"คำชมเป็นแค่ลมปาก คำดูถูกต่างหากคือแรงบันดาลใจ"

คำว่า "สะดุด" ในที่นี้ จะเป็นอาการที่คนเราตั้งคำถามว่า

 
          เอ๊ะ... ทำไม ทำไม ทำไม แล้วก็ ทำไม ??
 
           มันเป็นความสงสัย ที่บางครั้งก็ได้คำตอบ
 
           แต่บางครั้งความสงสัยเหล่านั้นก็ล่วงเลยจนเราเป็นผู้ใหญ่

           ซึ่งต้องหาคำตอบด้วยตนเอง
 
ในสมัยที่ฉันเป็นเด็กประถม มีคำพูดของผู้ใหญ่ผู้หนึ่ง ก็ทำให้ฉันรู้สึก สะดุด
 
และไม่สามารถหาคำตอบในขณะที่เป็นเด็กนั้นได้
 
คำพูดนั้น เป็นคำพูดที่เปรียบเทียบฉัน กับบุคคลอื่น
 
ซึ่งผู้ใหญ่มักจะใช้พูดกับเด็ก เพื่อเป็นการกระตุ้น

หรือวางเงื่อนไขให้เด็กปฏิบัติตาม เช่น
 
คำพูดที่ว่า "กินข้าวเยอะ ๆ สิจะได้โตไว ๆ ดูอย่างพี่เค้าสิ..."
 
"เทอมนี้หนูได้เกรดเท่าไรจ๊ะ ลูกของป้าได้เกรดตั้งเยอะ"
 
จากนั้นฉันก็จะมีการตั้งคำถามว่า ... ทำไมคะ หนูโตแค่นี้ก็ดีแล้วนี่...
 
ทำไมคะ ลูกของป้าไม่ได้เกี่ยวกับหนูนี่นา และอื่นๆ ตามมาเพียบ

แต่ก็เป็นแค่คำถามในใจ
 
            ประสบการณ์ตอนหนึ่ง คือ ครูประถมในหมู่บ้าน ซึ่งมีลูกอายุรุ่นเดียวกับฉัน
 
            ฉันกับเพื่อนๆในห้อง จะถูกเปรียบเทียบกับลูกของครูอยู่เป็นประจำ
 
            โดยเฉพาะเรื่องการเรียน และฐานะ
 
            ไม่มีคำอธิบายใด ๆ ที่เป็นเหตุผลว่าเอาไปเปรียบเทียบทำไม
 
             ตอนนั้น ฉัน คิดว่าไอ้คำเปรียบเทียบนี่แหละคือ คำดูถูก
 
             " ดูถูก เข้าไป...ซักวันหนึ่ง...จะลบคำดูถูกให้จงได้ ! " 
 
และแล้ววันหนึ่งก็มาถึง ในการแข่งขันคณิตศาสตร์ ม.ต้น ประจำจังหวัด
 
ผลปรากฏว่า ลูกของครูคนนั้นได้ลำดับหลังกว่าเราเยอะ (ออกแนวแข่งขัน นิด ๆ)
 
ทั้งๆที่เราเรียนแค่โรงเรียนประจำอำเภอ แต่ลูกของครูเรียนโรงเรียนประจำจังหวัด
 
ตั้งแต่นั้นมาก็ไม่ได้ยินครูคนนั้นเปรียบเทียบลูกของตัวเองกับฉันอีกเลย
 
             และทำให้ฉันได้คิดว่า ต่อไปนี้ เราจะเก็บคำดูถูกของครู คนนี้ไว้
 
             เผื่อวันที่ท้อแท้ ก็จะมีพลังขึ้นมาได้ใหม่
 
             ไม่ได้อยากเอาชนะใคร แค่เป็นการมองอีกมุมหนึ่ง ที่ว่า
 
             "ถ้าเรา เอาคำดูถูกนั้นมาเป็นแรงบันดาลใจ
 
             พยายาม จนทำให้เค้ารู้ว่า ที่เค้าพูดนั้น ผิดสิ้นเชิง"
 
             เพราะการถูกเปรียบเทียบ และดูถูก เป็นสิ่งที่ฉันไม่ชอบ
 
             ไม่ว่าจะเป็นการเปรียบเทียบให้ฉันดูเด่น หรือให้ฉันดูด้อยกว่าก็ตาม
 
ด้วยแรงบันดาลใจบางอย่าง จึงทำให้ฉันได้เรียนในมหาวิทยาลัยที่ใฝ่ฝัน
 
โดยไม่ได้ใช้เงินทางบ้านเลย
 
ไม่เคยแบมือขอเงินพ่อแม่ซักครั้ง พยายามยกระดับฐานะทางบ้าน
 
หางานทำที่มั่นคงที่สุด เท่าที่จำทำได้ให้กับชีวิตและครอบครัว
 
เพื่อไม่ให้เค้าดูถูกได้อีกต่อไป
 
ตอนนี้รู้ซึ้งและได้คำตอบแล้วว่า
 
 
               "คำชมเป็นแค่ลมปาก คำดูถูกต่างหากคือแรงบันดาลใจ"
 
 
สุดของที่สุด คนที่เราต้องไปขอบคุณที่สุดตอนนี้ก็คือ ครูคนนั้น
 
กับคำพูดบางคำที่ทำให้เราสะดุด จนเรากระโดดข้ามมาถึงวันนี้ได้