และแล้วก็มาถึงวันประเมินการขึ้นเงินเดือนครูประจำปีการศึกษา 2553 ที่อื่นๆเขาทำกันอย่างไรไม่ทราบ แต่ที่นี่ เราล้อมวงกันคุยทั้งผู้บริหารและครูในแผนกนั้นๆ รวมทั้งผู้ช่วยครูด้วย บรรยากาศก็นั่งๆนอนกันตามสบาย มีเครื่องมือเป็นกระดาษหนึ่งแผ่น ดังตัวอย่าง
|
ชื่อครู |
วันทำงาน(๕) |
ความร่วมมือทั่วไป(๕) |
รู้จักเด็กเอาใจใส่เป็นรายบุคคล(๕) |
มนุษยสัมพันธ์กับผู้ปกครอง(๕) |
มนุษยสัมพันธ์กับเพื่อนร่วมงาน (๕) |
ความสนใจใฝ่ เรียนรู้เพิ่มเติม(๕) |
ความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ในกิจกรรม(๕) |
การจัดการเรียนการสอนแบบโครงการ(๕) |
งานเอกสารต่างๆ(๕) |
งานวิจัย (๕) |
รวมคะแนน |
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
แล้วเราก็ขอให้คุณครูเล่าสิ่งที่ตัวเองทำ มีหลักฐานมาประกอบ การเล่า(เพื่อป้องกันการโม้เกินเหตุ) เป็นการมองตัวเอง ในรอบปีการศึกษาที่ผ่านมา ให้คะแนนตัวเองลงในช่องต่างๆ ตามที่ตัวคิดว่าควรจะได้ คนอื่นๆก็ฟังแล้วให้คะแนนตามความคิดของผู้ฟังตามที่ได้ยินและได้เคยสัมผัสมาด้วยวิจารณญาณของแต่ละคน
คนหนึ่งให้พูดประมาณ 15-20 นาที ถ้าใครทำท่าจะเกิน ก็จะมีระฆังธิเบตเสียงหวานๆเคาะพอให้รู้ตัว
แผนกหนึ่งมีคนเข้าร่วมประเมินไม่มาก 12-15 คน ดังนั้นเราจึงได้ฟังกัน ได้เต็มที่ มีอาหาร ว่าง กาแฟ ไว้ให้ไปหยิบทานได้อย่างอิสระ ดังนั้นทุกคนจึงพูดอย่างสบายๆไม่มีเรื่องอะไรมาทำให้ต้องตื่นเต้นจนพูดไม่ถูก
ใช้เวลาเพียง 9 โมงถึงเที่ยง สำหรับกลุ่มอนุบาลอังกฤษ หรือที่เราเรียกว่า KG. (kindergarten) ช่วง 11 โมง เราให้ครูและผู้ช่วยใหม่เข้ามานั่งฟังด้วย เขาจะได้ทราบว่าปีหน้าเขาต้องเข้ามาทำแบบนี้เหมือนกัน
กลุ่มอนุบาลไทย เริ่มตอนบ่ายโมงครึ่ง ไปจบเอาราวๆสี่โมงเย็น บรรยากาศก็ไม่แตกต่างจากตอนเช้า ครูอนุบาลไทยเราค่อนข้างมีอายุ ไม่ซิ่งเหมือนครูภาคภาษาอังกฤษ เพราะสอนมาคนละ 20-30 ปีแล้ว แต่คารมคมคายตลอดจนกิจกรรมสร้างสรรค์ต่างๆที่นำมาเล่า ก็ไม่เบาเหมือนกัน
ใบประเมิน ของแต่ละแผนก นำมาคำนวณโดยผู้บริหาร รวมคะแนนจากผู้ประเมินที่ให้คะแนนครูแต่ละคน แล้วหารด้วยจำนวนผู้ประเมิน ออกมาเป็นคะแนนเฉลี่ยเท่าไหร่ ก็เรียงลำดับคะแนน ผู้บริหารนำมาพิจารณาอีกครั้ง โดยเทียบจากคะแนนปีที่แล้วของแต่ละคนในแต่ละหัวข้อด้วย เพื่อจะดูว่า ครูได้พัฒนาจากปีที่แล้วไปบ้างหรือไม่ ไม่ได้ดูแค่คะแนนรวมอย่างเดียวเท่านั้น ใครจะได้ สองขั้น ขั้นครึ่ง หนึ่งขั้น ก็ว่ากันไปตามเกณฑ์ที่โรงเรียนมีไว้แล้ว บางปีไม่มีครูได้ขั้นเดียวสักคน เพราะคะแนนเกินเกณฑ์ไปเสียทุกคน เลยได้ขั้นครึ่งกับสองขั้นไปทั้งแผนก
ข้อที่คะแนนอ่อนที่สุดสำหรับเกือบทุกคน และเขาเองก็ยอมรับ ก็คือเรื่อง การสนใจไฝ่เพิ่มเติมความรู้ กับเรื่องงานวิจัย ครูบอกว่า ทุ่มเทกับเด็กและการสอน จนไม่มีเวลาไปทำสองเรื่องดังกล่าว แต่แม่ใหญ่ก็บอกไปว่า คุณครูไม่ควรจะอยู่กับที่นะ เพราะมันจะเหมือนถอยหลัง สมัยนี้ การหาความรู้มันหาได้ไม่ยาก ควรให้ความสนใจหน่อย คอมพิวเตอร์ก็มีไว้ให้ทุกห้องแล้ว ลองเข้าไปหาความรู้ใน gotoknow.org. ดูบ้าง อย่าเข้าแต่เฟสบุคอย่างเดียว
ด้วยการประเมินแบบนี้ ครูก็สบาย ผู้บริหารก็สบาย ทุกอย่างโปร่งใส ไม่มีข้อกังขา
สวัสดีค่ะ แม่ใหญ่ผู้ควรค่าแก่ความเคารพยิ่ง
ได้อ่านบันทึกเรื่อง "ประเมินครู" ของแม่ใหญ่แล้ว อยากให้ผู้บริหารสถานศึกษาขนาดเล็กทุกแห่งได้อ่านและนำไปประยุกต์ใช้ ดิฉันเองมองว่านี่เป็นตัวอย่างของ "นวัตกรรมการประเมิน" ภายใต้หลักการ "ผ่อนคลาย โปร่งใส ให้มีส่วนร่วม" ต่างจากการประเมินที่ปฏิบัติกันอยู่ทั่วๆไป ใครได้เป็นครูในโรงเรียนของแม่ใหญ่นับว่าโชคดี และน่าจะมีขวัญและกำลังใจในการปฏิบัติงานกันโดยถ้วนทั่ว ถ้าโรงเรียนอื่นๆ ได้นำไปใช้ ก็น่าจะลดปัญหาความขัดแย้งภายหลังการให้ความดีความชอบลงได้
ที่แม่ใหญ่ให้ข้อมูลว่า ข้อที่ครูเกือบทุกคนได้คะแนนน้อยที่สุด ซึ่งเจ้าตัวก็ยอมรับ ก็คือเรื่อง "การสนใจใฝ่หาความรูเพิ่มเติม กับเรื่องงานวิจัย" และครูให้เหตุผลว่าทุ่มเทกับเด็กและการสอนจนไม่มีเวลาไปทำสองเรื่องดังกล่าว นั้น ดิฉันขอนำไปอ้างอิงในบันทึกเรื่องที่สองของ Blog "Learntoknow" ซึ่งจะเขียนเกี่ยวกับความใฝ่รู้ใฝ่เรียน และจะให้ตัวอย่างการทำวิจัยของครูโดยบูรณาไปในการเรียนการสอน เป็นการวิจัยปฏิบัติการในชั้นเรียน (Classroom Action Research: CAR) เพื่อแก้ปัญหาหรือพัฒนาการเรียนรู้ของผู้เรียน ไม่ใช่แยกไปทำวิจัยต่างหาก จึงไม่มีปัญหาว่าทุ่มเทกับการสอนเด็กจนไม่มีเวลาไปทำสองเรืองดังกล่าว เพราะเพียงแต่ครูจัดระบบการสอนในรูปของการวิจัยชั้นเรียน ครูก็จะได้คะแนนสูงทั้งด้านความเอาใจใส่นักเรียนเป็นรายบุคคล ความสนใจใฝ่เรียนรู้เพิ่มเติม ความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ และความสัมพันธ์กับเพื่อนครูและผู้ปกครอง
และขอขอบพระคุณแม่ใหญ่ ที่กรุณาเข้าไปอ่านบันทึกเกี่ยวกับครู และบอกว่าจะนำบันทึกเผยแพร่ใน Facebook ให้ครูอ่าน แม่ใหญ่นี่สมกับเป็นผู้บริหารยุค IT จริงนะคะ แต่ยังไม่ได้เข้าไปตอบขอบคุณแม่ใหญ่ในบันทึกนั้นเลยค่ะ เพราะยังมีปัญหาระบบ ไม่ทราบว่าบันทึกที่แม่ใหญ่นำไปเผยแพร่เป็น Version ไหน เพราะตรวจสอบดูแล้วพบว่ายังไม่สมบูรณ์และมีที่ผิด ภายหลังได้เพิ่มเติมแก้ไขแล้ว เหลือส่วนอ้างอิงที่ยังแก้ไขไม่ได้ เพราระบบไม่บันทึกการแก้ไขส่วนนี้ให้ แจ้งผู้ดูแลระบบไปแล้วค่ะ ถ้าทุกอย่างเรียบร้อยก็จะได้เข้าไปตอบขอบคุณสมาชิกเสียทีค่ะ
ผมแวะมาเยี่ยมครับ..
ยังไม่ขอแลกเปลี่ยนใดๆ..
ตั้งแต่เจอกันที่ "ฮักสคูล" แล้ว
ยังระลึกถึงไม่จืดไม่จาง นะครับ
ขอบพระคุณ อาจารย์ขจิต มากๆเลยค่ะ เรื่องวิจัยในชั้นเรียนยังเป็นเรื่องที่ครูไม่สนใจทำจริงๆ แค่ทำเพราะเราบอกให้ทำ ยังต้องแก้ไข ชี้ให้เขาเห็นประโยชน์ต่อไป จะนำบล็อคของอาจารย์ไปเผยแพร่ นะคะ
แม่ใหญ่สบายดีนะครับ หายไปนานมากๆๆ
เรียน อ.ขจิต เข้าไปเขียนในลานปัญญาค่ะ แล้วลืม ลิงค์มา gotoknow ช่วงนี้กำลังทำนาโยนกับเด็กๆ สนุกมากค่ะ