ในฐานะที่เป็นผู้ดำเนินรายการร่วมกับผู้ดำเนินรายการอีกห้าท่าน ในกลุ่มย่อยที่สอง เรื่อง พุทธธรรมกับการสร้างสังคมปรองดอง ได้รับฟังการนำเสนอบทความทางวิชาการของนักวิชาการชาวพุทธจากทั่วโลกจำนวน 19 บทความ มีบทสรุปสำหรับสิ่งที่ได้เรียนรู้จากการทำหน้าที่ ดังนี้

1. การจัดการประชุมที่มีประสิทธิภาพ ซึ่งต้องมีการเตรียมความพร้อมสำหรับผู้ที่เกี่ยวข้องทุกฝ่าย เป็นสิ่งที่จำเป็นอย่างมาก ทั้งการจัดสถานที่ประชุมที่ต้องไม่มีสิ่งบดบังจอ LCD การเตรียมเก้าอี้ให้ครบจำนวนผู้นำเสนอ การแบ่งหน้าที่ให้ทีมงานเช่น การลงทะเบียนเข้าประชุม การแจกเอกสาร การปรับเครื่องเสียง เครื่องทำความเย็น การส่งเวียนไมโครโฟนให้แก่ผู้เข้าร่วมประชุม การมอบเกียรติบัตร และอื่นๆ

2. เกี่ยวกับบทความที่นำเสนอ "พุทธธรรมกับการสร้างสังคมปรองดอง" มีเนื้อหาที่ผู้นำเสนอได้ศึกษามาจากสองแหล่งใหญ่ คือ จากเอกสารวิชาการทางพระพุทธศาสนา กลาวคือจากคัมภีร์พระไตรปิฏก อรรถกถา ฏีกา อนุฏีกา และเอกสารทางวิชาการของผู้รู้ทั้งหลาย และจากการศึกษาประสบการณ์ในพื้นที่สังคมที่ได้พยายามลงมือปฏิบัติเพื่อสร้างสังคมปรองดอง ที่น่าสนใจมากกว่านั้นก็คือความพยายามในการดีความจากภาพจิตรกรรมเพื่อให้เห็นถึงสังคมแห่งความปรองดองผ่านภาพวาดเหล่านั้น

จากเอกสารทางวิชาการพระพุทธศาสนา ผู้นำเสนอส่วนใหญ่ได้แสดงให้เห็นว่าพระพุทธศาสนานั้นมีหลักการสำคัญในการสร้างสังคมปรองดอง เช่น หลักพระธรรมวินัย การบัญญัติระเบียบกฏเกณฑ์เพื่อการอยู่ร่วมกันอย่างสงบ การสร้างความเป็นธรรมให้เกิดขึ้นในสังคม การเคารพซึ่งกันและกัน ข่มบุคคลที่ควรข่มและยกย่องบุคคลที่ควรยกย่อง หลักทิศหกซึ่งเป็นหลักการปฏิบัติหน้าที่ต่อคนรอบตัวอย่างคำนึงถึงประโยชน์ที่จะเกิดแก่ทุกฝ่าย หลักจริยศาสตร์เชิงพุทธที่เน้นความสัมพันธ์ระหว่างคนกับสังคมและสิ่งแวดล้อม ตลอดถึงหลักบารมีในการปฏิบัติตนเพื่อผู้อื่นดังที่ได้แสดงออกโดยพระโพธิสัตว์ทั้งหลาย

จากการลงมือปฏิบัติเพื่อสร้างความปรองดอง ผู้นำเสนอได้เสองให้เห็นว่าในสังคมชาวพุทธได้มีการนำหลักพุทธธรรมไปปรับประยุกต์ในชีวิตประจำวันอย่างไร เช่นกรณีหญิงหม้ายจากสามีเสียชีวิตในราชการทหาร การอยู่ร่วมกันอย่างปรองดองของชาวพุทธและมุสลิมในชุมชนที่หลากหลายความเชื่อ การยอมรับนับถือพระพุทธศาสนาของยิปซีในยุโรป การจัดเวทีการเสวนาระหว่างตะวันออกกับตะวนตก การสร้างสังคมปรองดองในชาติญี่ปุ่น การยอมรับนับถือพระโพธิสัตว์กวนอิมของชาวอเมริกัน และการทำงานเพื่อสังคมปรองดองของพระสงฆ์เถรวาทในลาดักส์ อินเดีย เป็นต้น

ด้านการตีความภาพจิตรกรรม พบว่าในภาพจิตรกรรมกันทยัน ในประเทศศรีลังกา ซึ่งเป็นภาพจิตกรรมที่วาดขึ้นในราวศตวรรษที่ 18 - 19 ซึ่งเป็นยุคแห่งการอยู่ภายใต้การปกครองของอังกฤษ ภาพจิตรกรรมแสดงให้เห็นการอยู่ร่วมกันอย่างปรองดองระหว่างคนศรีลังกาซึ่งเป็นผู้อยู่ภายใต้การปกครองกับคนอังกฤษซึ่งเป็นผู้ปกครอง เป็นต้น

คำถามสำคัญที่ฝากผู้อ่านได้คิดต่อก็คือว่า จากคำสอนในทางพระพุทธศาสนาที่เป็นที่ยอมรับกันว่ามีหลักการที่สามารถสร้างสังคมแห่งความปรองดองได้เป็นอย่างดีนั้น ในสภาพสังคมที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างเช่นในปัจจุบัน ที่สังคมมีลักษณะเป็นสังคมที่มีความหลากหลายมากขั้นเรื่อยๆ เช่นนี้ เราจะปรับประยุกต์หลักการดังกล่าวสู่การสร้างสังคมแห่งความปรองดองได้ด้วยวิธีการอย่างไร จึงจะเหมาะสมกับแต่ละสังคมต่อไป