ศูนย์ประกันสุขภาพ โรงพยาบาลลาดกระบังกรุงเทพมหานคร ก่อตั้งขึ้นเมื่อวันที่ ๑ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๔๕ ตามนโยบายของผู้บริหารสำนักการแพทย์ กรุงเทพมหานคร ซึ่งขณะนั้น มี พญ.กิตติยา ศรีเลิศฟ้า เป็นผู้อำนวยการโรงพยาบาลลาดกระบังกรุงเทพมหานคร
ภารกิจหลักของศูนย์ประกันสุขภาพในระยะแรกเริ่มคือการปฏิบัติงานด้านหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า(บัตรทอง) เป็นหลัก มีสถานที่ปฏิบัติงานอยู่ที่งานเวชระเบียน
บุคลากร ในระยะเริ่มดำเนินการ ศูนย์ประกันสุขภาพ ประกอบด้วยบุคลากร จำนวน ๔ ท่านคือ
๑. ร.ท.หญิงสุภาณี จันทสุทธิบวร หัวหน้าศูนย์ประกันสุขภาพ
๒. พ.จ.อ.ยงยุธ เจริญผล เลขานุการ
๓. น.ส.อารยา สระทองอ่อน เจ้าพนักงานการเงินและบัญชี
๔. น.ส.สุรีรัตน์ เกตุสุข เจ้าหน้าที่บันทึกข้อมูล




ต่อมาได้มีการปรับปรุงและเปลี่ยนแปลงระบบการทำงาน สถานที่ปฏิบัติงาน จำนวนบุคลกร และปริมาณงานที่เพิ่มขึ้น ทำให้มีจำนวนเจ้าหน้าที่มากขึ้นตามภาระงานด้วย โดยในปัจจุบันศูนย์ประกันสุขภาพ ได้ย้ายมาปฏิบัติงานที่ด้านข้างตึกงานผู้ป่วยนอก มีเคาน์เตอร์สำหรับการตรวจสอบสิทธิ ติดต่อทำหนังสือส่งตัว จำนวนคอมพิวเตอร์ เพิ่มมากขึ้นจาก ๑ เครื่อง เป็น ๕ เครื่องแต่ก็ยังไม่เพียงพอกับปริมาณงานและจำนวนเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงาน ทำให้มีเจ้าหน้าที่ส่วนหนึ่งไปปฎิบัติงานที่งานผู้ป่วยนอก และนำเครื่องคอมพิวเตอร์ส่วนตัวมาใช้ในการปฏิบัติงาน เพื่อให้ตอบสนองความต้องการของผู้รับบริการและภาระงานที่เพิ่มขึ้นได้อย่างเหมาะสมและมีเกิดประสิทธิภาพสูงสุดแก่องค์กร
จำนวนเจ้าหน้าที่ในปัจจุบัน ประกอบด้วยเจ้าหน้าที่จำนวน ๗ ท่านด้งนี้
๑. พันจ่าเอกยงยุธ เจริญผล
๒. นางสาวสายใจ เวียงอินทร์
๓. นางสาวสุรีรัตน์ เกตุสุข
๔. นางสาวสุภาพร บุตรเฉย
๕. นางสาวปราณี รุ่มรวย
๖. นางสาวกาญจนา อินทร์เงิน
๗. นางสาวสุวรรณา เชื้อคงคำ
ภาระกิจในปัจจบันของศูนย์ประกันสุขภาพ ประกอบด้วย งานในความรับผิดชอบจำนวน ๔ กองทุนได้แก่
๑. กองทุนหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ
๒. กองทุนประกันสังคม
๓. กองทุนเงินทดแทน
๔. กองทุน พรบ.คุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ
จากปัญหาด้านเครื่องมือในการปฏิบัติงานของศูนย์ประกันสุขภาพที่มีปริมาณเครื่องคอมพิวเตอร์ที่ไม่เพียงพอต่อการปฏิบัติงาน ผู้บริหารระดับสูงของกลุ่มภารกิจด้านการพยาบาลได้ขอความอนุเคราะห์จากผู้บริหารระดับสูงของโรงพยาบาลจัดซื้อเครื่องคอมพิวเตอร์จำนวน ๑ เครื่อง เพื่อให้เพียงพอกับการปฏิบัติงานและจำนวนเจ้าหน้าที่ที่มีอยู่
สำหรับการดำเนินงานที่ผ่านมา ศูนย์ประกันสุขภาพ ได้ดำเนินงานตามนโยบายของโรงพยาบาลคือ การให้บริการด้วยความถูกต้อง รวดเร็ว เพื่อให้เกิดความพึงพอใจสูงสุดแก่ผู้มารับบริการ
เนื่องจากในยุคของการแข่งขันทางด้านคุณภาพการให้บริการแก่ผู้มารับบริการ โรงพยาบาลต่าง ๆ ได้มีการจัดทำคุณภาพการให้บริการเพื่อให้ได้มาตรฐานและเกิดความปลอดภัยสูงสุดแก่ผู้รับบริการ ซึ่งทางศูนย์ประกันสุขภาพก็ได้ดำเนินการจัดทำ งานด้านคุณภาพด้วย ซึ่งเขียนเป็นเอกสารที่เรียกว่า SERVICE PROFILE ได้ดังนี้
1. บริบท(Context)
1.1 ความมุ่งหมาย (Purpose) ให้บริการตรวจสอบสิทธิการรักษาพยาบาลด้วยความถูกต้อง รวดเร็ว เรียกเก็บชดเชยค่าบริการทางการแพทย์ได้ครบถ้วน ถูกต้อง ทันเวลา ขึ้นทะเบียนสิทธิการรักษาในประชากรสิทธิว่า
1.2 ขอบเขตบริการ (Scope of Service) การรักษาพยาบาล ให้บริการตรวจสอบสิทธิการรักษาพยาบาล และออกเลขที่หนังสือส่งต่อและใบรับรองสิทธิค่ารักษาพยาบาล ขึ้นทะเบียนสิทธิว่าง เป็นที่ปรึกษาให้แก่หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งในและนอกเวลาราชการ
การเรียกเก็บชดเชยค่าบริการทางการแพทย์ ดำเนินการเรียกเก็บชดเชยค่าบริการทางการแพทย์ผู้รับบริการในกองทุนหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า กองทุนประกันสังคม กองทุนทดแทน และกองทุนคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ
การจ่ายชดเชยค่าบริการทางการแพทย์ ตรวจสอบเอกสารการเรียกเก็บค่าบริการทางการแพทย์ จากสถานพยาบาลที่รับส่งต่อสิทธิบัตรประกันสุขภาพ ผ่านทางระบบอิเลคทรอนิคส์
1.3 ความต้องการของผู้รับผลงานสำคัญ
ผู้รับบริการ
- ได้รับสิทธิประโยชน์ที่ครอบคลุมและถูกต้อง ได้รับการบริการที่เท่าเทียมกันด้วยความรวดเร็ว ซื่อสัตย์ และมีจิตสำนึกในคุณธรรม
- ได้รับข้อมูลเกี่ยวกับการใช้บริการหนังสือส่งตัวเพื่อการรักษาต่อที่ถูกต้อง และได้รับบริการที่สะดวก รวดเร็ว
ผู้ร่วมงานในโรงพยาบาล
- ผู้รับบริการทุกรายมีสิทธิการรักษาที่ถูกต้อง และให้บริการโดยคำนึงถึงประโยชน์สูงสุดของโรงพยาบาลและผู้รับบริการเป็นสำคัญ
- เอกสารที่จำเป็นต้องใช้ประกอบการอนุมัติสิทธิการรักษาพยาบาลในแต่ละกองทุน ชัดเจน ไม่ซับซ้อน ง่ายต่อการจัดทำ
1.4 ความต้องการในการประสานงานภายในที่สำคัญ
1. หน่วยงานต่าง ๆ ส่งเอกสารประกอบการเรียกเก็บชดเชยค่าบริการทางการแพทย์ภายในระยะเวลาที่กำหนด
2. ความถูกต้อง ชัดเจนในแต่ละกฏระเบียบที่มีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา
1.5 ลักษณะสำคัญของบริการและปริมาณงาน
ลักษณะสำคัญของบริการและปริมาณงานของศูนย์ประกันสุขภาพแบ่งเป็นงานด้านบริการผู้รับบริการ และงานด้านการเรียกเก็บ- จ่ายชดเชยค่าบริการทางการแพทย์
ด้านการให้บริการ
1. ตรวจสอบสิทธิการรักษาพยาบาล จำนวนผู้รับบริการทุกรายที่มีเอกสารสิทธิต้องได้รับการตรวจสอบสิทธิการรักษาพยาบาล ซึ่งในแต่ละเดือนจะมีจำนวนผู้รับบริการเฉลี่ย 4,500 – 5,000 ราย
2. หนังสือส่งตัวและใบรับรองสิทธิค่ารักษาพยาบาล สำหรับผู้รับบริการที่มารับบริการที่งานผู้ป่วยนอก ให้คำแนะนำเกี่ยวกับการขอ - การใช้หนังสือส่งตัว เพื่อความสะดวกและความพึงพอใจของผู้รับบริการ โดยเฉลี่ยแต่ละเดือนมีผู้มาขอรับหนังสือส่งตัวเพื่อการรักษาต่อ 250 ราย
ด้านการเรียกเก็บชดเชยค่าบริการทางการแพทย์
การเรียกเก็บชดเชยค่าบริการทางการแพทย์ ของศูนย์ประกันสุขภาพ ในแต่ละกองทุน
กองทุนประกันสังคม เรียกเก็บจากโรงพยาบาลนพรัตนราชธานี โรงพยาบาลในเครือสำนักการแพทย์ และสำนักงานประกันสังคมพื้นที่ 10 โดยมียอดผู้รับบริการประมาณ เดือนละ 600 – 700 ราย
กองทุนหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ เรียกเก็บค่ารักษาพยาบาลโดยการคีย์ข้อมูลผ่านโปรแกรมของสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ แล้วส่งข้อมูลผ่านทางระบบอินเตอร์เน็ต โดยมียอดผู้รับบริการทั้งผู้ป่วยนอก ผู้ป่วยใน และบัตรต่างพื้นที่กรณีอุบัติเหตุ ฉุกเฉิน ประมาณ เดือนละ 450 – 500 ราย
กองทุนทดแทน เรียกเก็บค่ารักษาพยาบาลจากสำนักงานประกันสังคม ในกรณีที่ผู้ประกันตนประสบอุบัติเหตุจากการทำงาน โดยมียอดผู้รับบริการประมาณเดือนละ 5 – 10 ราย
กองทุนคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ เรียกเก็บค่ารักษาพยาบาลในกรณีที่ผู้รับบริการประสบอุบัติเหตุจากรถ โดยเรียกเก็บจากบริษัทประกันภัย หรือบริษัทกลางของกรมการประกันภัย โดยมียอดผู้รับบริการประมาณเดือนละ 5 ราย
ด้านการจ่ายชดเชยค่าบริการทางการแพทย์
การจ่ายชดเชยค่าบริการทางการแพทย์ ดำเนินการในส่วนของการรับเอกสารการเรียกเก็บจากสถานพยาบาลที่รับการส่งต่อ จัดทำทะเบียนคุม ตรวจสอบความถูกต้องครอบคลุมส่งให้การเงินจัดทำการจ่ายเงินชดเชยค่าบริการและการตรวจสอบข้อมูลผ่านระบบอิเลคทรอนิคส์ ปริมาณงานที่ดำเนินการเฉลี่ยเดือนละ 1,500 ราย
1.6 ประเด็นคุณภาพที่สำคัญ
- มุ่งมั่นพัฒนาระบบการตรวจสอบสิทธิผู้รับบริการให้มีประสิทธิภาพสูงสูด ด้วยจิตสำนึกในคุณธรรม
- พัฒนาระบบการเรียกเก็บชดเชยค่าบริการทางการแพทย์ให้ได้มาตรฐานเพื่อประโยชน์สูงสุดขององค์กร
- ดำเนินการตรวจสอบเอกสารการเรียกเก็บชดเชยค่าบริการทางการแพทย์จากสถานพยาบาลต่าง ๆ อย่างละเอียดรอบคอบตามระเบียบปฏิบัติ
1.7 ความท้าทายและความเสี่ยงที่สำคัญ
ความเสี่ยงที่สำคัญ คือ
- การสูญเสียรายได้
- เอกสารสูญหาย
- จัดทำเอกสารการเรียกเก็บค่าบริการทางการแพทย์ผิดพลาด
ความท้าทาย
- บริหารงานการตรวจสอบสิทธิให้มีประสิทธิภาพผู้รับบริการพึงพอใจ
- บริหารงานการตามจ่าย โดยคำนึงถึงประโยชน์สูงสุดของโรงพยาบาลและผู้รับบริการ
- ใช้ทรัพยากรอย่างประหยัดและมีประสิทธิภาพ
1.8 ศักยภาพและข้อจำกัดในด้านผู้ปฏิบัติงาน เครื่องมือ เทคโนโลยี
ด้านเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน
- ระบบการจัดทำข้อมูลการเรียกเก็บชดเชยค่าบริการทางการแพทย์มีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา เจ้าหน้าที่ขาดความรู้ความเข้าใจ
- ขาดบุคลากรที่มีความรู้ความชำนาญด้านระบบคอมพิวเตอร์และข้อมูลสารสนเทศ ทำให้ขาดโอกาสในการพัฒนาระบบต่าง ๆ และก่อให้เกิดปัญหาด้านการส่งข้อมูลผ่านระบบอิเล็คทรอนิคส์ รวมทั้งการ Update โปรแกรมต่าง ๆ จากสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ
- มีการเปลี่ยนเจ้าหน้าที่บ่อย เนื่องจากความมั่นคงในการปฏิบัติงานมีน้อย ระยะเวลาการทำสัญญาจ้างงานเป็นรายปี ไม่มีการบรรจุเป็นลูกจ้างประจำ ดำรงตำแหน่งเป็นลูกจ้างประกันสังคม
ด้านเครื่องมือ
- เครื่องคอมพิวเตอร์ที่ใช้เป็นเครื่องเก่ามีหน่วยความจำไม่เพียงพอในการปฏิบัติงาน ทำให้ต้องมีการโอนถ่ายข้อมูลไปไว้ในเครื่องอื่นแทน ประสิทธิภาพในการรับส่งข้อมูลต่ำ มีการสูญหายของข้อมูล ต้องเสียเวลาในการดำเนินการใหม่
- โทรศัพท์สายตรงที่ใช้ติดต่อกับหน่วยงานภายนอกไม่มี ทำให้การประสานงานไม่สะดวกการประสานงานต้องใช้โทรศัพท์ส่วนตัว และไม่สามารถรับส่งเอกสารทางโทรสารได้ บางครั้งเอกสารจากหน่วยงานอื่นที่ส่งมาให้สูญหาย
ด้านเทคโนโลยี
- ระบบอินเตอร์เน็ตของหน่วยงานยังไม่ประสิทธิภาพเพียงพอ ทำให้ประสบปัญหาด้านการส่งข้อมูลเพื่อขอรับการชดเชยค่าบริการทางการแพทย์
1.9 ประเด็นการสร้างเสริมสุขภาพที่เกี่ยวข้อง
ผู้ให้บริการ
- มีการจัดหาน้ำยาล้างมือแบบแห้งไวไว้ให้เจ้าหน้าที่ใช้ล้างมือในจุดที่มีการปฏิบัติหน้าที่ ที่มีภาวะเสี่ยงต่อการติดเชื้อจากการให้บริการ เช่น บริเวณตรวจสอบสิทธิ และจุดให้บริการหนังสือส่งตัว
- มีการปรับเปลี่ยนที่วางแป้นคอมพิวเตอร์จากวางบนโต๊ะทำงาน มาเป็นการจัดทำที่วางแป้นพิมพ์ใต้โต๊ะทำงาน ทำให้สามารถทำงานได้สะดวกมากขึ้น และไม่เสี่ยงต่อการเป็นโรคจากการทำงาน
- ระบบการถ่ายเทอากาศไม่เพียงพอ เสี่ยงต่อการเกิดโรคระบบทางเดินหายใจและการได้รับสารเคมีจากเครื่องพิมพ์และเครื่องถ่ายเอกสาร มีการเปิดหน้าต่างระบายอากาศ
- กระตุ้นให้เจ้าหน้าที่ได้ใช้เครื่องป้องกันส่วนบุคคล เช่น ผ้าปิดจมูก ฉีดวัคซีนป้องกันโรคตามฤดูกาล
- มีการตรวจสุขภาพเจ้าหน้าที่และมีการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมให้กับกลุ่มที่มีปัญหาด้านสุขภาพ
- มีการป้องกันอันตรายจากอุบัติเหตุต่างๆ จากการทำงาน เช่น ไฟฟ้าดูด ไฟฟ้าลัดวงจร เป็นต้น
- ส่งเสริมกิจกรรม 5ส. ของหน่วยงานเพื่อลดอุบัติเหตุจากการทำงาน และโรคต่างๆ ที่เกิดจากการทำงาน เช่น ฝุ่นละอองจากการจัดเก็บเอกสารในหน่วยงาน
วันที่ ๗ กรกฏาคม ๒๕๕๔ เป็นวันที่ศูนย์ประกันสุขภาพ ได้ย้ายมาปฏิบัติงาน ณ ที่ตั้งปัจจุบัน เป็นเวลา ๔ ปีแล้ว ดังนั้นเพื่อให้เกิดความเป็นสิริมงคลแก่เจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานอยู่ที่ศูนย์ประกันสุขภาพ มาร่วมกันทำบุญตักบาตรพระภิกษุสงฆ์ จำนวน ๙ รูป ในวันพฤหัสบดี ที่ ๗ นี้ โดยพร้อมเพรียงกัน ณ ชั้นล่างตึกกลุ่มภารกิจด้านการพยาบาล ฝ่ายการพยาบาล โดยมาพร้อมกันเวลา ๐๘.๐๐ น.
Ok. ใช้ได้ ค่ะแต่รายละเอียด น้อยไปนิด..^__^
ขอบคุณสำหรับคำติชมครับ จะพยายามปรับปรุงให้ครับ
เรียนคุณยงยุทธคะ
เนื้อหาคุณ OK ค่ะ
แต่ดิฉันขอแชร์ความรู้เพิ่มเติมหน่อยค่ะ
น้องสะใภ้ดิฉัน มีบัตรทอง อยู่ลพบุรี รพช โคกสำโรง และย้ายตัวเองมาหากินที่กรุงเทพฯและพักอยู่ที่บ้านญาติ(ลาดกระบัง)ได้2เดือนกว่าๆ
ได้งานทำอยู่ที่นิคมฯลาดกระบัง
ปัจจุบันน้องสะใภ้ยังไม่มีบัตรประกันสังคม เพราะยังไม่ผ่านงาน
ขณะนี้ กำลังป่วย อยากทราบว่า บัตรทองที่น้องสะใภ้ถืออยู่สามารถมาเบิกรักษาสุขภาพได้ที่โรงพยาบาลลาดกระบังนี้ได้
หรือไม่คะ
ขอคำแนะนำด้วยค่ะ ขอบคุณค่ะ
เรียน คุณยงยุทธ เจริญผล
ดิฉันมีปัญหาอยากเรียนถามดังนี้
ลูกชายดิฉันเรียนอยู่ที่สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าคุณทหารลาดกระบังปี3 มีบัตรทองอยู่โรงพยาบาลนาโพธิ์ อ.นาโพธิ์ จ.บุรีรัมย์ ซึ่งเป็นที่ทำงานของดิฉัน ดิฉันจึงขึ้นทะเบียนบัตรทองที่ทำงาน เวลาเจ็บป่วยต้องเข้ารับการตรวจรักษาที่ รพ.ลาดกระบัง ดิฉันขอเรียนถามว่า
1.ลูกชายดิฉันมีสิทธิ์ขอเคลมฉุกเฉินที่ รพ.ลาดกระบังได้หรือไม่?(วันนี้ท้องเสียกำลังรอตรวจที่นี่)
2.ดิฉันต้องย้ายบัตรทองของลูกมาที่ลาดกระบังหรือไม่?
ขอคำแนะนำด้วยนะคะดิฉันจะดำเนินการทันที (ที่ รพ.นาโพธิ์เราให้สิทธิ์เคลมฉุกเฉินได้ทุกบัตรทองที่มาจากทั่วประเทศไทย)
ขอบคุณค่ะ
จากปัญหาเดิม ถ้าจะย้ายบัตรทองของลูกจากบุรีรัมย์มาลาดกระบัง
1. ดิฉันต้องย้ายที่อยู่ลูกมาอยู่ลาดกระบังไหม ?
2. ถ้าไม่ย้ายที่อยู่ทะเบียนบ้านมาจะสามารถขึ้นบัตรทองที่ลาดกระบังได้ไหม ?
3. ต้องใช้หลักฐานอะไรบ้าง ?
4. ขึ้นทะเบียนบัตรทองได้ที่ไหน ? (เรียนอยู่ลาดดกระบัง)
กรุณาตอบด่วยค่ะ
ตอบ คุณ Yuporn Thammatharanurak
๑. และ ๒. ไม่ต้องย้ายทะเบียนบ้านมาก็ได้ครับ โดยให้เจ้าของหอพักรับรองว่านักศึกษาได้มาพักอาศัยอยู่ทีหอจริง ก็จะสามารถขึ้นทะเบียนบัตรทองได้ และการขึ้นทะเบียนบัตรทองให้ไปติดต่อที่สำนักงานเขตลาดกระบังครับ
๓. หลักฐานที่ต้องนำมายื่นขอข้ึนทะเบียน ประกอบด้วยสำเนาบัตรประชาชน ทะเบียนบ้านที่พักอาศัยอยู่จริง โดยให้เจ้าของบ้านเซ็นรับรองการพักอาศัยอยู่จริงมาด้วย สำเนาบัตรประชาชนของเจ้าของหอพักที่พักอาศัยอยู่จริง
๔. ติดต่อทีสำนักงานเขตลาดกระบัง ครับ มีเจ้าหน้าที่ของสปสช.มาดำเนินการลงทะเบียนให้ครับ
ขอบคุณสำหรับคำติชมครับ
ตอบ คุณnutwanunt จากกรณีน้องสะใภ้ของคุณถ้าเป็นการเจ็บป่วยธรรมดาไม่สามารถใช้กรณีฉุกเฉินได้ครับ
การจะนำบัตรทองต่างรพ.มาใช้ได้ ต้องเป็นกรณีอุบัติเหตุ และกรณีฉุกเฉิน เท่านั้นครับ
มีคนรุ้จัก อายุมากแล้ว 70 ปี ไม่เคยมีบัตรทองเลย อยุ่เขตลาดกระบัง อยากทราบว่ายังสามารถทำบัตรทองได้อยุ่ไหมคะ ถามแล้วแกบอกว่า ยังไม่เคยไปทำบัตรทองเลย ตอนนี้อยากไปรักษาตา เพราะจะมองไม่เห็นแล้ว แต่แกไม่มีเงิน พอถามหาบัตรทองถึงยอมบอกว่าไม่เคยทำ จะต้องทำอย่างไรบ้างคะ ติดต่อที่โรงพยาบาลเลยได้ไหม