การส่งดินสอที่พร้อมเขียนมาให้ เสมือนการส่งกำลังใจ ให้ลูกมีความมานะพยายาม เขียนไปจนสำเร็จ

  วันนี้มีเรื่องต้องใช้ดินสอ และระยะนี้รู้สึกว่าต้องใช้ดินสอบ่อยๆด้วย เนื่องจากใช้ดินสอโน๊ตข้อความ สูตรต่างๆ ข้อสังเกตในบทความ และรวมถึงการทำบัญชีการเงินด้วย ผู้เขียนจะลงดินสอไว้ก่อน เนื่องจากผิดพลาดก็ลบออกได้ แต่ดินสอที่ผู้เขียนได้มา ก็มักมาจากเขาแจกในการอบรมบ้าง หรือซื้อที่เขาเหลาสำเร็จบ้าง บางครั้งกว่าจะหมดไส้ที่เขาเหลาไว้ก็นานนับเดือน ยอมรับว่า เหลาดินสอด้วยมีดไม่ค่อยชำนาญ ส่วนกบเหลาดินสอ ก็ดูเหมือนเขาจะออกแบบเพี้ยนๆไป ยิ่งเหลาก็ยิ่งกินไส้หักไปเรื่อยๆ บางทีก็ได้ไส้โผล่มานิดหน่อยเท่านั้นเอง ผู้เขียนลืมการเหลาดินสอที่ถูกวิธีไปแล้ว

    วันนี้ต้องเหลาดินสอเองโดยใช้มีดพับเล็กๆ คมมีดที่ลงไปแต่ละครั้ง ก็ค่อยๆร่อนเปลือกไม้ออกให้บางลง บางลง พอไส้จะโผล่สักหน่อย ก็มีเสียงลั่นเบาๆ "เป๊าะ" ไส้หักครั้งที่หนึ่ง เป็นอันว่าต้องเริ่มต้นใช้ใบมีดเกลาดินสอต่อไป จำไม่ได้ว่ากี่ครั้ง ที่ไส้หัก ไส้หัก บางครั้งก็จวนได้ที่แล้ว พอเหลาไส้ให้แหลม ก็หักอีก ขณะที่หาความพอดีในการเหลาดินสอนี้ ผู้เขียนกับคิดถึงใครคนหนึ่ง ที่คอยเหลาดินสอให้ เมื่อครั้งที่ผู้เขียนเริ่มเข้าโรงเรียนและต่อๆมาอีกหลายปี คุณแม่ของผู้เขียนเอง คุณแม่ของใคร เคยเหลาดินสอให้บ้างเอ่ย

  ทุกๆเย็นเมื่อผู้เขียนเอาการบ้านออกมาทำ คุณแม่จะสนใจมาก มานั่งดูแล้วก็หยิบดินสอไปเหลาให้ ด้วยมีดบางที่ใช้เจียนหมาก คุณแม่เหลาดินสอได้แหลมกำลังดี คือไม่แหลมมากจนแทงทะลุกระดาษ เป็นความสุขที่ยังจำได้    

     มาวันนี้ทำให้รู้ว่า การเหลาดินสอเป็นศิลปอย่างหนึ่ง ที่จะทำอย่างไร ให้คนใช้เขียนได้ดีลื่นมือ เหลาอย่างไรไส้จึงไม่หัก เปลือกดินสอที่ถูกเหลากลมกลึง รอยสม่ำเสมอ นอกจากนี้ ดินสอยังเป็นสื่อแห่งความรักระหว่างเราแม่ลูกด้วย การส่งดินสอที่พร้อมเขียนมาให้ เสมือนการส่งกำลังใจ ให้ลูกมีความมานะพยายาม เขียนไปจนสำเร็จ จนชำนาญ และมีวิชาติดตัวมาตราบเท่าทุกวันนี้

    ครั้นเมื่อเติบโตขึ้น งานส่วนใหญ่ใช้ปากกาเขียน ใช้พิมพ์จากคอมพิวเตอร์ สั่งพิมพ์ผิดพิมพ์ใหม่  สิ้นเปลือง ลบไม่ได้เหมือนดินสอ ศิลปบางอย่างของคนทำงานจึงขาดไป เทียบเคียงกับตัวเอง แม้แต่จะเหลาดินสอ ยังไม่ได้ดังใจ

  แต่จะบอกว่าที่สุดผู้เขียนก็เหลาดินสอได้ดี เหมือนคุณแม่แล้ว เพราะขณะเหลานั้น ผู้เขียนนึกเห็นภาพการเหลาดินสอของคุณแม่แจ่มชัดมากเลยค่ะ