เพลงทยอยญวน

 

เพลงทยอยเป็นเพลงหน้าพาทย์ อัตราจังหวะสองชั้น ทำนองเก่าสมัยอยุธยา ใช้ประกอบการแสดงโขน ละคร ในบทที่ตัวละครประสบความเศร้าโศกเสียใจ ประสบอารมณ์สุดแสนรันทดใจ มีการแต่งเพลงทยอยแตกแขนงไปเป็นเพลงหลายเพลงในตระกูลทยอย เช่น ทยอยเขมร ทยอยจีน ทยอยดง ทยอยนอก ทยอยใน ทยอยมอญ ทยอยลาว และทยอยญวน

 

เพลงทยอยญวนเป็นเพลงที่แต่งขึ้นในสมัยรัชกาลที่ ๕ โดยนักดนตรีไม่ทราบนามได้ดัดแปลงมาจากเพลงพื้นเมืองภาคกลางชื่อกระเหรี่ยงไกวเปล ที่ได้ชื่อว่าทยอยญวน คงเป็นเจตนาของผู้แต่งที่จะเรียกว่าทยอยญวน โดยเพลงนี้มิได้ดัดแปลงทำนองมาจากเพลงของญวน (เช่นเดียวกับเพลงเชิดจีนที่พระประดิษฐ์ไพเราะ (มี ดุริยางกูร) แต่งขึ้นโดยเอาเพลงเชิดสองชั้นตัวที่ ๖ มาแต่งขยายเป็นเพลงเชิดจีนท่อนที่ ๑ ส่วนท่อนที่ ๒-๔ นั้นแต่งขึ้นเองตามความคิดสร้างสรรค์ แต่ตั้งชื่อว่าเชิดจีน)

 

ทำนองเพลงทยอยญวน ๒ ชั้น มีท่อนเดียว มีโน้ตดังนี้

 

-ด-ด

 ---ร

---ม

รม-ช

 ---ช

มรด-

  -รดล

-ด-ร

-ดรม

     -ช-ล

-มํรํดํ

-ลดํช

--ลช

 ลช--

ลชลด

-ม-ช

--ลช

     ลช--

ลชลด

-ม-ช

-มชล

ชม-ช

ลชมช

-ลดล

  --ดช

ดล--

ชลดล

ชม-ช

 -มชล

ดลชม

---ร

  ดมรด

--รด

     รด--

ชดรม

ชมรด

--รด

รด--

ซดรม

-ร-ด

 

 

สำหรับการขับร้องแบบไทยเดิมนั้นนิยมใช้บทกลอนจากวรรณคดีไทยเรื่องอิเหนา พระราชนิพนธ์รัชกาลที่ ๒ ตอนที่มีข้อความว่า

“ไก่ขันกระชั้นเสียงดุเหว่าแว่ว          รุ่งรางสว่างแล้วนะแก้วพี่

จำใจจำพรากจากจรลี                   โฉมตรูอยู่จงดีพี่ขอลา

นึกคะนึงถึงฝันยิ่งพรั่นใจ                 เหมือนจะไม่ได้คืนมาเห็นหน้า

พระแข็งขืนฝืนใจไคลคลา                เสด็จมาจากแท่นบรรทมใน”

 

เพลงรักพี่นะ

 

เพลงรักพี่นะ คำร้องโดยสุนทรียา ณ เวียงกาญจน์ ทำนองโดยสมาน กาญจนะผลิน ดัดแปลงทำนองเพลงทยอยญวน ๒ ชั้น ชาญ เย็นแข สุเทพ วงศ์กำแหง หยาด นภาลัย พิงค์แพนเตอร์ ขับร้อง

 

เนื้อร้องเพลงรักพี่นะ

 

“อกพี่คอยใฝ่ฝัน เพ้อครวญรำพัน หัวใจมั่นตราตรึง ให้คิดถึงคะนึงฝันไป ฝันได้ฝันดี ฝันว่าโฉมศรีตอบคำ

อกพี่คอยแต่เพ้อ หลงครวญละเมอ หลงใจเหม่อดื่มด่ำ เจ้าตอบคำรักพี่ดังหวัง เพ้อจังเพ้อจริง เพ้อว่ายอดหญิงให้เชย

แต่ไยหนอเจ้านิ่งนาน หรือเจ้าตื้นตันไฉนเลย มิเอื้อนมิเอ่ย พี่คอยชิดเชยชื่นใจ ตอบว่ารักนิดเดียวเป็นไร ใจพี่หวังปรนเปรอ รักพี่นะเออ พี่คอยพร่ำเพ้อ ถึงทุกนาที   

อกพี่คอยแต่รัก เหมือนเทพชวนชัก รักสลักทรวงพี่ ให้พี่นี้หลงรักแต่เจ้า รักเอารักเอา เหลือที่แบ่งเบาเจ้าเอ๋ย”

 

เพลงกิเลสคน

เพลงกิเลสคน คำร้องโดยสุรัฐ พุกกะเวส  ทำนองโดย ธนิต ผลประเสริฐ ดัดแปลงทำนองเพลงทยอยญวน ๒ ชั้น ขับร้องโดย สุปาณี พุกสมบุญ ศรีสุดา รัชตะวรรณ

 

เนื้อร้องเพลงกิเลสคน

 

“กิเลสคน หมองหม่นอุราหลงรูปกลิ่นรสสัมผัสศรัทธา

ก่อกิเลส เจตนา ชักพาทุกข์ใจ ฤทัยระทมคนเกิดมาแล้วต้องตาย  

ร่างกายสิ้นแล้ว เน่าจม ซากถมแผ่นดิน

สุดสิ้นพรหมจรรย์ตัณหาอย่าเบาปัญญา โลภหลงคงพาร้อนใจ

ให้ภาวนา วัฏสังขารานิจจานิจจัง อย่ามัวหวังพึ่งใคร

กิเลสคน ร้อนรนไฉน เหมือนกงจักรเหลือจะหักหนักใจ

ดิ้นอยู่ในบ่วงมาร ร้าวรานร้อนทรวง เพราะดวงชะตา คนเราอายุไม่ยืน  

ถึงตายไม่พื้นกลับมาให้เขาได้บูชาด้วยความดีทำมาเกิดผล

อย่ามัวลืมตน ชีวิตของคนไม่แน่ แล้วแต่จังหวะ

หักโทโสโมหะสละกิเลส เหตุลุ่มหลงทั้งปวง”

 

 

วิพล นาคพันธ์

๑๖ พฤษภาคม ๒๕๕๔