แต่ละวันเวลาชีวิตของคนเรามักจะผ่านพบกับเรื่องราวมากมาย  จะเป็นเรื่องที่มีสาระหรือไม่มีสาระขึ้นอยู่กับความผูกพัน  ความคิดและคุณค่าในมุมมองของแต่ละคน   จึงทำให้คนเรามีความทรงจำที่ดี ๆ มีไว้ให้เก็บเกี่ยวเสมอ 

 

          เรื่องเล่าต่อไปนี้มีความหมายสำหรับฉัน   แต่มันอาจไม่มีความสำคัญอะไรต่อคนอื่นคือ  เรื่องของจืด  ที่ฉันเคยเล่ามาแล้ว  ในขณะจืดเป็นนักเรียนของฉัน  ภายหลังเมื่อจืดได้ผ่านพ้นชั้นมัธยมต้นไป   แบบถูกตามตัวมาแก้และปรับปรุงผลการสอบอยู่หลายครั้ง  จืดไม่ได้ขัดขืนแต่เพราะความจำเป็นกับชีวิตที่รันทดทำให้ดูเหมือนมีปัญหาและอุปสรรค   หลังจากนั้นฉันไม่ได้เจอจืดอีกเลย

 

          วันเวลาผ่านไปเพียงไม่ถึง ๒ ปี  หากจืดยังเป็นนักเรียนจะคงเรียนอยู่ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๕ ในปีนี้  แต่ชีวิตของจืดคงไม่สามารถอยู่ในโรงเรียนที่เป็นระบบเหมือนคนอื่น ๆ ส่วนมากได้  แต่จืดได้มีโอกาสเรียนรู้ชีวิตในโลกกว้างอย่างไร้ขีดจำกัด  เพราะฉันได้พบกับจืดด้วยความบังเอิญเมื่อวานนี้เอง 

 

          พวกเราแต่ละคนเคลื่อนรถออกจากโรงเรียนเกือบจะ ๖ โมงเย็น  สุ้มเสียงของผู้อำนวยการโรงเรียนยังเตือนสติฉันอยู่ว่า "แม้ว่าจะเกือบ ๖ โมงแต่กลางวันยังยาวนานอยู่  ขอให้พวกเราขับรถกันอย่างระมัดระวัง"  เพราะเราขับรถขึ้นเขาลงเขา  ลดเลี้ยวเคี้ยวคด ไม่เหมือนทางสะดวกในเมือง  พวกเรามักเจอปัญหาฝนตกถนนลื่น  น้ำท่วม และไฟป่าเสมอ

 

         ฉันเห็นเด็กรุ่นหนุ่ม  ๓ คน  ทำท่าหยุดยืนอยู่ใกล้  ๆ กับกลุ่มครูผู้ชายที่หน้าโรงเรียน  ในความรู้สึกก็คาดว่าไม่ใช่ใครอื่นต้องลูกศิษย์ของเราแน่นอน  อีกได้มองเห็นรอยยิ้มเล็ก ๆ ใกล้เข้ามา   พบว่าพวกเขาคือ "โดโด้  บอยและจืด"  นั่นเอง    รอยยิ้มกว้างชัดเจนขึ้นและเดินเข้ามาหา

 

           ฉันจึงหยุดรถและเปิดกระจก  รับไหว้  ส่งมือออกไปให้สามหนุ่มจับและทักทาย  ส่วนจืดนอกจากไหว้และจับมือแล้ว  จืดได้ "จับมือของฉันไปดมหอมแบบชื่นใจ ฉันจึงโน้มศีรษะของจืดเข้ามาหา กอดและหอมแก้ม เหมือนที่เราเคยปฏิบัติต่อกัน"  และคุยกันนานหน่อย  จากการแต่งกายก็พอจะเดาได้ว่าจืดต้องไปทำงานใช้แรงงานที่ไหนสักแห่ง  

 

            จืดเล่าว่าไปทำงานรับจ้างถางหญ้าที่สวนยางพารา  และ  "วันพรุ่งนี้หากคุณครูกลับเย็นแบบนี้  ผมจะรีบกลับมาหาคุณครูและมาคุยกับคุณครูที่โรงเรียนครับ"  ฉันย้อนทักทายให้กำลังใจและถามสารทุกข์สุกดิบของโดโด้และบอยก่อนเคลื่อนรถออก  

 

           ได้แต่เก็บเก็บความคิดที่สะดุดมา ๒ เรื่องคือ เรื่องสำคัญหมายถึงชีวิตของจืด  ทำให้ฉันมีความภาคภูมิใจ  ขอส่งกำลังใจให้จืดที่ได้รู้จักทำมาหากินเลี้ยงตนเอง  แม้จะผ่านไปวัน ๆ ก็ยังดีกว่าไม่รู้จักแก้ปัญหาและสร้างปัญหาให้สังคมได้รับความเดือดร้อน  และขอให้จืดเรียนรู้ชีวิตไปกับโลกใบนี้อย่างเอาตัวรอดได้ด้วย  

 

          อีกเรื่องก็คือความผูกพัน ความรัก ความกตัญญูที่จืดและเพื่อนได้แสดงออก  มีบางคนเคยบอกว่า "สอนไปก็แค่นั้น ไม่นานก็ลืม  ความผูกพันสูญเปล่า"  แต่ฉันไม่เคยคิดเช่นนี้ ฉันกลับคิดว่า "ทุกคนมีสติปัญญาและสำนึกดีเสมอ  เว้นแต่ว่าจะมีโอกาสนำมาใช้ไม่ช้าก็เร็ว"  และไม่คาดหวังมาที่ประโยชน์ของตนเอง   แต่คาดหวังไปที่ส่วนรวมและสังคม 

 

         เรื่องของจืดนับเป็นความผูกพันระหว่างครูกับศิษย์   ซึ่งขณะที่จืดเป็นนักเรียน  จืดจะจัดเป็นนักเรียนในกลุ่มมีปัญหา  มีผู้คนให้ความสนใจและเข้าใจจืดน้อยมาก  แต่จืดมีความหมายและมีคุณค่าต่อความเป็นครูของฉันมาก   นี่คือความทรงจำที่ได้บันทึกไว้อีกเรื่องหนึ่ง