม 

 

        เดินผ่านร้านขายเสื้อสำเร็จรูป แม่ค้าชวนซื้อเสื้อสำเร็จรูป  แต่ฉันปฏิเสธว่า "ยังค่ะ วันนี้ตังค์หมดแล้ว  รอคราวหน้านะคะ"  แม่ค้าบอกว่า "ไม่มีก็เอาไปก่อนได้ วันหน้ามาจ่ายกันได้ ร้านนี้ง่าย ๆ "  โดยจริงนั้นไม่เคยรู้จักกันเลย  แต่แม่ค้ามีอัธยาศัยดีนั่นเอง  ฉันจึงอวยพรให้แม่ค้าว่า "ขอให้ขายดีทุกวันนะคะ"

 

        เดินดูส้มมีแต่เคลือบผิวทั้งนั้น  จึงคิดว่าจะไปซื้อจากร้านข้างทาง  ขณะที่ชลอรถให้คันหน้า   เห็นร้านขายผลไม้ที่เคยผ่านเสมอ  แต่ไม่คิดจะซื้อเพราะเข้าใจว่าเป็นร้านใหญ่ กว้างขวางคงจะขายแพง  แต่บังเอิญเห็นมีที่จอดรถสะดวกจึงแวะเข้าไป  มีลูกค้าอยู่ก่อนแล้ว ๔ คน  เจ้าของเป็นสามีภรรยาอายุคง ๖๐ ต้น ๆ แต่การตรากตรำทำงานจึงดูเกินวัยไปบ้าง

 

        "ส้มโชกุน  ๓ กก.ค่ะ"  เพราะเห็นว่าไม่เคลือบผิว  แม่ค้าบอกว่า "ไม่ทานสายน้ำผึ้งหรือเที่ยวนี้หวานอร่อย  และจะฉีกส้มให้ฉันชิม"  แต่ฉันไม่ชิมและบอกแม่ค้าว่าจะนำไปทำน้ำส้มคั้น  แม่ค้าชี้ไปและแนะนำว่า "ให้เอาแบบนี้โลละ ๒๐ บาทเอง"  เพราะเป็นส้มที่ผิวไม่สวย เหี่ยวบ้าง และขายไม่ออก แต่ยังใช้ได้

 

       ฉันลองเลือกได้ ๒.๕ กก. คิดว่า ๕๐ บาทพอดี  กำลังจะส่งตังค์ให้ "แม่ค้าคว้าถุงไปจากมือฉันและเปลี่ยนเป็นถุงขนาดใหญ่  ช่วยเลือกส้มให้อีกประมาณ ๑๐ กก. และคิดตังค์แค่ ๕๐  บาท"  เหมือนเดิม 

 

        ฉันล้วงกระเป๋ากางเกงดูเห็นพอมีตังค์เหลือจึงช่วยซื้อทุเรียน ๑ ลูก  คุณตาสามีแม่ค้ากรีดเปลือกทุเรียนให้ฉันดูจนพอใจ  คิดราคากันแล้ว ๙๐  บาท เมื่อลุงผ่าออกมาก็ประกบไว้เหมือนเดิม  บอกว่า "ใช้ไม่ได้และเลือกลูกใหม่ให้ฉันในราคาเพียง ๗๕ บาท" ทำให้ได้ทุเรียนมา ๒ ลูกด้วยความเต็มใจ 

 

        ลุงบอกว่าลูกแรกนั้นมันแข็งและไม่หวานแค่มัน ๆ จะใส่แพ็คขาย เพราะยังมีคนต้องการทานแบบนี้  ฉันขอดูพบว่าน่าจะเป็นแบบที่ฉันชอบคือกรอบ ๆ มัน ๆ  จึงตัดสินใจรับลูกเดิมได้อีก ๑ ลูก  ถ้าหากเป็นร้านที่ไม่ซื่อสัตย์หากแย่กว่านี้เขาก็ยังจะขายให้ลูกค้า ส่วนส้มนำมาปอกและคั้นที่บ้านไม่พบลูกเน่าเสียเลย  เพียงแต่ปอกยากสักหน่อย

 

         เดิมที่ฉันเคยผ่านไปผ่านมาไม่เคยแวะซื้อผลไม้จากร้านนี้  เป็นการมองคาดคิดไปตามเหตุผลของตนเอง  แต่เมื่อได้มาเจอกับความจริง  ก็เป็นราคาเหมือนร้านทั่วไป  แต่ที่น่าชื่นชมคือการซื่อสัตย์และการมีน้ำใจกับลูกค้า  ไม่เอารัดเอาเปรียบ  แทนที่จะขายส้มโชกุน ๓ กก. รับเงิน ๑๘๐ บาท กลับขอรับเพียง ๕๐ บาทกับส้ม ๑๐ กก. และลูกค้าคนอื่น ๆ ก็ได้รับการบริการเช่นเดียวกัน 

 

       ความรู้สึกกลัวแม่ค้าก็ยังมีอยู่  ในความจริงสังคมมีคนหลากหลายประเภท  จึงมีความแตกต่างกันไป   หากเราได้พบคนดี ๆ ก็ทำให้ประทับใจ  อยากจะพูดถึงคนดีเหล่านี้ว่าเขาทำอะไรกันบ้าง โดยเฉพาะการค้าขายนับเป็นการให้บริการแก่ลูกค้าอย่างประทับใจ  มีคุณธรรม  ไม่เอารัดเอาเปรียบ

 

       หากพบคนที่ต่างจากนี้ อาจทำให้ไม่พอใจบ้าง ก็ควรให้อภัย  ไม่ควรตัดสินว่าเขาเป็นคนไม่ดี  เพราะเรายังไม่รู้จักเขาดีพอ  ที่สำคัญควรย้อนกลับมาดูแลจิตใจของตนเองให้รู้จักเลือกมองโลกในแง่มุมที่สวยงาม  หรือฝึกให้ตนเองมีความสามารถที่จะช่วยให้สังคมเป็นสุข  หรือมีส่วนร่วมในการแก้ปัญหาเหล่านั้นตามโอกาส 

    

        การที่ฉันได้โอกาสมีเวลาอยู่กับตัวเอง  ถือเป็นประการหนึ่งที่ทำให้ฉันได้ใคร่ครวญ ทบทวนตัวเอง สิ่งรอบข้าง  ได้มองเห็นสิ่งดี ๆ