อาจารย์...ถ้ามีปัญหาก็มาชกกับผมมั้ย

       สติสัมปชัญญะ เป็นคำที่คนไทยเราได้ยินและคุ้นเคยกันดี สำหรับคำว่า สติ หมายถึง ความรู้สึก, ความรู้สึกตัว และ สัมปชัญญะ หมายถึง ความรู้ตัวอยู่เสมอ,ความไม่เผลอตัว ในชีวิตของคนเราต้องพบเจอเหตุการณ์ไม่คาดคิดหรือเหตุการณ์ที่ไม่พึงประสงค์ แต่เมื่อเกิดขึ้นแล้วจะแก้ไขสถานการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างไรนั้นก็แล้วแต่ว่าบุคคลนั้นจะมีคำ ๆ สองคำนี้และนำมาใช้ มากน้อยเพียงใด

        ช่วงระยะเวลาหนึ่งของการใช้ชีวิตในวัย 25 ปีก่อนที่จะสามารถสอบเข้าศึกษาต่อในโครงการ สควค.ผมเคยมีโอกาสได้เข้าไปสอนในโรงเรียนระดับอาชีวะศึกษาแห่ง หนึ่งซึ่งปกติจะรับหน้าที่สอนวิชาเคมีให้กับนักศึกษาเตรียมวิศวกรรมศาสตร์และวิชาวิทยาศาสตร์พื้นฐานให้กับนักศึกษาช่างปกติ บ่ายวันหนึ่งขณะที่สอนวิชาวิทยาศาสตร์พื้นฐานให้กับนักศึกษาช่างยนต์ ระดับชั้น ปวช. 1 ผมก็ทำการเช็คชื่อและนำเข้าสู่เนื้อหาและให้นักศึกษาทำแบบฝึกหัด ขณะที่กำลังอธิบายวิธีการทำแบบฝึกหัด ก็ปรากฎว่านาย ก.(นามสมมติ) นักศึกษาคนหนึ่งอาเจียนบนโต๊ะด้วยความตกใจจึงถามว่าเขาว่าเป็นอะไร แต่ไม่ทันจะได้คำตอบกลิ่นที่ออกมาพร้อมกับการอาเจียนนั้นก็ ส่งกลิ่นโชยคละคลุ้งไปทั่วห้องเรียนเรียกได้ว่าอยู่แทบไม่ได้และนักศึกษาอีกคนหนึ่งคือนาย ข.(นามสมมติ) อาสาเช็ดของเสียของเพื่อนที่เลอะเทอะอยู่นั้นอย่างกุลีกุจอจนเรียบร้อย แต่เท่าที่สังเกตได้คือนาย ข.เดินไม่ค่อยตรง ผมให้นาย ก. ออกจากห้องเรียนไปอาเจียนในห้องน้ำต่อเพราะถ้ายังอยู่ในห้องคงจะเลอะเทอะมากกว่าเดิมเป็นแน่

         ผมจึงถามนาย ข.ว่าพวกเธอไปทำอะไรมา เขาก็ตอบตามตรงว่า "ไปดื่มเบียร์มาครับ ผมสองคนดื่มไปเก้าขวด" หลังจากได้ยินแบบนั้นแล้วผมจึงได้พิจารณาและบอกว่าครูจำเป็นต้องหักคะแนนพวกเธอเนื่องจากประพฤติไม่เหมาะสมนาย ข.จึงขอร้องว่าไม่อยากให้หักคะแนนเพราะฝ่ายวินัยจะส่งจดหมายไปที่บ้านของนักศึกษาทั้งสองคน ถ้าพ่อนาย ก.รู้จะเกิดเรื่องใหญ่และตัวเขาเองเป็นห่วงเพื่อน ผมตอบปฏิเสธที่จะรับการพิจารณานั้นเพราะพฤติกรรมดังกล่าว นาย ข. ไม่พอใจและเดินไปหลังห้องเรียน เขาเตะโต๊ะและเก้าอี้เสียงดังโครมคราม ผมจึงบอกให้เขาไปสงบสติอารมณ์ นาย ข. เดินตรงเข้ามาหาผมด้วยท่าทางโอหัง และท้าทายพร้อมทั้งพูดว่า "อาจารย์...ถ้ามีปัญหาก็มาชกกับผมมั้ย" คำพูดท้าทายที่ออกมาจากปากของลูกศิษย์ ด้วยคำพูดที่ท้าทายประกอบกับอากัปกิริยาอาการที่สุดแสนจะทนรับได้ ผมจึงผลักอกของนาย ข.จนเขาเซแทบล้มลงไป นักศึกษาที่อยู่ในเหตุการณ์เข้ามาดึงแขนผมและนาย ข.ไว้ ทันใดนั้นผมก็คิดในใจว่า "เราเป็นครูนะไม่ใช่นักเลงทำแบบนี้ไม่ได้" ผมจึงตั้งสติครู่หนึ่งและบอกให้ นาย ข.รออยู่ที่นี่และเดินออกจากห้องเรียนตรงไปยังห้องพักครูเพื่อโทรศัพท์เชิญอาจารย์ฝ่ายวินัยขึ้นมารับตัว นาย ข. และนาย ก. ไป

        เวลานั้นความรู้สึกโกรธที่มีภายในจิตใจมันมากมายนักแต่ก็ทำได้เพียงหายใจเข้า-ออกเพื่อสงบสติอารมณ์ หลังจากที่ระงับอารมณ์ได้แล้วผมจึงเดินไปดูนาย ก. ที่อยู่ในห้องน้ำภาพที่เห็นคือนาย ก. กำลังนั่งเคารพโถส้วมด้วยลักษณะนั่งหลับหรือไม่มีสติเป็นภาพที่น่าสมเพชมาก ผมจึงให้นักศึกษาคนอื่น ๆ พาตัวเขาไป ห้องวินัย สรุปว่าวันนั้นก็ไม่ได้เรียนไม่ได้สอนจนจบชั่วโมง วันต่อมาฝ่ายวินัยเชิญผมไปพบนาย ก. และ นาย ข. และให้ผมพูดกับนักศึกษาสองคนนั้น ตามลำพัง ผมนั่งมองหน้าเขาทั้งสองซึ่งนั่งทำหน้าสำนึกผิดอยู่ครู่หนึ่งและเขากราบขอโทษในสิ่งที่เขาทั้งสองคนนั้นได้ทำลงไป ผมจึงบอกเขาไปว่าไม่เป็นไร เรื่องที่ผ่านมาก็ให้แล้วกันไป พร้อมทั้งพูดคุยกับเขาชี้แจงในสิ่งที่เขาทำว่าสมควรหรือไม่อยู่พักใหญ่ ตัวผมยอมรับว่าเป็นเรื่องยากที่จะให้อภัยในสิ่งที่เขาได้กระทำล่วงเกินต่อผมแต่เมื่อเขาได้ขอโทษแล้วไม่ว่าจะสำนึกผิดจริง ๆ หรือไม่ก็ตาม คงไม่มีประโยชน์ที่ผมจะนำมาถือสาหาความหรือเก็บเอามาใส่ใจให้เป็นทุกข์หลังจากวันนั้นแล้วเวลาที่ผมสอนในชั้นเรียนผมก็ทำเหมือนว่าไม่เคยเกิดเรื่องราวอะไรขึ้น ผมยังคงพูดจากับพวกเขาปกติ ยังหัวเราะร่วมกันได้ ผมหวังว่าสิ่งที่ผมทำลงไปน่าจะเป็นเรื่องที่ดีกับตัวเองเขาทั้งสองคน

        จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทุกวันนี้ผมจึงคอยเตือนตัวเองว่าการจะทำอะไรควรมีสติสัมปชัญญะอยู่เสมอ ผมก็ไม่รู้เหมือนกันว่าจะเกิดอะไรขึ้นถ้าหากวันนั้นผมเป็นเพียงคนที่ขาดสติทะเลาะวิวาทและชกหน้าเด็กคนนั้นไป และที่สำคัญไปกว่านั้นสิ่งที่ผมควรมีและยึดถือคือความเป็นครู ความมีเมตตากรุณาต่อศิษย์และการให้อภัยซึ่งไม่ได้หาซื้อได้ตามร้านสะดวกซื้อหรือห้างสรรพสินค้าทั่วไป วันนี้ผมเป็นนักศึกษา ป.บัณฑิต หรือนักศึกษาครูซึ่ง อนาคตก็ต้องเป็นครู เพราะฉะนั้นแม้ว่าเราจะเป็นครูที่เก่ง มีความสามารถมากมายเพียงใดก็ตามหากขาดความเป็นครูก็คงไม่สามารถเป็นครูที่สมบูรณ์ได้...