เจริญพร
หลักสูตรพุทธศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาพุทธศิลปกรรม เป็นหลักสูตรที่พัฒนาขึ้นบนฐานของเหตุผลสำคัญ 4 ประการ คือ
1. งานการศึกษาพุทธศิลปกรรมเป็นงานที่เคยมีการเรียการสอนกันอยู่ในวัดมาตั้งแต่อดีต แต่เมื่อมีการปฏิรูปการศึกษาครั้งใหญ่ในประเทศไทย การศึกษาพุทธศิปกรรมได้ถูกนำไปจัดการกันในโรงเรียน วิทยาลัย หรือมหาวิทยาลัย มาเป็นระยะเวลานาน มีพระสงฆ์จำนวนหนึ่งที่ยังคงเป็นช่างศิลป์และทำหน้าที่เป็นครูช่างศิลป์ สอนลูกศิษย์อยู่ในวัดของตนอย่างโดดเดี่ยว ขาดการส่งเสริมสนับสนุนอย่างเป็นระบบ ถือเป็นเรื่องส่วนตน นับวันครูพระเหล่านี้ก็จะถูกละเลยขาดการเอาใจใส่ ปล่อยให้องค์ความรู้ทางพุทธศิลปกรรมที่ติดตัวท่านเหล่านี้สูญหายไปกับท่านเมื่อเสียชีวิต อาจมีคนปรารภว่าเสียดายองค์ความรู้ของท่าน แต่ก็ไม่มีใครลุกขึ้นมาทำอะไรเพื่อเป็นการส่งเสริมองค์ความรู้ทางพุทธศิลปกรรมในวัดเท่าที่ควร
2. ศิลปกรรมภายในวัดในปัจจุบันเริ่มแปรเปลี่ยนไปตามยุคสมัย มีการนำศิลปกรรมจากที่อื่นมาผสมผสานอย่างไม่เข้าใจฐานความคิดทางศิลปกรรมเชิงพุทธ ทำให้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์จากสังคมถึงความเหมาะสมของงานศิลปกรรมในวัดวาอารามต่างๆมากยิ่งขึ้น รวมทั้งดูเหมือนว่าจะเข้าข่ายเป็นแหล่งแห่งผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจ จนกระทั่งลืมสาระที่แท้จริงของงานพุทธศิลปกรรมที่สร้างสรรค์ขึ้น
3. ปัจจุบันพุทธศิลปกรรม ซึ่งมีความงดงามตามหลักแห่งสุนทรียศาสตร์และแฝงไว้ซึ่งหลักคำสอนเพื่อสังคมแห่งสันติสุข หรือสังคมแห่งความปรองดองตามหลักจริยศาสตร์ ได้ถูกนำไปใช้อย่างไม่เหมาะสม มีการลอกเลียนแบบพุทธสัญลักษณ์เพื่อเป็นสินค้าและส่วนประดับตกแต่งอาคารสถานที่ ที่มิใช่ศาสนสถานในปัจจุบัน เกิดจากความบกพร่องในการรับรู้ ความเข้าใจพุทธสัญลักษณ์ ทำให้นำไปใช้อย่างไม่เหมาะสม และเกิดกระแสต่อต้าน เช่น ในบันทึกเหตุการณ์ประวัติศาสตร์ร่วมสมัย เรื่อง “จากถวายถึงขายวัดวิกฤตสังคมไทย” ของเครือข่ายชาวพุทธเชียงใหม่ ต่อการจำลองวัดสำคัญในล้านนา เช่น วัดไหล่หินหลวง วัดพระธาตุลำปางหลวง วัดอุมลอง จังหวัดลำปาง มาสร้างเพื่อเป็นส่วนประดับตกแต่งและจัดงานต้อนรับผู้มาพักอาศัย ในโรงแรมแมนดาริน โอเรียลเต็ล ดาราเทวี จังหวัดเชียงใหม่ (http://www.sri.cmu.ac.th/~elanna/symbollanna/philosophy_page04.html) เป็นต้น
4. การประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อจัดทำแผนยุทธศาสตร์งานด้านสาธารณูประการ ทีมงานเลขานุการรองเจ้าคณะจังหวัดเชียงใหม่ฝ่ายสาธารณูปการ (พระราชเขมกร) ได้กำหนดแผนงานด้านการศึกษาเรียนรู้ด้านพุทธศิลปกรรม ที่ควรได้รับการพัฒนาเป็นหลักสูตรระยะต่างๆ ทั้งระยะสั้น (หลักสูตรอบรมพระสังฆาธิการ) ระยะปานกลาง (หลักสูตรประกาศนียบัตร) ระยะยาว (หลักสูตรปริญญาตรี ปริญญาโท หรือปริญญาเอก)
มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาเขตเชียงใหม่ จึงได้ตั้งคณะกรรมการยกร่างหลักสูตรพุทธศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาพุทธศิลปกรรมขึ้น มีการประชุมยกร่างและการเชิญผู้ทรงคุณวุฒิให้ความคิดเห็น กระทั่งสมบูรณ์จึงเสนอมหาวิทยาลัยเพื่ออนุมัติ ซึ่งมหาวิทยาลัยได้ตั้งกรรมการพิจารณา พร้อมทั้งประสานสำนักงาน UNESCO กรุงเทพมหานคร เพื่อร่วมให้ความเห็นปรับปรุง ซึ่งได้รับความชื่นชมจาก UNESCO ว่าเป็นรูปแบบของการอนุรักษ์ศิลปกรรมซึ่งเป็นมรดกทางวัฒนธรรมของมนุษยชาติ ที่เรียกว่า "การอนุรักษ์เชิงป้องกัน - Preventive Preservation) และหลักสูตรก็ได้รับอนุมัติจากสภามหาวิทยาลัย ประกาศเป็นหลักสูตรของมหาวิทยาลัยในปัจจุบันนี้ (ดูรายละเอียดที่ http://www.mcu.ac.th/site/curriculum/Bachelor_of_Arts/01_Buddhism_Fac/09_Buddhist_Art.pdf)
การนำเสนอนิทรรศการ "พุทธศิลปกรรมเพื่อการลดภาวะโลกร้อน" ณ ศูนย์ประชุมสหประชาชาติ ถนนราชดำเนินนอก กรุงเทพมหานคร ครั้งนี้เป็นการนำเสนอผลงานการดำเนินการจัดการเรียนการสอนหลักสูตรเป็นครั้งแรก แถมเป็นครั้งแรกที่เป็นงานใหญ่ระดับนานาชาติเสียด้วย ซึ่งถือว่ามีความกระทันหันพอสมควร หลังจากที่ได้เสนอแนวความคิดแก่คณะกรรมการจัดงานประชุมทางวิชาการเนื่องในวันวิสาขบูชา ประจำปี 2554 และได้รับความเห็นชอบพร้อมงบประมาณสนับสนุน วิทยาเขตเชียงใหม่จึงได้ตั้งคณะกรรมการดำเนินงานประกอบด้วยอาจารย์ประจำ อาจารย์พิเศษ และนิสิต เพื่อเตรียมงาน และนำมาจัดแสดงอย่างที่ผ่านสายตาผู้เข้าร่วมประชุมไปแล้ว